สอบ ธ.ก.ส. 2569 ฉบับสมบูรณ์ — คุณสมบัติ ผังข้อสอบ 3 ช่วง และวิธีเตรียมตัว
ตอบสั้นก่อน ข้อเขียนของ ธ.ก.ส. สำหรับตำแหน่งพนักงานระดับ 4 สายหลักแบ่งเป็น 3 ช่วง รวม 230 ข้อ 250 คะแนน ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง คือวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป 80 ข้อใน 1 ชั่วโมง 30 นาที วิชาความละเอียดแม่นยำ 50 ข้อใน 30 นาที และวิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 ข้อใน 2 ชั่วโมง ผู้สมัครต้องอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์นับถึงวันปิดรับสมัคร จบปริญญาตรีในสาขาที่ธนาคารกำหนด ผ่านข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และผ่านสัมภาษณ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 กับดักที่คนเตรียมสอบพลาดกันมากที่สุดไม่ได้อยู่ที่เนื้อหา แต่อยู่ที่การอ่านประกาศไม่จบ ในรอบใหญ่ปีบัญชี 2568 วิชาความรู้ความสามารถทั่วไปถูกนับเป็นแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ถูกนำไปรวมในคะแนนที่ใช้เรียงลำดับเรียกบรรจุเลย คะแนนที่ตัดสินชะตาจริง ๆ คือความละเอียดแม่นยำกับความรู้เฉพาะตำแหน่งบวกสัมภาษณ์ ขณะที่รอบปีบัญชี 2566 กลับนับข้อเขียนทั้งก้อนเข้าคะแนนรวม น้ำหนักคะแนนของ ธ.ก.ส. จึงไม่ใช่ของตายที่ลอกจากรุ่นพี่ได้ บทความนี้กางเฉพาะ ธ.ก.ส. แบงก์เดียวแบบเจาะลึก ตั้งแต่ธนาคารนี้คือใครและเปิดตำแหน่งไหนบ่อย รอบรับสมัครที่ผ่านมาเปิดเดือนไหนบ้าง คุณสมบัติจากประกาศจริงรวมถึงใบขับขี่และเงื่อนไขผูกพื้นที่ที่คนมองข้าม ผังข้อสอบ 3 ช่วงพร้อมเกณฑ์ผ่าน ขอบเขตวิชาเฉพาะตำแหน่งแยกรายตำแหน่ง และกลยุทธ์เตรียมตัวที่อิงน้ำหนักคะแนนจริง ทุกตัวเลขมาจากประกาศและขอบเขตการสอบที่ธนาคารเผยแพร่บน baac.or.th
230 ข้อ · 4 ชม.
ข้อเขียน ธ.ก.ส. พนักงานระดับ 4 สายหลัก แบ่ง 3 ช่วง รวม 250 คะแนน
ทั่วไป 80 ข้อ/90 นาที · ความละเอียดแม่นยำ 50 ข้อ/30 นาที · เฉพาะตำแหน่ง 100 ข้อ/120 นาที — ตามขอบเขตการสอบที่ ธ.ก.ส. เผยแพร่
ในคู่มือนี้
- 1. ธ.ก.ส. คือใคร และตำแหน่งไหนที่เปิดบ่อยที่สุด
- 2. รอบรับสมัครที่ผ่านมาเปิดเดือนไหน และทำไมปี 2569 ยังไม่มีรอบใหญ่
- 3. คุณสมบัติจากประกาศจริง อายุ วุฒิ ใบขับขี่ และเงื่อนไขผูกพื้นที่
- 4. ผังข้อสอบ 3 ช่วง และกับดักที่วิชาแรกอาจไม่นับคะแนน
- 5. วิชาเฉพาะตำแหน่งออกอะไร และความรู้เกี่ยวกับ ธ.ก.ส. ที่ต้องอ่าน
- 6. เตรียมตัวยังไงให้ตรงจุด และใช้ mock 3 ช่วงจับเวลาอย่างไร
ธ.ก.ส. คือใคร และตำแหน่งไหนที่เปิดบ่อยที่สุด
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นธนาคารของรัฐที่ก่อตั้งตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509 และเปิดทำการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2509 โดยรับโอนงานมาจากธนาคารเพื่อการสหกรณ์ด้วยสินทรัพย์เริ่มต้น 355 ล้านบาท สำนักงานใหญ่แห่งแรกอยู่บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง และผู้จัดการคนแรกคือนายจำเนียร สาระนาค ปัจจุบันผู้จัดการที่ลงนามในประกาศรับสมัครคือนายฉัตรชัย ศิริไล
สถานะทางกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้น ธ.ก.ส. เป็นรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่ส่วนราชการ คนที่สอบติดจึงเป็นพนักงานธนาคาร ไม่ใช่ข้าราชการ และต้องมีคุณสมบัติกับไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 ก่อนได้รับการบรรจุ ประกาศทุกฉบับกำหนดไว้ตรงกันว่าผู้ผ่านเกณฑ์ต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ทำหนังสือค้ำประกัน ให้ธนาคารสืบประวัติ และแสดงเอกสารข้อมูลเครดิตบูโรด้วย
