ตำรวจอ่านราว 7 นาทีเผยแพร่ พ.ย. 2569

แผนอ่านสอบนายสิบตำรวจ (นสต.) 2569 นับถอยหลัง 11 สัปดาห์ ก่อนสอบ 17 ม.ค. 2570

ในบทความนี้ · 7 หัวข้อดูสารบัญ

สรุปตัวเลขสำคัญ

เวลาที่เหลือก่อนสอบข้อเขียน นสต. อา. 17 ม.ค. 257011 สัปดาห์นับจาก 1 พ.ย. 2569 · 150 ข้อ 3 ชั่วโมง · ตัดตามลำดับคะแนน
ข้อสอบ ตำรวจ150 ข้อ3 ชม.
อีกกี่วันถึงวันสอบ75 วันสอบข้อเขียน นสต. (กำหนดการคาดตามรอบก่อน — ยึดประกาศจริง)

ถ้าคุณสมัครนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) รอบปี 2569 ไว้แล้ว (รับสมัคร 8–19 ส.ค. 2569) ตอนนี้เหลือเวลาประมาณ 11 สัปดาห์ก่อนสอบข้อเขียนวันอาทิตย์ที่ 17 ม.ค. 2570 เวลา 13.30–16.30 น. และประกาศผลข้อเขียน 28 ม.ค. 2570 เวลาเท่านี้พอสำหรับการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ถ้าแบ่งให้ถูก บทความนี้คือแผนรายสัปดาห์ที่แบ่งเวลาตามจำนวนข้อจริงของแต่ละวิชา มีตารางเวลาสำหรับคนทำงานและคนที่อ่านได้เต็มเวลา มีจุดสอบจำลองจับเวลา 150 ข้อ 3 ชั่วโมงเป็นระยะ และมีแผนซ้อมร่างกายคู่ขนาน เพราะการทดสอบร่างกายมาหลังประกาศผลข้อเขียน ถ้ารอให้รู้ผลก่อนค่อยซ้อมอาจไม่ทัน แผนนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะติด แต่ช่วยให้ทุกชั่วโมงที่ลงไปเปลี่ยนเป็นคะแนนได้มากที่สุด

1. ทำไมทุกคะแนนมีผล — สนามนี้ไม่มีเกณฑ์ผ่าน มีแต่ลำดับ

การสอบ นสต. ไม่มีเกณฑ์ผ่านเป็นเปอร์เซ็นต์ วิธีคัดคือเรียงคะแนนรวมจากสูงสุดลงมา แล้วประกาศรายชื่อผู้ผ่านข้อเขียนประมาณ 1.5–2 เท่าของอัตรารับของหน่วยนั้น เช่น ภ.4 รอบปี 2569 รับ 300 อัตรา เรียกผู้ผ่านข้อเขียน 540 คน แปลว่าคุณไม่ได้แข่งกับข้อสอบ แต่แข่งกับคนที่สมัครหน่วยเดียวกัน คะแนนหนึ่งข้ออาจหมายถึงการขยับหลายลำดับ

ถ้าคะแนนรวมเท่ากัน ระบบดูคะแนนรายวิชาเรียงตามลำดับ เริ่มจากความสามารถทั่วไป แล้วภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมาย และสังคมฯ วิชาความสามารถทั่วไปจึงสำคัญเป็นพิเศษ ทั้งเพราะมี 30 ข้อ และเพราะเป็นตัวชี้ขาดเมื่อเสมอ

ผลที่ตามมาต่อการวางแผนมีสองข้อ ข้อแรก ไม่มีวิชาไหนที่ทิ้งได้ เพราะไม่มีจุดที่ 'พอแล้ว' ข้อสอง ความเร็วสำคัญพอ ๆ กับความรู้ ข้อที่ทำไม่ทันเพราะเวลาหมดก็เสียคะแนนเท่ากับข้อที่ไม่รู้

2. แบ่งเวลาตามจำนวนข้อจริง และงบเวลาต่อวัน

หลักง่ายที่สุดคือให้เวลาอ่านสะท้อนจำนวนข้อ ข้อสอบ 150 ข้อแบ่งเป็น ความสามารถทั่วไป 30 ข้อ (20%) ภาษาไทย 25 ข้อ (ราว 17%) ภาษาอังกฤษ 30 ข้อ (20%) เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ 25 ข้อ (ราว 17%) กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ 20 ข้อ (ราว 13%) และสังคม วัฒนธรรม จริยธรรม อาเซียน 20 ข้อ (ราว 13%) จากนั้นค่อยปรับตามผลสอบวินิจฉัยของตัวเอง วิชาไหนคะแนนต่ำแต่มีข้อเยอะ ให้เพิ่มเวลาก่อน

