สนามสอบทั้งหมด

งานราชการที่ไม่ต้องใช้ใบ ก.พ. ภาค ก 2569 มีสนามไหนบ้าง

ตอบสั้นก่อน หนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. เป็นเงื่อนไขของการสอบแข่งขันเข้ารับราชการเป็น "ข้าราชการพลเรือนสามัญ" คือตำแหน่งในกรมและกระทรวงต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เท่านั้น งานรัฐอีกมหาศาลอยู่คนละระบบกฎหมายและไม่ได้ขอใบนี้เลย บางสนามมีภาค ก ของตัวเองที่จัดสอบแยกต่างหาก เช่น ท้องถิ่นที่ กสถ. จัด ครูผู้ช่วยที่ใช้หลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. ตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกข้อสอบเอง และกองทัพบกที่เปิดสอบภาค ก ของกองทัพเอง ส่วนอีกกลุ่มไม่มีภาค ก ในกระบวนการเลย เช่น พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข พนักงานธนาคารรัฐและรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่องค์การมหาชน บทความนี้ไล่ให้ครบทีละสนามว่าอันไหนใช้ใบ ก.พ. อันไหนไม่ใช้ ใช้อะไรแทน และถ้ายังไม่มีใบ ก.พ. ควรวางลำดับการลงสนามอย่างไรถึงจะไม่เสียเวลาเปล่า

8 กลุ่มสนาม

งานรัฐที่สมัครได้โดยไม่ต้องมีใบผ่านภาค ก ของ ก.พ.

ท้องถิ่น · ครูผู้ช่วย · ตำรวจ · ทหาร · ธนาคารรัฐและรัฐวิสาหกิจ · พนักงานราชการ · พนักงาน สธ. และลูกจ้าง · องค์การมหาชน

ใบผ่านภาค ก ของ ก.พ. ใช้กับอะไรกันแน่

ต้นทางของความสับสนอยู่ที่คำว่า "ข้าราชการ" ในภาษาพูดถูกใช้เหมารวมทุกคนที่ทำงานให้รัฐ แต่ในทางกฎหมายแยกเป็นหลายระบบชัดเจน และแต่ละระบบมีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของตัวเอง สำนักงาน ก.พ. ดูแลเฉพาะข้าราชการพลเรือนสามัญตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ซึ่งมาตรา 53 กำหนดให้การบรรจุเข้ารับราชการทำโดยการสอบแข่งขันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด ภาค ก จึงเป็นด่านแรกของ "เส้นทางกรม" เส้นเดียว ไม่ใช่ด่านแรกของงานรัฐทั้งหมด

ระบบอื่นที่ยืนอยู่บนกฎหมายคนละฉบับมีอีกหลายระบบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ภายใต้ ก.ค.ศ. ข้าราชการตำรวจอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติและ ก.ตร. พนักงานส่วนท้องถิ่นอยู่ภายใต้คณะกรรมการกลางของ อบจ. เทศบาล และ อบต. โดยมีคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือ กสถ. เป็นผู้จัดสอบ ข้าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ภายใต้สำนักงาน ก.ก. ข้าราชการรัฐสภาสามัญอยู่ภายใต้ ก.ร. ส่วนพนักงานราชการอยู่ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการหรือ คพร.

เพราะฉะนั้นคำถามที่ถูกจึงไม่ใช่ "งานราชการต้องมีใบ ก.พ. ไหม" แต่คือ "ตำแหน่งที่เราจะสมัครอยู่ในระบบไหน" ถ้าอยู่ในระบบข้าราชการพลเรือนสามัญก็ต้องมีใบ ก.พ. ถ้าอยู่นอกระบบนั้นก็ไม่ต้อง และการมีใบ ก.พ. ก็ไม่ได้ช่วยให้ได้เปรียบในสนามอื่นด้วย เพราะแต่ละสนามคิดคะแนนจากข้อสอบของตัวเองล้วน ๆ