ตำแหน่งที่เปิดรับเยอะที่สุดและเป็นประตูหลักของคนทั่วไปคือพนักงานพัฒนาธุรกิจ ระดับ 4 หน้าที่ตามประกาศคืองานสินเชื่อทั้งวงจร ตั้งแต่ขึ้นทะเบียนลูกค้า วิเคราะห์วงเงินกู้ ตรวจสอบและจัดทำหลักประกัน งานจำนองและไถ่ถอน ไปจนถึงงานบริหารจัดการหนี้ ตรวจสอบการใช้เงินกู้ เร่งรัดชำระหนี้ และงานโครงการนโยบายรัฐ พูดง่าย ๆ คือเป็นตำแหน่งที่ต้องออกพื้นที่หาลูกค้าเกษตรกรจริง ๆ ไม่ใช่นั่งประจำเคาน์เตอร์
ตำแหน่งที่สองคือพนักงานการเงิน ระดับ 4 ซึ่งเน้นงานหน้าเคาน์เตอร์และงานธุรกรรม ทั้งเงินฝาก เงินกู้ตามผลิตภัณฑ์ งานรายได้จากค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ และการรักษาเงินสดในความรับผิดชอบ ในรอบใหญ่ปีบัญชี 2568 ธนาคารประมาณการความต้องการพนักงานพัฒนาธุรกิจไว้ราว 1,000 อัตรา และพนักงานการเงินราว 380 อัตรา รวมเป็น 1,380 อัตราที่เป็นข่าวใหญ่
นอกจากสองตำแหน่งนี้ยังมีสายเฉพาะทางที่เปิดเป็นครั้งคราวและรับจำนวนน้อยกว่ามาก เช่น นิติกร ระดับ 4 ที่ต้องจบนิติศาสตร์และมีใบอนุญาตทนายความ ตำแหน่งสายเทคโนโลยีสารสนเทศ และตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานซึ่งเป็นการจ้างตามสัญญาที่มีวันสิ้นสุดระบุไว้ชัด กลุ่มหลังนี้ได้เงินเดือนเทียบเท่าอัตราขั้นต้นของพนักงานระดับ 4 ก็จริง แต่สถานะการจ้างต่างกัน รายละเอียดตัวเลขฝั่งค่าตอบแทนอ่านต่อได้ในคู่มือเงินเดือนธนาคารรัฐรายแบงก์
รอบรับสมัครที่ผ่านมาเปิดเดือนไหน และทำไมปี 2569 ยังไม่มีรอบใหญ่
เรื่องแรกที่ต้องปรับความเข้าใจคือ ธ.ก.ส. ไม่ได้นับปีตามปฏิทิน แต่ใช้ปีบัญชีที่เริ่ม 1 เมษายนและสิ้นสุด 31 มีนาคมของปีถัดไป ดังนั้นประกาศที่เขียนว่าปีบัญชี 2569 คือช่วงเมษายน 2569 ถึงมีนาคม 2570 คนที่ค้นหาด้วยคำว่าสอบ ธ.ก.ส. 2569 แล้วเจอประกาศลงเดือนมิถุนายนหรือสิงหาคม จึงไม่ได้เจอของเก่า แต่เจอของปีบัญชีนั้นถูกต้องแล้ว
เมื่อไล่ดูรอบที่ผ่านมาจะเห็นว่าไม่มีเดือนที่ตายตัว รอบพนักงานพัฒนาธุรกิจปีบัญชี 2565 เปิดรับกลางเดือนตุลาคม 2565 รอบปีบัญชี 2566 เปิด 24 ถึง 31 พฤษภาคม 2566 แล้วยังมีรอบพนักงานการเงินครั้งที่ 2 ตามมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ส่วนรอบใหญ่ล่าสุดคือปีบัญชี 2568 เปิด 10 ถึง 19 พฤษภาคม 2568 สิ่งที่ซ้ำกันจริงจึงไม่ใช่เดือน แต่คือหน้าต่างรับสมัครที่สั้นมาก ส่วนใหญ่อยู่ราว 7 ถึง 10 วันเท่านั้น คนที่ไม่ได้ตั้งแจ้งเตือนไว้มักรู้ตัวตอนปิดรับไปแล้ว
มาถึงคำถามที่คนถามมากที่สุดในปีนี้ ทำไมปีบัญชี 2569 ยังไม่เห็นรอบใหญ่หลักพันอัตรา คำตอบอยู่ในประกาศรอบ 2568 เอง ตรงที่ระบุว่าจำนวน 1,380 อัตราเป็นประมาณการความต้องการ 2 ปีในภาพรวมของธนาคาร ไม่ใช่อัตราว่างที่จะบรรจุพร้อมกันทีเดียว และผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งจะถูกขึ้นบัญชีสำรองไว้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2570 ตราบที่บัญชีนั้นยังมีคนรออยู่ ธนาคารก็เรียกจากบัญชีเดิมได้โดยไม่ต้องเปิดสอบใหม่
ประกาศที่ออกจริงในปีบัญชี 2569 ณ ปลายเดือนสิงหาคมจึงเป็นรอบเล็กเฉพาะทาง คือนิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ ที่รับสมัคร 23 ถึง 30 มิถุนายน 2569 อัตราว่าง 24 อัตรากับอัตราสำรอง 19 อัตรา และผู้ช่วยพนักงานลูกค้าสัมพันธ์ที่รับสมัครทางอีเมลช่วง 4 ถึง 14 สิงหาคม 2569 ทั้งสองตำแหน่งระบุอัตราเงินเดือน 18,150 บาท ซึ่งขยับขึ้นจากรอบ 2568 ที่ยังเขียนไว้ 15,000 บาท