เรื่องงบเวลา ให้ตั้งตามชีวิตจริง ไม่ใช่ตามอุดมคติ คนทำงานประจำที่อ่านวันธรรมดาได้ราว 1.5–2 ชั่วโมงและวันหยุดราว 4 ชั่วโมง จะได้ประมาณ 12–14 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งพอสำหรับแผนนี้ถ้าทำสม่ำเสมอ คนที่อ่านได้เต็มเวลาให้ตั้งไว้ที่ 5–6 ชั่วโมงต่อวัน พัก 1 วันต่อสัปดาห์ อ่านมากกว่านี้มักได้ผลลดลงเพราะสมาธิไม่พอ และยังต้องเหลือเวลาซ้อมร่างกาย

สัดส่วนเวลาต่อสัปดาห์ (ตั้งต้น ปรับตามจุดอ่อนของตัวเอง)
วิชาจำนวนข้อคนทำงาน (~13 ชม./สัปดาห์)อ่านเต็มเวลา (~30 ชม./สัปดาห์)
ความสามารถทั่วไป302.5–3 ชม.6 ชม.
ภาษาไทย252 ชม.5 ชม.
ภาษาอังกฤษ302.5–3 ชม.6 ชม.
เทคโนโลยีสารสนเทศฯ252 ชม.5 ชม.
กฎหมายที่ประชาชนควรรู้201.5–2 ชม.4 ชม.
สังคม วัฒนธรรม จริยธรรม อาเซียน201.5 ชม.4 ชม.

ตัวเลขชั่วโมงเป็นตัวอย่างที่คำนวณจากสัดส่วนจำนวนข้อ ไม่รวมเวลาสอบจำลองเต็มชุด

ไม่ต้องสมัครลองทำ 3 ข้อ · วิชากฎหมายที่ประชาชนควรรู้

ลองดูว่าคุณพร้อมแค่ไหน · 3 ข้อจากข้อสอบ ตำรวจ

ข้อ 1/3อาญา-ชื่อเสียง

นางสาวมุกโกรธเพื่อนร่วมงาน จึงโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กที่ตั้งค่าเป็นสาธารณะว่าเพื่อนคนนั้นยักยอกเงินบริษัท ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ทำให้เพื่อนคนดังกล่าวถูกคนอื่นดูหมิ่นและเกลียดชัง นางสาวมุกมีความผิดฐานใด

3. แผนรายสัปดาห์ สัปดาห์ที่ 1–11

แผนแบ่งเป็น 4 ช่วง: ช่วงวินิจฉัย (สัปดาห์ 1) ช่วงกวาดหัวข้อ (สัปดาห์ 2–5) ช่วงซ่อมจุดอ่อน (สัปดาห์ 6–8) และช่วงเร่งความเร็ว (สัปดาห์ 9–11) ก่อนเริ่มสัปดาห์ที่ 1 ให้ทำข้อสอบคละหัวข้อจับเวลาหนึ่งรอบเพื่อดูว่าตอนนี้อ่อนตรงไหน ถ้ายังไม่มีชุดเต็ม 150 ข้อ ให้ทำชุดย่อยแต่ละวิชาจับเวลาข้อละ 1.2 นาทีแทน

ในช่วงกวาดหัวข้อ เป้าหมายคือแตะทุกหัวข้อให้ครบอย่างน้อยหนึ่งรอบ ไม่ใช่อ่านจนเชี่ยวชาญทีละหัวข้อ ทำโจทย์หัวข้อละ 10–15 ข้อ อ่านเฉลยข้อที่ผิด แล้วจดลงสมุดข้อที่พลาด ในช่วงซ่อม ให้หยิบ 3–5 หัวข้อที่แย่ที่สุดจากสมุดนั้นมาทำซ้ำจนคะแนนขยับ ส่วนช่วงเร่งความเร็ว เน้นชุดคละจับเวลา เพราะสนามจริงสลับวิชาไปมา และหยุดเปิดหัวข้อใหม่ในสัปดาห์สุดท้าย