วิธีเช็กที่ใช้ได้จริงภายในครึ่งนาทีคือเปิดไฟล์ประกาศรับสมัครฉบับเต็ม แล้วอ่านหัวข้อคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ถ้าประกาศบังคับใบ ก.พ. จะเขียนตรง ๆ ว่าต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ในระดับวุฒิที่สมัครหรือสูงกว่า ถ้าไม่มีข้อความทำนองนี้ในประกาศ แปลว่าสนามนั้นไม่ได้ขอใบ ก.พ. อย่าเชื่อพาดหัวของเว็บรวมข่าวงานราชการอย่างเดียว ให้กดเข้าไปอ่านตัวประกาศเสมอ

กลุ่มที่หนึ่ง สนามที่มีภาค ก ของตัวเอง ใช้ข้ามกันไม่ได้

สนามท้องถิ่นเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นในสังกัด อบจ. เทศบาล และ อบต. จัดโดย กสถ. ซึ่งสอบภาค ก และภาค ข ในวันเดียวกัน แล้วผู้ที่ผ่านทั้งสองภาคจึงเข้าสอบภาค ค ต่อ ผู้สมัครไม่ต้องมีใบ ก.พ. ติดตัวมาก่อนเลย รอบปี 2568 จัดสอบภาค ก และภาค ข พร้อมกันเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 และเปิดรับหลายพันอัตราแบ่งตามกลุ่มภาค จุดที่ต้องจำให้แม่นคือใบสองใบนี้ใช้แทนกันไม่ได้ทั้งสองทาง ใบ ก.พ. ยื่นสมัครท้องถิ่นไม่ได้ และผลภาค ก ของท้องถิ่นก็ยื่นกับกรมต่าง ๆ ไม่ได้

กรุงเทพมหานครเป็นกรณีที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญเป็นคนละระบบกับข้าราชการพลเรือนสามัญ และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครจัดสอบภาค ก ของ กทม. เอง โดยรอบล่าสุดเปิดรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 ตุลาคม 2568 ที่ ksb.bangkok.go.th แต่ตามหลักเกณฑ์ที่ กทม. เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2560 ผู้ที่มีหนังสือรับรองภาค ก ของ ก.พ. ในระดับวุฒิเดียวกันสามารถยื่นแทนการสอบภาค ก ของ กทม. ได้ สนามนี้จึงเป็นแบบ "รับได้สองใบ" ไม่ใช่ปิดประตูใส่ใบ ก.พ. ให้ตรวจเงื่อนไขในประกาศของรอบที่จะสมัครอีกครั้งเสมอ

สนามครูผู้ช่วยสังกัด สพฐ. ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันของ ก.ค.ศ. ตามหนังสือ ว14/2566 ซึ่งมีโครงสร้างภาค ก ภาค ข ภาค ค ของตัวเองครบ คะแนนรวม 500 คะแนน แบ่งเป็นภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป 200 คะแนน ภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ 200 คะแนน และภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง 100 คะแนน โดยต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละภาค ภาค ก ฝั่งครูมีส่วนความรอบรู้ 75 คะแนนที่ครอบคลุมสังคม เศรษฐกิจ การเมือง นโยบายรัฐบาล และกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ ก.พ. ไม่ได้ออกในรูปแบบเดียวกัน

สนามตำรวจจัดสอบเองทั้งกระบวนการภายใต้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจสายป้องกันปราบปรามรับผู้จบ ม.6 ปวช. หรือเทียบเท่า ใช้ข้อสอบข้อเขียน 150 ข้อ 150 คะแนน เวลา 3 ชั่วโมง และตัดผลด้วยการเรียงลำดับคะแนนรวมจากสูงลงมาตามจำนวนอัตราที่เปิด ไม่มีเกณฑ์เปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำแบบสนาม ก.พ. และไม่มีการเรียกดูใบ ก.พ. ในขั้นตอนใดเลย