อีกกลไกที่มีผลกับจังหวะเปิดสอบและคนมักไม่รู้คือธนาคารสงวนสิทธิ์จัดเก็บฐานข้อมูลผู้ที่สอบผ่านวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปไว้เป็นเวลา 3 ปี โดยรอบ 2568 ระบุว่ามีผลถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2571 หากธนาคารต้องการสรรหาเฉพาะตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง จะคัดกรองคนในบัญชีนั้นที่คุณสมบัติตรงมาให้แสดงความประสงค์สอบเฉพาะวิชาเฉพาะตำแหน่งได้เลย แปลว่าการสอบผ่านวิชาทั่วไปหนึ่งครั้งมีอายุใช้งานยาวกว่าที่คิด และเป็นเหตุผลที่ควรลงสนามตั้งแต่รอบที่เปิดอยู่แทนที่จะรอรอบใหญ่ที่ไม่มีใครรับประกันว่าจะมา
| ปีบัญชี | ตำแหน่ง | ช่วงรับสมัคร | จำนวน | เงินเดือนตามประกาศ |
|---|---|---|---|---|
| 2565 | พนักงานพัฒนาธุรกิจ ระดับ 4 | 17–21 ต.ค. 2565 | ประมาณ 630 อัตรา | 15,000 บาท |
| 2566 | พนักงานพัฒนาธุรกิจ ระดับ 4 | 24–31 พ.ค. 2566 | ประมาณ 620 อัตรา | 15,000 บาท |
| 2566 (ครั้งที่ 2) | พนักงานการเงิน ระดับ 4 | 10–18 ธ.ค. 2566 | ประมาณ 320 อัตรา | 15,000 บาท |
| 2568 | พนักงานพัฒนาธุรกิจ + พนักงานการเงิน ระดับ 4 | 10–19 พ.ค. 2568 | 1,380 อัตรา (พพธ. ~1,000 / การเงิน ~380) | 15,000 บาท |
| 2569 | นิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ | 23–30 มิ.ย. 2569 | ว่าง 24 / สำรอง 19 | 18,150 บาท |
| 2569 | ผู้ช่วยพนักงานลูกค้าสัมพันธ์ (สัญญาจ้าง) | 4–14 ส.ค. 2569 | รอบเล็ก หลักหน่วย | 18,150 บาท |
แถวปีบัญชี 2566 และ 2568 กับนิติกร 2569 อ่านจากไฟล์ประกาศฉบับเต็มบน baac.or.th โดยตรง · แถวปีบัญชี 2565 อ้างอิงรายงานข่าวที่สรุปประกาศรอบนั้น ไม่ใช่ไฟล์ประกาศต้นฉบับ · จำนวนอัตราเป็นประมาณการความต้องการของธนาคาร ไม่ใช่จำนวนที่บรรจุพร้อมกัน
คุณสมบัติจากประกาศจริง อายุ วุฒิ ใบขับขี่ และเงื่อนไขผูกพื้นที่
เกณฑ์อายุตรงกันทุกตำแหน่งที่เปิดอ่านได้คือ ต้องอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ปิดรับสมัคร ข้อนี้เข้มกว่าราชการทั่วไปที่หลายสนามไม่จำกัดอายุปลายทาง ใครที่อายุใกล้เพดานจึงควรวางแผนว่าจะเหลือโอกาสลงสนามได้อีกกี่รอบ ไม่ใช่คิดว่าค่อยสอบปีหน้าก็ได้
ฝั่งวุฒิ ตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจเปิดกว้างที่สุด ประกาศระบุว่ารับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันที่ ก.พ. รับรอง โดยสาขาวิชาหรือวิชาเอกต้องอยู่ในด้านที่ธนาคารกำหนด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เกษตรและวิทยาศาสตร์เกษตร คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ คณิตศาสตร์ สถิติ พัฒนาชุมชนและสังคม เศรษฐศาสตร์ บัญชี บริหารธุรกิจ บริหารรัฐกิจ การตลาด การจัดการทั่วไป สหกรณ์ รัฐศาสตร์ ไปจนถึงนิติศาสตร์ เอกสารแนบท้ายประกาศไล่รายชื่อสาขาย่อยไว้หลายร้อยรายการ จุดที่ต้องระวังคือธนาคารดูจากคำว่าสาขาวิชาหรือวิชาเอกที่ปรากฏบนปริญญาบัตรหรือทรานสคริปต์เท่านั้น ไม่ได้ดูชื่อคณะ
ตำแหน่งพนักงานการเงินแคบกว่ามาก รับเฉพาะสองด้าน คือด้านการบัญชีทุกแขนง กับด้านการเงินการธนาคารซึ่งรวมเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินการคลังเข้าไปด้วย ส่วนนิติกร ระดับ 4 ต้องจบนิติศาสตร์ และมีเงื่อนไขเพิ่มที่ตัดคนออกเยอะคือต้องมีใบอนุญาตให้เป็นทนายความที่ยังไม่หมดอายุภายในวันสัมภาษณ์
เงื่อนไขที่พลาดกันจริงจนตกรอบสัมภาษณ์คือใบขับขี่ของตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจ ประกาศเขียนไว้ว่าต้องมีทั้งใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์และใบอนุญาตขับรถยนต์ ซึ่งยังไม่หมดอายุ และต้องนำมายื่นในวันที่มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ถ้าเกินกำหนดจะถือว่าขาดคุณสมบัติและถูกตัดชื่อออกทุกขั้นตอน คนที่มีแค่ใบเดียวหรือลืมต่ออายุจึงเสียของฟรีทั้งที่สอบข้อเขียนผ่านมาแล้ว ควรเช็กวันหมดอายุตั้งแต่วันที่กดสมัคร
อีกเงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตแต่คนอ่านผ่านคือการผูกพื้นที่ ตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจและพนักงานการเงินกำหนดให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งต้องอยู่ปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นในสังกัดที่ได้รับแต่งตั้งไม่น้อยกว่า 3 ปี ส่วนนิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ กำหนดไว้หนักกว่าคือต้องอยู่ปฏิบัติงานในภูมิภาคนั้นไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงจะมีสิทธิ์โยกย้ายหรือสับเปลี่ยนตำแหน่ง นอกจากนี้ประกาศยังระบุว่าหากถูกเรียกไปประจำสาขาที่มีเวลาทำการนอกเหนือเวลาปกติ ผู้ได้รับแต่งตั้งต้องยอมรับเงื่อนไขนั้นโดยไม่มีข้อแม้ การเลือกภูมิภาคตอนสมัครจึงเท่ากับตัดสินใจเรื่องที่อยู่ไปหลายปีพร้อมกัน
ปิดท้ายด้วยด่านหลังบรรจุที่หลายคนไม่รู้ว่ามี ธนาคารกำหนดให้ทดลองปฏิบัติงาน 90 วัน และต้องได้ผลประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ถ้าไม่ผ่านจะให้ทดลองเพิ่มอีกไม่เกิน 90 วัน แล้วประเมินใหม่ หากครั้งที่สองยังไม่ผ่านเกณฑ์ ธนาคารจะเลิกจ้างทันที ดังนั้นเส้นชัยจริงไม่ได้อยู่ที่วันประกาศผลสัมภาษณ์
| ตำแหน่ง | วุฒิ / สาขา | ใบอนุญาตที่ต้องมี | ผูกพื้นที่หรือสังกัด |
|---|---|---|---|
| พนักงานพัฒนาธุรกิจ ระดับ 4 | ป.ตรี สาขากว้าง ตั้งแต่เกษตร เศรษฐศาสตร์ บัญชี บริหาร คอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ สถิติ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ | ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ + ใบขับขี่รถยนต์ (ยื่นวันสัมภาษณ์) | อยู่ในสังกัดที่แต่งตั้งไม่น้อยกว่า 3 ปี |
| พนักงานการเงิน ระดับ 4 | ป.ตรี ด้านบัญชี หรือด้านการเงินการธนาคาร (รวมเศรษฐศาสตร์การเงิน/การคลัง) | ไม่ระบุใบขับขี่ในประกาศ | อยู่ในสังกัดที่แต่งตั้งไม่น้อยกว่า 3 ปี |
| นิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ | ป.ตรี นิติศาสตร์ | ใบอนุญาตให้เป็นทนายความที่ยังไม่หมดอายุ (ภายในวันสัมภาษณ์) | อยู่ปฏิบัติงานในภูมิภาคนั้นไม่น้อยกว่า 5 ปี |
ทุกตำแหน่งกำหนดอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์นับถึงวันปิดรับสมัคร · ค่าธรรมเนียมสอบ 400 บาท บวกค่าธรรมเนียมธนาคารและบริการ SMS อีก 50 บาท และไม่คืนเงินทุกกรณี · เงื่อนไขต่างกันได้ในแต่ละรอบ ให้ยึดประกาศฉบับที่กำลังสมัคร
ผังข้อสอบ 3 ช่วง และกับดักที่วิชาแรกอาจไม่นับคะแนน
ธ.ก.ส. เป็นธนาคารรัฐไม่กี่แห่งที่เผยแพร่ขอบเขตเนื้อหาการสอบเป็นเอกสารแนบท้ายประกาศ ทำให้ผู้สมัครเห็นผังชัดก่อนลงสนาม สำหรับตำแหน่งพนักงานพัฒนาธุรกิจและพนักงานการเงิน ระดับ 4 ผังแบ่งเป็น 3 วิชา คือวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปแบบ Aptitude Test 80 ข้อ 100 คะแนน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที วิชาความละเอียดแม่นยำ 50 ข้อ 50 คะแนน ใช้เวลา 30 นาที และวิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 ข้อ 100 คะแนน ใช้เวลา 2 ชั่วโมง รวมเป็น 230 ข้อ 250 คะแนน ราว 4 ชั่วโมง
วิชาความรู้ความสามารถทั่วไปแตกเป็น 5 ส่วนตามที่ธนาคารระบุ คือความสามารถเชิงคณิตศาสตร์ การคิดวิเคราะห์และเหตุผล ความสามารถทางด้านภาษาไทย ความสามารถทางด้านมิติสัมพันธ์ และความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาความละเอียดแม่นยำไม่มีหัวข้อย่อยในเอกสาร ระบุแค่จำนวนข้อกับเวลา ซึ่งคำนวณแล้วเหลือข้อละ 36 วินาที เป็นวิชาที่แพ้ชนะกันด้วยความเร็วล้วน ๆ