แผน 11 สัปดาห์ (นับวันจันทร์–อาทิตย์)
สัปดาห์ช่วงวันที่โฟกัสหลักจุดตรวจ
12–8 พ.ย. 69สอบวินิจฉัย + เริ่มความสามารถทั่วไป (อนุกรม คณิตพื้นฐาน) และ IT พื้นฐานได้ลิสต์หัวข้อที่อ่อน 5 อันดับ
29–15 พ.ย. 69ความสามารถทั่วไป (อุปมาอุปไมย เงื่อนไขสัญลักษณ์) + อังกฤษ Vocabulary/Structure—
316–22 พ.ย. 69ภาษาไทย (อ่านจับใจความ เรียงประโยค ราชาศัพท์ สำนวน) + IT (Office อินเทอร์เน็ต ความปลอดภัยไซเบอร์)—
423–29 พ.ย. 69กฎหมายที่ประชาชนควรรู้ (โจทย์สถานการณ์) + อังกฤษ Reading/Conversation—
530 พ.ย.–6 ธ.ค. 69สังคม วัฒนธรรม จริยธรรม อาเซียน + มิติสัมพันธ์ (พับกล่อง หมุนรูป)สอบจำลองเต็มชุดครั้งที่ 1 (150 ข้อ/3 ชม.)
67–13 ธ.ค. 69ซ่อมจุดอ่อนอันดับ 1–2 + IT เทคโนโลยีปัจจุบัน (AI, Cloud)—
714–20 ธ.ค. 69ซ่อมจุดอ่อนอันดับ 3–5 + กฎหมายรอบสองสอบจำลองเต็มชุดครั้งที่ 2
821–27 ธ.ค. 69ทบทวนสมุดข้อที่พลาด + ชุดคละรายวัน—
928 ธ.ค. 69–3 ม.ค. 70ชุดคละจับเวลา เน้นความเร็ว (ช่วงปีใหม่ ลดงบเวลาได้แต่อย่าหยุด)สอบจำลองเต็มชุดครั้งที่ 3
104–10 ม.ค. 70ซ่อมข้อที่พลาดซ้ำ + ซ้อมแผนเวลาวันสอบสอบจำลองเต็มชุดครั้งที่ 4 ในวันอาทิตย์ 13.30 น.
1111–17 ม.ค. 70ไม่เปิดหัวข้อใหม่ ทบทวนสมุดข้อที่พลาด นอนให้พอสอบจริง อา. 17 ม.ค. 70 13.30–16.30 น.

ถ้าสอบวินิจฉัยแล้วพบว่าวิชาใดอ่อนมาก ให้สลับวิชานั้นขึ้นมาก่อนได้ ลำดับในตารางเป็นเพียงตัวอย่าง

4. จุดสอบจำลองจับเวลา 150 ข้อ 3 ชั่วโมง ทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์

สอบจำลองเต็มชุดคือเครื่องมือวัดผลที่สำคัญที่สุดของแผนนี้ ไม่ใช่แค่วัดความรู้ แต่วัดว่าคุณทำ 150 ข้อทันใน 180 นาทีหรือไม่ เฉลี่ยข้อละประมาณ 1.2 นาที ให้ทำครั้งละรวดเดียวโดยไม่หยุด ปิดโทรศัพท์ และถ้าทำได้ ให้ทำในช่วงบ่ายเวลาเดียวกับสนามจริง (13.30–16.30 น.) เพื่อให้ร่างกายชินกับการใช้สมาธิช่วงนั้น

หลังสอบจำลองแต่ละครั้ง ให้ใช้เวลาตรวจมากกว่าเวลาที่ทำ แยกข้อที่ผิดเป็นสามกลุ่ม: ไม่รู้เนื้อหา ทำผิดเพราะรีบหรืออ่านโจทย์พลาด และทำไม่ทันเวลา กลุ่มแรกแก้ด้วยการอ่าน กลุ่มที่สองแก้ด้วยการฝึกอ่านโจทย์ให้ครบก่อนตอบ กลุ่มที่สามแก้ด้วยการซ้อมลำดับการทำข้อสอบ อย่าดูแค่คะแนนรวม เพราะในสนามนี้ทั้งคะแนนรวมและคะแนนความสามารถทั่วไปมีผลต่อลำดับ