ฝั่งทหารก็มีภาค ก ของตัวเองเช่นกัน กองทัพบกเปิดสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไปของกองทัพบกสำหรับปีงบประมาณ 2570 โดยรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตระหว่าง 1 ถึง 30 มิถุนายน 2569 ที่ atc-rta.thaijobjob.com สอบวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 และประกาศผลวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ผู้ที่สอบผ่านจะได้หนังสือรับรองไว้ใช้ในขั้นตอนคัดเลือกของกองทัพบกในรอบถัดไป รวมถึงเส้นทางนักเรียนนายสิบทหารบกที่รอบนี้ประกาศไว้ 2,200 อัตรา หนังสือรับรองใบนี้ก็เป็นของกองทัพบกโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับใบของ ก.พ. เช่นกัน

กลุ่มที่สอง สนามที่ไม่มีภาค ก ในกระบวนการเลย

พนักงานราชการคือช่องทางที่เปิดถี่ที่สุดและคนมองข้ามมากที่สุด สถานะนี้ตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และใช้วิธีสรรหาตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการ และแบบสัญญาจ้างของพนักงานราชการ พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 11 กันยายน 2552 ซึ่งให้ส่วนราชการออกแบบการประเมินสมรรถนะของตัวเอง จึงไม่มีขั้นตอนใดที่อ้างอิงภาค ก ของ ก.พ. ตำแหน่งอยู่ในกรมและกระทรวงจริง นั่งทำงานที่เดียวกับข้าราชการจริง แต่เป็นการจ้างตามสัญญาคราวละไม่เกิน 4 ปี ใช้ประกันสังคมแทนบำเหน็จบำนาญ

ความถี่ของช่องทางนี้สูงมากจนแทบไม่มีเดือนไหนว่าง ช่วงปลายสิงหาคมถึงกันยายน 2569 เดือนเดียวมีประกาศรับพนักงานราชการจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศิลปากร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมกำลังพลทหาร โดยทุกประกาศระบุตรงกันว่าไม่ต้องผ่านภาค ก ของ ก.พ. หลายตำแหน่งรับปริญญาตรีทุกสาขา และหลายตำแหน่งเปิดถึงระดับ ปวช. และ ปวส. ข้อเสียคือช่วงรับสมัครสั้น บางแห่งเปิดแค่ 5 ถึง 9 วัน ใครไม่ได้ตั้งระบบแจ้งเตือนไว้มักรู้ตอนปิดรับไปแล้ว

สายสาธารณสุขมีสถานะเฉพาะของตัวเองอีกชั้นคือพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจ้างตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ้างพนักงานกระทรวงสาธารณสุข การสรรหาและเลือกสรร รวมทั้งแบบสัญญาจ้าง พ.ศ. 2556 โรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประกาศรับและคัดเลือกกันเองในพื้นที่ ไม่ผ่านการสอบกลางใด ๆ เช่นเดียวกับลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแต่ละ อบต. หรือเทศบาลออกประกาศรับสมัครและสรรหาเอง เป็นคนละเส้นทางกับการสอบแข่งขันของ กสถ. โดยสิ้นเชิง

ฝั่งธนาคารของรัฐและรัฐวิสาหกิจอยู่นอกระบบข้าราชการทั้งก้อน ผู้ที่สอบเข้าธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. หรือกรุงไทย จะมีสถานะเป็นพนักงานของธนาคาร ไม่ใช่ข้าราชการ การคัดเลือกใช้ข้อสอบและกระบวนการที่แต่ละแห่งออกแบบเอง โดยมีแกนร่วมที่วนกลับมาเกือบทุกแห่งคือความถนัดทางคณิตศาสตร์และเหตุผล ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความละเอียดแม่นยำ และความรู้การเงินการธนาคาร ข้อดีคือเปิดรับหลายรอบตลอดปีต่างจากราชการที่รอเป็นปี