จุดที่ต้องอ่านให้ขาดคือเกณฑ์ผ่านกับวิธีคิดคะแนนรวม ซึ่งไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ประกาศรอบปีบัญชี 2568 กำหนดว่าผู้ผ่านเกณฑ์ข้อเขียนต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 แต่วิชาความรู้ความสามารถทั่วไปจะนำมาพิจารณาผลผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้น จากนั้นการเรียงลำดับผู้ผ่านเกณฑ์ใช้คะแนนรวม 250 คะแนน ที่ประกอบด้วยข้อเขียน 150 คะแนน คือความละเอียดแม่นยำบวกความรู้เฉพาะตำแหน่ง กับคะแนนสัมภาษณ์อีก 100 คะแนน แปลตรงตัวว่าคะแนนวิชาทั่วไปที่ทำได้เกินเกณฑ์ไปเยอะ ไม่ได้ช่วยดันอันดับเลยแม้แต่คะแนนเดียว
และนี่คือเหตุผลที่ห้ามลอกสรุปของรุ่นพี่มาใช้ดื้อ ๆ เพราะรอบปีบัญชี 2566 คิดคนละแบบ ประกาศรอบนั้นเรียงลำดับจากคะแนนข้อเขียนเต็ม 250 คะแนนบวกคะแนนสัมภาษณ์ 50 คะแนน รวมเป็น 300 คะแนน ซึ่งหมายความว่าวิชาทั่วไปนับเข้าคะแนนรวมด้วย และสัมภาษณ์มีน้ำหนักน้อยกว่าครึ่งของรอบ 2568 น้ำหนักคะแนนของ ธ.ก.ส. เปลี่ยนได้จริงระหว่างรอบ สิ่งเดียวที่ใช้ยึดได้คือหัวข้อการพิจารณาผู้ผ่านเกณฑ์ในประกาศฉบับที่คุณกำลังสมัคร
อีกทางลัดที่มีอยู่จริงในรอบ 2568 คือผู้ที่สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป หรือผ่านวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปของ ธ.ก.ส. ปีบัญชี 2566 มาก่อน จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปในรอบนั้น ใครที่มีหนังสือรับรอง ภาค ก อยู่แล้วจึงเหลือของต้องเตรียมน้อยลงหนึ่งวิชาเต็ม ๆ แต่ต้องย้ำว่าเงื่อนไขนี้เป็นของรอบ 2568 ไม่ใช่กติกาถาวรของทุกตำแหน่ง
ส่วนตำแหน่งนิติกร ระดับ 4 ใช้ผังคนละแบบ ไม่มีวิชาความละเอียดแม่นยำ แต่มีวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปแบบปรนัย 80 ข้อ 100 คะแนน 1 ชั่วโมง 30 นาที กับวิชาความรู้เฉพาะตำแหน่งที่เป็นทั้งปรนัยและอัตนัย 100 คะแนน 2 ชั่วโมง เกณฑ์ผ่านข้อเขียนคิดรวมทั้งก้อนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และเรียงลำดับจากคะแนนรวม 300 คะแนน คือข้อเขียน 200 บวกสัมภาษณ์ 100 ทั้งสองผังใช้เกณฑ์สัมภาษณ์เดียวกันคือต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และต้องผ่านการทดสอบบุคลิกภาพโดยผลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งไม่มีคะแนน คิดแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน
| ช่วง | วิชา | จำนวนข้อ | คะแนน | เวลา | นับเข้าคะแนนเรียงลำดับ (รอบ 2568) |
|---|---|---|---|---|---|
| ช่วงที่ 1 | ความรู้ความสามารถทั่วไป (Aptitude Test) | 80 ข้อ | 100 | 1 ชม. 30 นาที | ไม่นับ — คิดแค่ผ่าน/ไม่ผ่าน |
| ช่วงที่ 2 | ความละเอียดแม่นยำ | 50 ข้อ | 50 | 30 นาที | นับ |
| ช่วงที่ 3 | ความรู้เฉพาะตำแหน่ง | 100 ข้อ | 100 | 2 ชม. | นับ |
| หลังข้อเขียน | สัมภาษณ์ + ทดสอบบุคลิกภาพ | — | 100 | — | นับ (บุคลิกภาพคิดผ่าน/ไม่ผ่าน) |
ข้อเขียนรวม 230 ข้อ 250 คะแนน ราว 4 ชั่วโมง · คะแนนที่ใช้เรียงลำดับในรอบ 2568 คือ 250 คะแนน = ข้อเขียน 150 (แม่นยำ + เฉพาะตำแหน่ง) + สัมภาษณ์ 100 · กรณีคะแนนรวมเท่ากัน ตัดสินตามลำดับ คือคะแนนสัมภาษณ์ คะแนนรวมแม่นยำกับเฉพาะตำแหน่ง คะแนนเฉพาะตำแหน่ง และลำดับการชำระเงิน · รอบ 2566 ใช้สูตรต่างออกไป (ข้อเขียน 250 + สัมภาษณ์ 50 = 300)
วิชาเฉพาะตำแหน่งออกอะไร และความรู้เกี่ยวกับ ธ.ก.ส. ที่ต้องอ่าน