ชุดเต็ม 150 ข้อตามผังจริงหาได้จากหลายแหล่ง ถ้าต้องการ หนังสือแนวข้อสอบ นสต. เล่ม 1 ของสนามสอบมี 2 ชุดเต็มพร้อมเฉลยละเอียด และทำออนไลน์จับเวลาได้ ระหว่างสัปดาห์ให้ใช้ชุดฝึกรายวิชาและชุดคละสั้น ๆ เพื่อรักษาความต่อเนื่อง

5. แผนซ้อมร่างกายคู่ขนาน — เริ่มวันนี้ ไม่ใช่หลังประกาศผล

ผู้ผ่านข้อเขียนต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ต้องผ่านทั้งคู่ ตกข้อเดียวถือว่าไม่ผ่านทันที คือว่ายน้ำ 25 เมตรภายใน 30 วินาที และวิ่ง 1,000 เมตรภายใน 4 นาที 55 วินาที กลุ่มที่ 2 ต้องผ่าน 2 ใน 3 คือยืนกระโดดไกลไม่น้อยกว่า 180 ซม. วิ่งเก็บของ 10 เมตรไม่เกิน 13 วินาที และวิ่ง 50 เมตรไม่เกิน 10 วินาที ทุกปีมีคนคะแนนข้อเขียนถึงแต่ตกว่ายน้ำ

การทดสอบร่างกายเกิดหลังประกาศผลข้อเขียน 28 ม.ค. 2570 ซึ่งถ้ารอให้รู้ว่าผ่านข้อเขียนแล้วค่อยเริ่ม จะเหลือเวลาซ้อมน้อยมาก โดยเฉพาะคนที่ยังว่ายน้ำไม่เป็นหรือวิ่ง 1,000 เมตรยังเกินเวลามาก ให้ถือว่าการซ้อมร่างกายเป็นวิชาที่ 7 ของแผนนี้ ใช้เวลาวันละ 30–60 นาที สัปดาห์ละ 3–5 วัน

ขั้นแรกในสัปดาห์นี้ ให้ไปจับเวลาจริงทั้ง 5 รายการหนึ่งครั้ง เพื่อรู้ว่าห่างจากเกณฑ์เท่าไร รายการไหนผ่านสบายแล้วให้รักษาสภาพ รายการไหนยังไม่ผ่าน โดยเฉพาะกลุ่มที่ 1 ให้ทุ่มเวลาซ้อมตรงนั้นก่อน ถ้าว่ายน้ำไม่เป็น ควรหาครูหรือคอร์สสอนว่ายน้ำตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน เพราะทักษะการว่ายต้องใช้เวลาสร้าง ไม่ใช่แค่ความฟิต ส่วนการวิ่ง ให้ค่อย ๆ เพิ่มระยะและความเร็ว แล้วจับเวลา 1,000 เมตรซ้ำทุก 2 สัปดาห์ ถ้ามีโรคประจำตัวหรือไม่เคยออกกำลังกายหนัก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มความหนัก

จัดเวลาซ้อมให้ไม่ชนกับเวลาอ่าน เช่น วิ่งตอนเช้า อ่านตอนเย็น การออกกำลังกายสม่ำเสมอยังช่วยเรื่องการนอนและสมาธิในช่วงอ่านหนักด้วย ในสัปดาห์สอบข้อเขียนให้ลดความหนักลง แต่อย่าหยุดยาว

เกณฑ์ทดสอบร่างกาย นสต. และสิ่งที่ควรทำตอนนี้
รายการเกณฑ์กติกาสิ่งที่ทำสัปดาห์นี้
ว่ายน้ำ 25 เมตร≤ 30 วินาทีกลุ่ม 1 ต้องผ่านจับเวลาจริง · ถ้าว่ายไม่เป็น หาครูทันที
วิ่ง 1,000 เมตร≤ 4 นาที 55 วินาทีกลุ่ม 1 ต้องผ่านจับเวลาจริง · วางแผนวิ่ง 3–4 วัน/สัปดาห์
ยืนกระโดดไกล≥ 180 ซม.กลุ่ม 2 ผ่าน 2 ใน 3วัดระยะครั้งแรก
วิ่งเก็บของ 10 เมตร≤ 13 วินาทีกลุ่ม 2 ผ่าน 2 ใน 3จับเวลาครั้งแรก
วิ่ง 50 เมตร≤ 10 วินาทีกลุ่ม 2 ผ่าน 2 ใน 3จับเวลาครั้งแรก