กลุ่มสุดท้ายคือองค์การมหาชน เช่น สถาบันวิจัยและสถาบันเฉพาะทางที่ตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 กฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้ในมาตรา 35 ว่าเจ้าหน้าที่ขององค์การมหาชนต้องไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่น สถานะที่แยกขาดแบบนี้ทำให้การรับสมัครเป็นไปตามระเบียบของแต่ละองค์การเอง ไม่มีภาค ก กลาง และหลายแห่งให้เงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่าอัตราแรกบรรจุของข้าราชการพอสมควรเพราะแข่งกับตลาดเอกชนโดยตรง

สรุปรายสนาม ใช้ใบ ก.พ. ภาค ก หรือไม่ และใช้อะไรแทน
สนามสอบใช้ใบ ก.พ. ภาค ก ไหมใช้อะไรแทน
ข้าราชการพลเรือนสามัญ (กรม/กระทรวง)ต้องใช้หนังสือรับรองภาค ก ของ ก.พ. ตามระดับวุฒิ หรือรอบภาค ก พิเศษ
ข้าราชการรัฐสภาสามัญต้องใช้ภาค ก ของ ก.พ. ระดับ ปวช. ขึ้นไป (ประเภททั่วไป) / ป.ตรี ขึ้นไป (ประเภทวิชาการ)
ข้าราชการศาลยุติธรรมใช้ได้ แต่ไม่บังคับใบ ก.พ. หรือขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาค ก ของสำนักงานศาลยุติธรรมเอง
ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญใช้ได้ แต่ไม่บังคับภาค ก ของ กทม. โดยสำนักงาน ก.ก. หรือยื่นใบ ก.พ. ระดับวุฒิเดียวกันแทน
ท้องถิ่น อบจ./เทศบาล/อบต.ไม่ใช้ภาค ก ของ กสถ. สอบพร้อมภาค ข ในวันเดียวกัน
ครูผู้ช่วย สพฐ.ไม่ใช้ภาค ก ตามหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ. ว14/2566 (200 คะแนน ผ่าน 60%)
นายสิบตำรวจ (นสต.)ไม่ใช้ข้อสอบข้อเขียนของ สตช. 150 ข้อ ตัดตามลำดับคะแนน
นักเรียนนายสิบทหารบก / งานกองทัพบกไม่ใช้ภาค ก ของกองทัพบก แล้วเข้ารอบคัดเลือกของกองทัพต่อ
ธนาคารรัฐและรัฐวิสาหกิจไม่ใช้ข้อสอบและกระบวนการคัดเลือกของแต่ละแห่ง
พนักงานราชการไม่ใช้ประเมินสมรรถนะตามประกาศ คพร. พ.ศ. 2552 ที่ส่วนราชการออกแบบเอง
พนักงานกระทรวงสาธารณสุข / ลูกจ้าง / พนักงานจ้าง อปท.ไม่ใช้หน่วยงานที่รับประกาศและคัดเลือกเองในพื้นที่
เจ้าหน้าที่องค์การมหาชนไม่ใช้คัดเลือกตามระเบียบของแต่ละองค์การ (พ.ร.บ. องค์การมหาชน พ.ศ. 2542)

ตารางนี้เป็นภาพรวมของแต่ละระบบ เงื่อนไขจริงกำหนดโดยประกาศรับสมัครของรอบนั้น ๆ ก่อนสมัครทุกครั้งให้เปิดประกาศฉบับเต็มแล้วอ่านหัวข้อคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งด้วยตัวเอง

สนามที่ยังต้องใช้ใบ ก.พ. และทางลัดสองเส้นที่มีจริง

สนามที่บังคับใบ ก.พ. ตรง ๆ คือการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญของกรมและกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของตลาดงานราชการ ประกาศของกรมจะกำหนดให้ผู้สมัครเป็นผู้สอบผ่านภาค ก ของ ก.พ. ในระดับวุฒิที่สมัครหรือสูงกว่า แล้วกรมจึงจัดสอบภาค ข และภาค ค เอง อีกสนามที่บังคับเช่นกันคือข้าราชการรัฐสภาสามัญ ประกาศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรระบุให้ตำแหน่งประเภททั่วไปต้องผ่านภาค ก ของ ก.พ. ระดับ ปวช. ขึ้นไป และตำแหน่งประเภทวิชาการต้องผ่านระดับปริญญาตรีขึ้นไป