ขอบเขตวิชาความรู้เฉพาะตำแหน่งของพนักงานพัฒนาธุรกิจแบ่งเป็น 8 หัวข้อใหญ่ เริ่มจากความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อเบื้องต้นซึ่งเป็นก้อนที่หนักที่สุด ครอบคลุมหลักการวิเคราะห์สินเชื่อและวิเคราะห์โครงการ การบริหารงานสินเชื่อ การบริหารจัดการหนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านสินเชื่อ การวิเคราะห์หลักประกันเบื้องต้น แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่องการให้สินเชื่อและการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และกฎหมายเกี่ยวกับงานสินเชื่อ ซึ่งเอกสารระบุชัดว่าคือการกู้ยืมเงิน ค้ำประกัน จำนอง อายุความ หนี้ และพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ถัดมาคือความรู้เกี่ยวกับบัญชีและการเงินระดับเบื้องต้น ทั้งบัญชีและงบการเงินเบื้องต้น ธุรกรรมการเงิน ตราสารทางการเงิน โครงสร้างทางการเงิน การคำนวณดอกเบี้ย การลงทุนและการวางแผนทางการเงิน ต่อด้วยเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น แล้วมาถึงหัวข้อที่เป็นเอกลักษณ์ของแบงก์นี้จริง ๆ คือความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาชนบทและชุมชน ซึ่งรวมเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจชุมชน BCG Model เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs และแนวคิด ESG พร้อมกับความรู้เรื่องธุรกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชน สถาบันการเงินชุมชน และสหกรณ์การเกษตร หัวข้อชุดนี้แทบไม่มีในสนามธนาคารอื่น และเป็นจุดที่ผู้สมัครสายบัญชีหรือบริหารมักทิ้งคะแนน
ตำแหน่งพนักงานการเงินสลับน้ำหนักไปอีกทาง ก้อนแรกเป็นหลักการบัญชีเต็ม ๆ ทั้งหมวดบัญชีการเงินตั้งแต่การวิเคราะห์และบันทึกบัญชี การแก้ไขปรับปรุง การปิดบัญชี การจัดทำงบการเงิน หมวดบัญชีบริหารที่มีบัญชีต้นทุนกับการวิเคราะห์งบการเงิน และหมวดมาตรฐานการบัญชีและการรายงานทางการเงิน ก้อนที่สองเป็นการเงินการธนาคารและสินเชื่อเบื้องต้น ตั้งแต่ตลาดการเงิน ธุรกรรมการเงินการธนาคาร ตราสารทางการเงิน การบริหารการเงิน การคำนวณดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทน ความเสี่ยง จนถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ส่วนหัวข้อพัฒนาชนบท การตลาด และความรู้องค์กร ใช้ชุดเดียวกับพนักงานพัฒนาธุรกิจ
ฝั่งนิติกร ขอบเขตเป็นกฎหมายล้วน หัวข้อใหญ่ที่สุดคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ระบุลักษณะที่ออกไว้ละเอียดถึงระดับหมวด ตั้งแต่นิติกรรม ระยะเวลา อายุความ หนี้ สัญญา ละเมิด ยืม ฝากทรัพย์ ค้ำประกัน จำนอง จำนำ และทรัพย์สิน ตามด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนพยานหลักฐาน วิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น คดีมโนสาเร่ การพิจารณาโดยขาดนัด และการบังคับคดีตามคำพิพากษา แล้วต่อด้วยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เฉพาะหมวด 1 และหมวด 4 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในเรื่องผู้เสียหายกับการฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง จะเห็นว่าขอบเขตผูกกับงานจริงของฝ่ายบริหารจัดการคุณภาพหนี้และสำนักคดีอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนที่ทุกตำแหน่งเจอเหมือนกันและเป็นคะแนนฟรีสำหรับคนที่ยอมอ่านคือหัวข้อองค์กร ธนาคารระบุไว้ว่าออกเรื่องขีดความสามารถหลัก 5 ข้อ ได้แก่ ร่วมพลังร่วมใจ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ใส่ใจลูกค้า มีความเป็นมืออาชีพ และยึดมั่นหลักจริยธรรมและความโปร่งใส ตามด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ ผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการเงิน ปิดท้ายด้วยจรรยาบรรณ ธรรมาภิบาล การปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเบื้องต้น และการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรมหรือ Market Conduct