เกณฑ์ตามประกาศรับสมัคร นสต. ปี 2569 · วันและสถานที่ทดสอบร่างกายให้ติดตามประกาศของหน่วยที่สมัคร

6. สัปดาห์สุดท้ายและเช็กลิสต์วันสอบ

สัปดาห์สุดท้าย (11–17 ม.ค. 2570) ไม่ใช่เวลาเรียนเรื่องใหม่ ให้ทบทวนสมุดข้อที่พลาด ทำชุดสั้นคละวิชาวันละชุดเพื่อรักษาความคล่อง และปรับเวลานอนให้ตื่นตัวช่วงบ่าย ตรวจประกาศสถานที่สอบและเลขที่นั่งของหน่วยที่สมัคร แล้วเช็กเส้นทางและเวลาเดินทางล่วงหน้า ถ้าเป็นไปได้ให้ไปดูสถานที่จริงก่อนวันสอบ

กลยุทธ์เวลาในห้องสอบ: 150 ข้อใน 180 นาที เฉลี่ยข้อละประมาณ 1.2 นาที ให้ทำรอบแรกเก็บข้อที่ทำได้ทันทีก่อน ข้อที่คิดนานเกิน 2 นาทีให้ทำเครื่องหมายไว้แล้วข้ามไป แล้วค่อยกลับมาในรอบสอง กันเวลาไว้ราว 10 นาทีสุดท้ายสำหรับตรวจว่าระบายหรือกรอกคำตอบครบทุกข้อและตรงข้อ เพราะไม่มีเกณฑ์ผ่าน การปล่อยข้อว่างไม่มีประโยชน์ ถ้าประกาศไม่ได้ระบุว่าตอบผิดหักคะแนน ข้อที่ไม่แน่ใจก็ควรเลือกตอบให้ครบ

ลำดับการทำ: หลายคนเลือกเริ่มจากวิชาที่ถนัดเพื่อให้ใจนิ่ง แล้วค่อยไปวิชาที่ต้องคิดนาน อย่างโจทย์คณิตและมิติสัมพันธ์ แต่ไม่ว่าจะเริ่มทางไหน ให้ซ้อมลำดับนั้นในสอบจำลองให้เหมือนกันก่อน อย่าไปลองวิธีใหม่ในวันสอบจริง

  • บัตรประจำตัวผู้สมัครสอบ และบัตรประจำตัวประชาชน (หรือเอกสารตามที่ประกาศกำหนด) — ตรวจรายการเอกสารและอุปกรณ์ที่อนุญาตจากประกาศของหน่วยตัวเองอีกครั้ง
  • อุปกรณ์เขียนตามที่ประกาศกำหนด เตรียมสำรองไว้
  • นาฬิกาธรรมดาที่ไม่ใช่สมาร์ตวอทช์ ถ้าประกาศอนุญาต — ถ้าไม่อนุญาต ให้ซ้อมกะเวลาจากนาฬิกาในห้อง
  • เผื่อเวลาเดินทาง ไปถึงก่อนเวลาเพื่อหาห้องสอบและเข้าห้องน้ำ
  • กินมื้อกลางวันพอดี ๆ ก่อนสอบ เพราะสอบยาวถึง 16.30 น.
  • ห้ามนำโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารเข้าห้องสอบ — ทำตามระเบียบของสนามสอบอย่างเคร่งครัด
  • หลังสอบ: รอประกาศผล 28 ม.ค. 2570 และซ้อมร่างกายต่อทันที

7. กับดักที่ทำให้อ่านหนักแต่คะแนนไม่ขึ้น

กับดักแรกคืออ่านแต่วิชาที่ชอบ คนที่เก่งภาษาไทยมักวนอ่านไทยต่อเพราะรู้สึกดี ขณะที่ IT 25 ข้อถูกทิ้ง ทั้งที่เป็นวิชาที่คะแนนผู้สอบกระจายมาก ใครเก็บได้ก็ขยับลำดับได้เร็ว กับดักที่สองคือท่องเลขมาตรากฎหมาย ทั้งที่ข้อสอบออกเป็นโจทย์สถานการณ์ ให้ฝึกจากโจทย์ที่อธิบายหลักกฎหมายแทนการจำตัวเลข