มีสนามลูกผสมที่รับได้ทั้งสองแบบด้วย ตัวอย่างชัดที่สุดคือสำนักงานศาลยุติธรรม ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันของหน่วยงานนี้เปิดทางให้ผู้สมัครเป็นผู้สอบผ่านภาค ก ของ ก.พ. หรือเป็นผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีและจัดทำทะเบียนผู้สอบผ่านภาค ก ของสำนักงานศาลยุติธรรมเองก็ได้ ในระดับวุฒิที่สมัครหรือสูงกว่า คนที่ยังไม่มีใบ ก.พ. จึงไม่จำเป็นต้องตัดสนามนี้ทิ้ง แต่ควรตามรอบสอบภาค ก ของสำนักงานศาลยุติธรรมไว้ด้วย

ทางลัดเส้นแรกสำหรับคนที่ยังไม่มีใบ ก.พ. คือรอบภาค ก พิเศษ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. จัดให้ผู้ที่สอบผ่านภาค ข ของส่วนราชการมาแล้วแต่ยังไม่มีหนังสือรับรองภาค ก ข้อจำกัดสำคัญคือรอบนี้ไม่ได้เปิดกว้างให้ทุกคน แต่ละรอบระบุชื่อส่วนราชการไว้เฉพาะเจาะจง อย่างรอบปี 2569 เปิดให้เฉพาะผู้สอบผ่านภาค ข ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติและกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยจัดสอบวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ประโยชน์เชิงกลยุทธ์คือ ถ้าเจอกรมที่ไม่บังคับใบ ก.พ. ตอนสมัคร ให้ลุยภาค ข ไปก่อนได้เลย แล้วค่อยลุ้นรอบภาค ก พิเศษทีหลัง

ทางลัดเส้นที่สองคือการคัดเลือกโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ซึ่งเปิดช่องให้กรณีที่มีเหตุพิเศษ ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุสามารถคัดเลือกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการได้โดยไม่ต้องดำเนินการสอบแข่งขันตามมาตรา 53 ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนดไว้ในหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 ก.พ. จะประกาศรายชื่อวุฒิที่ให้ใช้ช่องทางนี้เป็นรอบ ๆ รอบปัจจุบันคือหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 33 ลงวันที่ 26 กันยายน 2568 ซึ่งครอบคลุมปีงบประมาณ 2569 ถึง 2570

ต้องเข้าใจให้ตรงว่าช่องทางนี้ไม่ใช่ทางลัดสำหรับทุกคน มันสงวนไว้สำหรับวุฒิสายวิชาชีพเฉพาะที่รัฐขาดแคลนตามรายชื่อที่ ก.พ. กำหนดเท่านั้น กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานที่เวียนหนังสือฉบับนี้ไปยังหน่วยในสังกัดถี่ที่สุด ถ้าวุฒิของคุณอยู่ในรายชื่อ ให้ตามประกาศคัดเลือกของหน่วยงานที่ต้องการวุฒินั้นโดยตรง เพราะมันข้ามทั้งภาค ก และการสอบแข่งขันไปเลย แต่ถ้าวุฒิไม่อยู่ในรายชื่อ อย่าเสียเวลารอช่องทางนี้

ข้อควรระวัง ไม่ต้องใช้ใบ ก.พ. ไม่ได้แปลว่าง่ายกว่า

ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนเสียปีคือคิดว่าสนามที่ไม่ขอใบ ก.พ. เป็นสนามรอง ความจริงตรงกันข้ามในหลายกรณี ท้องถิ่นเปิดรับทีเดียวหลายพันอัตราแต่ก็ดึงผู้สมัครจำนวนมหาศาลเข้ามาแข่งพร้อมกัน และเลือกได้เพียงกลุ่มภาคเดียวต่อหนึ่งรอบ ครูผู้ช่วยบางวิชาเอกมีอัตราเปิดในเขตพื้นที่นั้นแค่หลักหน่วยแต่มีผู้สมัครหลายร้อยคน อัตราส่วนการแข่งขันจึงดุกว่าตำแหน่งทั่วไปของบางกรมด้วยซ้ำ