แนวทางอ่านหัวข้อองค์กรให้คุ้มเวลาคือเข้าเว็บไซต์ธนาคารแล้วอ่านของจริง วิสัยทัศน์ปัจจุบันคือเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน พันธกิจมี 4 ข้อ ตั้งแต่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินครบวงจรแก่ภาคชนบท การพัฒนาการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม การสนับสนุนเงินทุนควบคู่กับความรู้และการเชื่อมโยงตลาด ไปจนถึงการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ค่านิยมองค์กรใช้ตัวย่อ SPARK คือ Sustainability, Participation, Accountability, Respect และ Knowledge ส่วนผลิตภัณฑ์ควรรู้จักอย่างน้อยกลุ่มเงินฝาก สินเชื่อรายบุคคลและผู้ประกอบการ สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. กับสลากดิจิทัล ออมทรัพย์ทวีโชค และเงินฝากสงเคราะห์ชีวิต และควรอ่านวัตถุประสงค์ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. 2509 ประกอบด้วย
| หัวข้อ | พนักงานพัฒนาธุรกิจ | พนักงานการเงิน | นิติกร |
|---|---|---|---|
| แกนวิชาชีพ | สินเชื่อ วิเคราะห์โครงการ บริหารหนี้ ความเสี่ยง หลักประกัน แนวนโยบาย ธปท. | หลักการบัญชี บัญชีบริหาร มาตรฐานรายงานทางการเงิน ตลาดการเงิน | ป.พ.พ. ป.วิ.แพ่ง ป.วิ.อาญา |
| กฎหมายที่ระบุชื่อ | กู้ยืม ค้ำประกัน จำนอง อายุความ หนี้ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 | ไม่ระบุเป็นหัวข้อแยก (อยู่ในสินเชื่อเบื้องต้น) | พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551 · พ.ร.บ.ล้มละลาย 2483 หมวด 1 และ 4 |
| เศรษฐศาสตร์ | เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น | เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น | ไม่มีในขอบเขต |
| พัฒนาชนบท/ชุมชน | เศรษฐกิจพอเพียง BCG SDGs ESG กองทุนหมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร | เหมือนพนักงานพัฒนาธุรกิจ | ไม่มีในขอบเขต |
| การตลาด | การตลาดสมัยใหม่ ตลาดสินค้าเกษตร CRM | เหมือนพนักงานพัฒนาธุรกิจ | ไม่มีในขอบเขต |
| ความรู้องค์กร | Core Competency 5 ข้อ · วิสัยทัศน์ พันธกิจ ผลิตภัณฑ์ · ปปง. · Market Conduct | เหมือนพนักงานพัฒนาธุรกิจ | เหมือนพนักงานพัฒนาธุรกิจ |
อ้างอิงเอกสารขอบเขตเนื้อหาการสอบที่ ธ.ก.ส. แนบท้ายประกาศ (พนักงานพัฒนาธุรกิจ/พนักงานการเงิน ระดับ 4 ปีบัญชี 2568 และนิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ ปีบัญชี 2569) — ขอบเขตปรับได้ทุกรอบ ให้เปิดไฟล์แนบของรอบที่กำลังสมัครยืนยันซ้ำ
เตรียมตัวยังไงให้ตรงจุด และใช้ mock 3 ช่วงจับเวลาอย่างไร
กลยุทธ์ที่ถูกต้องต้องเริ่มจากการอ่านน้ำหนักคะแนนของรอบตัวเองก่อน ไม่ใช่เริ่มจากการอ่านหนังสือ ถ้ารอบที่คุณสมัครใช้สูตรแบบปีบัญชี 2568 คือวิชาทั่วไปคิดแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน ลำดับความสำคัญจะกลับหัวจากที่คนส่วนใหญ่ทำกัน ความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 คะแนนคือสนามหลัก ความละเอียดแม่นยำ 50 คะแนนคือสนามรอง ส่วนวิชาทั่วไปต้องทำให้ถึงร้อยละ 60 ให้ได้เท่านั้น เกินไปมากก็ไม่ได้แต้มเพิ่ม แต่ต่ำกว่านั้นแม้แต่นิดเดียวก็ตกทั้งที่วิชาอื่นทำได้ดี
เรื่องเวลาเป็นตัวแปรที่ทำคนเก่งตกมานักต่อนักแล้ว ลองคำนวณดูตรง ๆ วิชาทั่วไป 80 ข้อใน 90 นาทีเหลือข้อละประมาณ 67 วินาที ทั้งที่ต้องอ่านโจทย์อนุกรม กราฟ และบทความภาษาอังกฤษ วิชาความละเอียดแม่นยำหนักกว่านั้นอีกคือ 50 ข้อใน 30 นาที เท่ากับข้อละ 36 วินาที ส่วนวิชาเฉพาะตำแหน่ง 100 ข้อใน 2 ชั่วโมงคือข้อละ 72 วินาที คนที่รู้เนื้อหาแต่ไม่เคยจับเวลาจะทำไม่ทันโดยไม่รู้ตัว และคะแนนที่หายไปตรงนี้คือคะแนนที่ใช้เรียงลำดับเรียกบรรจุโดยตรง
