อ่านบทความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม "เมื่อโรงเรียนปิดและการเรียนต้องย้ายไปอยู่บนหน้าจอ ใครหลายคนเชื่อว่าการเรียนออนไลน์คือทางออกที่เท่าเทียม เพราะนักเรียนทุกคนได้เรียนเนื้อหาเดียวกันจากครูคนเดียวกัน แต่ความจริงกลับตรงข้าม เด็กในเมืองที่บ้านมีอินเทอร์เน็ตเร็ว มีคอมพิวเตอร์ส่วนตัว และมีพ่อแม่คอยช่วยเหลือ ย่อมเรียนได้อย่างราบรื่น ขณะที่เด็กในพื้นที่ห่างไกลบางคนต้องปีนขึ้นไปบนเนินเขาเพียงเพื่อให้มีสัญญาณโทรศัพท์ บางครอบครัวมีโทรศัพท์เครื่องเดียวที่พี่น้องต้องผลัดกันใช้ ช่องว่างที่เคยซ่อนอยู่จึงถูกเปิดเผยและขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม การเรียนออนไลน์ที่ควรเป็นสะพานเชื่อมโอกาส กลับกลายเป็นกำแพงที่กั้นเด็กยากจนออกไปไกลกว่าเดิม หากเรายังเพิกเฉยต่อความจริงข้อนี้ และคิดเพียงว่าเทคโนโลยีจะแก้ปัญหาได้เองโดยอัตโนมัติ ความเหลื่อมล้ำก็จะยิ่งหยั่งรากลึกในสังคมของเราต่อไป" คำถาม: ทัศนคติของผู้เขียนต่อความเชื่อที่ว่า 'เทคโนโลยีจะแก้ปัญหาได้เองโดยอัตโนมัติ' เป็นอย่างไร