อีกเรื่องที่ต้องคำนวณคือจังหวะการเปิดสอบ สนามท้องถิ่นไม่ได้เปิดทุกปี บางช่วงเว้นไปหลายปีติดกัน ถ้าวางแผนพึ่งสนามเดียวแล้วรอบไม่มา ก็เท่ากับไม่ได้ทำอะไรเลยทั้งปี ต่างจากภาค ก ของ ก.พ. ที่จัดสอบเป็นประจำทุกปีและมีทั้งรอบ e-Exam กับรอบ Paper & Pencil ให้เลือก ความสม่ำเสมอตรงนี้เองที่ทำให้ใบ ก.พ. ยังคุ้มค่าแม้จะไม่ใช่ใบเบิกทางของทุกสนาม

เรื่องสถานะการจ้างก็ต้องอ่านให้ขาดก่อนตัดสินใจ พนักงานราชการได้ค่าตอบแทนเริ่มต้นสูงกว่าอัตราแรกบรรจุของข้าราชการ แต่เป็นสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปี ใช้ประกันสังคม ไม่มีบำนาญรายเดือนตลอดชีพ พนักงานธนาคารรัฐและเจ้าหน้าที่องค์การมหาชนก็ไม่ใช่ข้าราชการเช่นกัน คนที่ตัดสินใจผิดส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดเพราะความสามารถ แต่ผิดเพราะเข้าใจสถานะของตำแหน่งคลาดเคลื่อนตั้งแต่วันสมัคร

กลยุทธ์ที่ให้ผลดีที่สุดจึงเป็นการเดินสองขาพร้อมกัน ขาแรกคือสอบภาค ก ของ ก.พ. ให้ได้ เพราะใบนี้เปิดประตูได้กว้างที่สุด สอบผ่านครั้งเดียวใช้ยื่นกับกรมไหนก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และหนังสือรับรองไม่มีวันหมดอายุ ขาที่สองคือระหว่างรอรอบสอบหรือรอผล อย่านั่งเฉย ให้ลุยสนามที่ไม่ขอใบ ก.พ. ไปด้วย ทั้งพนักงานราชการที่เปิดถี่ ธนาคารรัฐที่เปิดหลายรอบต่อปี หรือรอบใหญ่ของท้องถิ่นและครูผู้ช่วยเมื่อประกาศออก

ข่าวดีเชิงการเตรียมตัวคือแกนวิชาของสนามเหล่านี้ทับซ้อนกันสูงมาก คณิตศาสตร์และการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โผล่ในภาค ก ของ ก.พ. ภาค ก ของท้องถิ่น ภาค ก ของครูผู้ช่วย ข้อสอบ นสต. ภาค ก ของกองทัพบก และข้อสอบความถนัดของธนาคารรัฐ แทบทั้งหมด ฝึกแกนนี้ให้แน่นครั้งเดียวจึงเท่ากับเตรียมพร้อมหลายสนามพร้อมกัน ส่วนที่ต้องอ่านแยกจริง ๆ มีแค่ส่วนเฉพาะของแต่ละสนาม เช่น กฎหมายท้องถิ่น วิชาชีพครู ความรู้ทหาร หรือความรู้การเงินการธนาคาร

ยังไม่มีใบ ก.พ. ก็เริ่มซ้อมได้ตั้งแต่วันนี้

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพบว่าสนามที่คุณสมัครได้ทันทีมีมากกว่าที่คิด ขั้นตอนต่อไปไม่ใช่หาหนังสือมากองเพิ่ม แต่คือวัดก่อนว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ตรงไหน ที่ snamsob.com มีคลังข้อสอบแยกตามสนามครบทั้ง ก.พ. ภาค ก ท้องถิ่น ครูผู้ช่วย ตำรวจ และธนาคารรัฐ ทุกข้อมีเฉลยอธิบายพร้อมระบุหัวข้อย่อย ทำชุดเดียวก็เห็นแล้วว่าแกนไหนแน่นและแกนไหนยังรั่ว