กับดักที่สามคือไม่เคยจับเวลาเต็มชุดจนถึงวันสอบ ทำให้ไปเจอว่าทำไม่ทันในห้องจริง กับดักที่สี่คือทิ้งการซ้อมร่างกายไว้หลังข้อเขียน และกับดักสุดท้ายคือแผนที่หนักเกินชีวิตจริงจนล้มกลางทาง แผนวันละ 1.5 ชั่วโมงที่ทำได้ทุกวัน ดีกว่าแผนวันละ 6 ชั่วโมงที่ทำได้แค่สามวัน

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

อ่านจบแล้ว ลองข้อสอบ ตำรวจ 8 ข้อ ฟรี

วิชากฎหมายที่ประชาชนควรรู้ · ไม่ต้องสมัคร · เฉลยทันทีทุกข้อ

เริ่มทำเลย

คำถามที่พบบ่อย

เหลือเวลา 11 สัปดาห์ก่อนสอบ นสต. 17 ม.ค. 2570 ทันไหม?

ทันสำหรับการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ถ้าอ่านสม่ำเสมอ คนทำงานอ่านได้ราว 12–14 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ใช้แผนนี้ได้ แต่เพราะสนามนี้ตัดตามลำดับคะแนน ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะติด สิ่งที่ทำได้คือเก็บคะแนนให้สูงที่สุดในเวลาที่มี

ควรแบ่งเวลาอ่านแต่ละวิชาอย่างไร?

ตั้งต้นตามจำนวนข้อจริง: ความสามารถทั่วไป 30 และอังกฤษ 30 ข้อได้เวลามากที่สุด ภาษาไทย 25 และ IT 25 ข้อรองลงมา กฎหมาย 20 และสังคมฯ 20 ข้อน้อยที่สุด จากนั้นปรับตามผลสอบวินิจฉัย วิชาที่คะแนนต่ำและข้อเยอะให้เพิ่มเวลาก่อน

ควรทำสอบจำลองเต็มชุดบ่อยแค่ไหน?

แผนนี้แนะนำ 4 ครั้งในสัปดาห์ที่ 5, 7, 9 และ 10 ครั้งละ 150 ข้อ 3 ชั่วโมงรวดเดียว ทำในช่วงบ่ายเหมือนสนามจริง แล้วใช้เวลาตรวจข้อผิดให้มากกว่าเวลาที่ทำ

สอบ นสต. 150 ข้อ 3 ชั่วโมง ควรใช้เวลาต่อข้อเท่าไร?

เฉลี่ยประมาณ 1.2 นาทีต่อข้อ ข้อที่คิดเกิน 2 นาทีให้ข้ามไปก่อนแล้วกลับมาทีหลัง และกันเวลาท้ายไว้ตรวจว่ากรอกคำตอบครบทุกข้อ

ต้องเริ่มซ้อมว่ายน้ำและวิ่งตอนไหน?

เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ คู่กับการอ่านหนังสือ เพราะทดสอบร่างกายมาหลังประกาศผลข้อเขียน 28 ม.ค. 2570 กลุ่มที่ 1 ต้องผ่านทั้งว่ายน้ำ 25 เมตรภายใน 30 วินาที และวิ่ง 1,000 เมตรภายใน 4:55 นาที ตกข้อเดียวไม่ผ่านทันที

ถ้าคะแนนเท่ากันกับคนอื่น ตัดสินอย่างไร?

ดูคะแนนรายวิชาเรียงตามลำดับ เริ่มจากความสามารถทั่วไปก่อน แล้วภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ กฎหมาย และสังคมฯ วิชาความสามารถทั่วไปจึงควรได้เวลาอ่านเต็มที่

ฝึกข้อสอบ นสต. ได้ที่ไหน?

สนามสอบมีชุดฝึกครบ 6 วิชาตามผังจริงพร้อมเฉลยละเอียด (ลิงก์อยู่ท้ายบทความ) สมัครสมาชิกใหม่ทดลองใช้ฟรี 15 วัน ได้ชุดฝึกสมาชิก 50 ข้อต่อวิชาและสอบจำลองย่อ 40 ข้อ ส่วนสอบจำลองเต็มชุด 150 ข้อจับเวลา 3 ชั่วโมงมากับหนังสือแนวข้อสอบ นสต. เล่ม 1