แผนเตรียมตัวที่ใช้ได้จริงมี 4 ขั้น หนึ่งคือปิดหัวข้อองค์กรและ ธ.ก.ส. ให้จบก่อน เพราะเป็นส่วนที่คงที่ที่สุดและอ่านครั้งเดียวใช้ได้ทุกตำแหน่ง สองคือเจาะแกนวิชาชีพตามตำแหน่งที่จะสมัคร สายพัฒนาธุรกิจให้ลงลึกที่สินเชื่อกับกฎหมายค้ำประกันจำนอง สายการเงินให้ลงลึกที่บัญชีกับการคำนวณดอกเบี้ย สามคือฝึกความละเอียดแม่นยำแบบจับเวลาทุกวันวันละชุดสั้น ๆ เพราะเป็นทักษะที่พัฒนาได้เร็วที่สุดต่อชั่วโมงที่ลงแรง และสี่คือซ้อมสัมภาษณ์จริงจัง เพราะเกณฑ์ร้อยละ 80 ของ ธ.ก.ส. สูงกว่าที่คนคาด และในรอบ 2568 สัมภาษณ์กินน้ำหนักถึง 100 จาก 250 คะแนนที่ใช้เรียงลำดับ
อย่าลืมของที่ไม่ใช่ความรู้ด้วย ใบขับขี่ทั้งสองใบสำหรับสายพัฒนาธุรกิจ ใบอนุญาตทนายความสำหรับนิติกร เอกสารวุฒิที่ระบุสาขาวิชาให้ตรงตามที่ธนาคารกำหนด และข้อมูลเครดิตบูโรที่ต้องแสดงตอนบรรจุ ของพวกนี้ทำล่วงหน้าได้ทั้งหมดและใช้เวลาไม่กี่วัน แต่ถ้าปล่อยไว้จนถึงวันสัมภาษณ์แล้วขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ผลคือถูกตัดชื่อออกทุกขั้นตอนโดยไม่มีข้อยกเว้น
ที่ snamsob.com เรามีชุด mock ธ.ก.ส. ที่จำลองครบทั้ง 3 ช่วงเหมือนสนามจริง คือความรู้ความสามารถทั่วไป 80 ข้อ 90 นาที ความละเอียดแม่นยำ 50 ข้อ 30 นาที และความรู้เฉพาะตำแหน่ง 100 ข้อ 120 นาที จับเวลาแยกช่วงตามผังของธนาคาร ไม่ใช่รวมเป็นชุดเดียวแล้วจับเวลาก้อนใหญ่ ความต่างตรงนี้สำคัญ เพราะสิ่งที่ทำคนพลาดในสนามจริงคือการบริหารเวลาภายในแต่ละช่วง โดยเฉพาะช่วงความละเอียดแม่นยำที่ 30 นาทีหมดเร็วกว่าที่คิดมาก ทำได้ที่ snamsob.com/mock
วิธีใช้ที่ได้ผลที่สุดคือทำ mock เต็มชุดหนึ่งรอบตั้งแต่ยังไม่พร้อม เพื่อให้เห็นด้วยตัวเลขว่าหัวข้อไหนดึงคะแนนลง แล้วกลับไปฝึกซ่อมเฉพาะจุดนั้นจากคลังข้อสอบที่แยกตามวิชาและหัวข้อย่อยพร้อมเฉลยอธิบาย ก่อนกลับมาวัดซ้ำด้วย mock อีกชุดเพื่อดูว่าคะแนนขยับจริงไหม อย่าลืมว่าเกณฑ์ของ ธ.ก.ส. ไม่ได้ตัดที่ร้อยละ 60 อย่างเดียว แต่ยังเรียงลำดับแข่งกับคนอื่นตามอัตราว่างด้วย เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่ผ่าน แต่คือทำให้สูงพอจะติดโควตาที่เปิด สมัครใหม่ลองฟรีได้ก่อนเพื่อดูว่าแนวข้อสอบตรงกับสนามที่คุณจะเจอหรือเปล่า
อัปเดต 27 ส.ค. 2569 · แหล่งอ้างอิงที่เปิดอ่านจริงรอบนี้ทั้งหมดมาจาก baac.or.th โดยตรง ได้แก่ ประกาศ ธ.ก.ส. เรื่องการรับสมัครบุคคลภายนอกเพื่อเป็นพนักงานพัฒนาธุรกิจ ระดับ 4 และพนักงานการเงิน ระดับ 4 ปีบัญชี 2568 (ลงวันที่ 7 พ.ค. 2568) พร้อมเอกสารแนบท้ายเรื่องวุฒิการศึกษาและขอบเขตเนื้อหาการสอบทั้งของพนักงานพัฒนาธุรกิจและพนักงานการเงิน · ประกาศ ธ.ก.ส. เรื่องการสรรหาบุคคลภายนอกเพื่อเป็นพนักงาน ตำแหน่งนิติกร ระดับ 4 เฉพาะพื้นที่ ปีบัญชี 2569 (ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2569) พร้อมขอบเขตเนื้อหาการสอบแนบท้าย · ประกาศรอบปีบัญชี 2566 ของพนักงานพัฒนาธุรกิจ (ลงวันที่ 23 พ.ค. 2566) และพนักงานการเงินครั้งที่ 2 (ลงวันที่ 8 ธ.ค. 2566) ที่ใช้เทียบว่าน้ำหนักคะแนนเปลี่ยนระหว่างรอบ · หน้ารู้จัก ธ.ก.ส. ประวัติการก่อตั้ง และหน้าวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยม บน baac.or.th · หน้ารวมประกาศรับสมัครงานของธนาคารที่ใช้ตรวจสถานะรอบปีบัญชี 2569 ณ วันที่อัปเดต · ข้อมูลรอบปีบัญชี 2565 (630 อัตรา 17–21 ต.ค. 2565) มาจากรายงานข่าวที่สรุปประกาศรอบนั้น ไม่ใช่ไฟล์ประกาศต้นฉบับ จึงกำกับไว้ในตาราง · สิ่งที่ยืนยันไม่ได้และตัดออก: กำหนดการรอบใหญ่ครั้งถัดไปของพนักงานพัฒนาธุรกิจและพนักงานการเงิน คะแนนที่ติดจริงในแต่ละรอบ และจำนวนผู้สมัครต่อรอบ ธนาคารไม่เคยเผยแพร่ตัวเลขเหล่านี้ · คำเตือน: เงื่อนไข ขอบเขตการสอบ น้ำหนักคะแนน และอัตราเงินเดือนของ ธ.ก.ส. เปลี่ยนได้ทุกรอบการรับสมัคร โปรดเปิดประกาศฉบับเต็มและไฟล์ขอบเขตเนื้อหาแนบท้ายของตำแหน่งที่กำลังสมัครยืนยันซ้ำเสมอ