เพราะแกนวิชาของแต่ละสนามทับซ้อนกันสูง ระบบจึงออกแบบให้ฝึกครั้งเดียวใช้ได้หลายสนาม คุณสามารถซ้อมคณิต เหตุผล ไทย และอังกฤษ เป็นแกนกลาง แล้วค่อยเติมส่วนเฉพาะของสนามที่จะลงจริง ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนใจว่าจะสอบอะไร ซึ่งเหมาะมากกับคนที่ยังไม่มีใบ ก.พ. และกำลังเปิดรับทุกโอกาสที่เข้ามา

เมื่อรู้จุดอ่อนแล้ว ให้ทำ mock จับเวลาเต็มชุดของสนามที่ตั้งใจจะลง เพื่อดูว่าภายใต้แรงกดดันเวลาจริงคะแนนตกลงกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วกลับไปฝึกซ่อมเฉพาะหัวข้อที่พลาดซ้ำ ก่อนจะกลับมาทำ mock อีกชุดวัดว่าขยับจริงไหม วงจรวัดผลแล้วซ่อมนี้ให้ผลเร็วกว่าการอ่านเรียงหน้าตั้งแต่บทแรกอย่างชัดเจน

อีกอย่างที่ควรทำวันนี้เลยคือเปิดระบบแจ้งเตือนประกาศเปิดสอบเข้า LINE เลือกสนามที่สนใจไว้ล่วงหน้า เพราะสนามที่ไม่ขอใบ ก.พ. ส่วนใหญ่มีจุดอ่อนเดียวกันคือช่วงรับสมัครสั้นและกระจายอยู่ตามเว็บของแต่ละหน่วยงาน คนที่ไล่เปิดเว็บเองมักตกหล่นเสมอ ปล่อยให้ประกาศวิ่งมาหาคุณแล้วเอาเวลาที่เหลือไปอ่านหนังสือดีกว่า ตอนนี้สมัครใหม่ทดลองใช้เต็มระบบได้ฟรี 90 วัน

อัปเดต ส.ค. 2569 · อ้างอิง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 (มาตรา 53 และมาตรา 55) · หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 16 ลงวันที่ 11 ธ.ค. 2551 เรื่องการคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ และที่ นร 1004/ว 33 ลงวันที่ 26 ก.ย. 2568 เรื่องวุฒิที่ ก.พ. กำหนดให้คัดเลือกฯ ปีงบประมาณ 2569-2570 · ประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่องการสอบภาค ก สำหรับส่วนราชการต่าง ๆ (ภาค ก พิเศษ) ประจำปี 2569 · ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศ คพร. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาและการเลือกสรรพนักงานราชการฯ พ.ศ. 2552 · ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุขฯ พ.ศ. 2556 · หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. (ก.ค.ศ. ว14/2566) · ประกาศและกำหนดการสอบแข่งขันของ กสถ. รอบปี 2568 · ประกาศรับสมัครสอบภาค ก ของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568 (สำนักงาน ก.ก.) · ประกาศกองทัพบก เรื่องสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ปีงบประมาณ 2570 · ประกาศรับสมัคร นสต. ประจำปี 2569 · พ.ร.บ. องค์การมหาชน พ.ศ. 2542 (มาตรา 35) · เงื่อนไขและปฏิทินเปลี่ยนได้ทุกรอบ กรุณาตรวจสอบกับประกาศรับสมัครฉบับจริงก่อนสมัครทุกครั้ง

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

อ่านแล้ว — ลองทำข้อสอบจริงเลย

ฝึกฟรีพร้อมเฉลย · รู้ทันทีว่าคุณอ่อนหัวข้อไหน

คำถามที่พบบ่อย

ไม่มีใบ ก.พ. สมัครงานราชการอะไรได้บ้าง

ได้หลายกลุ่มมาก ทั้งสนามที่มีภาค ก ของตัวเองอย่างท้องถิ่นที่ กสถ. จัด ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ. นายสิบตำรวจของ สตช. และภาค ก ของกองทัพบก รวมถึงกลุ่มที่ไม่มีภาค ก เลย เช่น พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างและพนักงานจ้างของ อปท. พนักงานธนาคารรัฐและรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่องค์การมหาชน

พนักงานราชการต้องผ่านภาค ก ของ ก.พ. ไหม

ไม่ต้อง พนักงานราชการจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และสรรหาตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ พ.ศ. 2552 ซึ่งให้ส่วนราชการออกแบบการประเมินสมรรถนะเอง ประกาศรับสมัครของกรมต่าง ๆ ในปี 2569 จึงระบุตรงกันว่าไม่ต้องผ่านภาค ก แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นการจ้างตามสัญญาคราวละไม่เกิน 4 ปี ใช้ประกันสังคม ไม่ใช่ข้าราชการ

ใบภาค ก ของท้องถิ่นกับของ ก.พ. ใช้แทนกันได้ไหม

ใช้แทนกันไม่ได้ทั้งสองทาง หนังสือรับรองภาค ก ของ ก.พ. ยื่นสมัครสอบท้องถิ่นไม่ได้ และผลสอบภาค ก ของ กสถ. ก็ยื่นกับกรมต่าง ๆ ไม่ได้ เพราะเป็นการสอบคนละระบบกฎหมาย คนละเจ้าภาพ และคนละชุดวิชา ใครอยากเข้าท้องถิ่นต้องรอรอบที่ กสถ. เปิดแล้วสอบภาค ก ของท้องถิ่นเอง

สอบครูผู้ช่วยหรือสอบตำรวจ ต้องมีใบ ก.พ. ก่อนไหม

ไม่ต้อง ครูผู้ช่วย สพฐ. ใช้หลักเกณฑ์ ก.ค.ศ. ตาม ว14/2566 ซึ่งมีภาค ก ของตัวเอง 200 คะแนน จากคะแนนรวม 500 คะแนน และต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละภาค ส่วนนายสิบตำรวจใช้ข้อสอบข้อเขียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 150 ข้อ ตัดผลโดยเรียงลำดับคะแนนตามจำนวนอัตราที่เปิด ทั้งสองสนามไม่มีขั้นตอนใดที่ขอใบ ก.พ.

ยังไม่มีใบ ก.พ. แต่อยากเข้ากรม มีทางไหนบ้าง

มีสองทาง ทางแรกคือรอบภาค ก พิเศษที่สำนักงาน ก.พ. จัดให้ผู้สอบผ่านภาค ข ของส่วนราชการที่ระบุไว้ในประกาศแต่ละรอบ เช่นรอบปี 2569 เปิดเฉพาะผู้สอบผ่านภาค ข ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติและกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ทางที่สองคือการคัดเลือกโดยไม่ต้องสอบแข่งขันตามมาตรา 55 พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ซึ่งสงวนไว้สำหรับวุฒิสายวิชาชีพขาดแคลนตามที่ ก.พ. กำหนดเป็นรอบ ๆ

งานที่ไม่ต้องใช้ใบ ก.พ. แข่งง่ายกว่าจริงไหม

ไม่จริงเสมอไป ท้องถิ่นเปิดทีละหลายพันอัตราแต่ก็ดึงผู้สมัครจำนวนมากเข้ามาแข่งพร้อมกันและเลือกได้กลุ่มภาคเดียวต่อรอบ ครูผู้ช่วยบางวิชาเอกมีอัตราในเขตพื้นที่แค่หลักหน่วยแต่ผู้สมัครหลายร้อยคน ที่ต่างกันจริงคือขั้นตอนน้อยกว่าและไม่ต้องรอใบ ก.พ. ก่อน ไม่ใช่คะแนนตัดต่ำกว่า