สนามสอบทั้งหมด

คู่มือสอบท้องถิ่น (อปท.) ภาค ก — วิชาที่สอบ กฎหมาย 13 ฉบับ เกณฑ์ผ่าน และวิธีเตรียมตัว

การสอบท้องถิ่น หรือการสอบเข้ารับราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นสนามที่ผู้เตรียมสอบราชการหลายคนสมัครควบคู่ไปกับ ก.พ. เพราะเปิดตำแหน่งจำนวนมากทั้งใน อบจ. เทศบาล และ อบต. ทั่วประเทศ โครงสร้างข้อสอบ 'ภาค ก' ของท้องถิ่นคล้ายกับ ก.พ. อยู่ 3 วิชา แต่มีจุดต่างสำคัญที่ทำให้หลายคนพลาด คือ 'วิชากฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับ' ที่ต้องอ่านเพิ่ม และเกณฑ์ผ่านที่เข้มกว่า ก.พ. คู่มือนี้สรุปให้ครบว่าใครจัดสอบ ภาค ก/ข/ค ต่างกันอย่างไร สอบกี่วิชา กฎหมายออกฉบับไหนบ้าง ต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์ถึงผ่าน และวางแผนอ่านหนังสืออย่างไรให้คุ้มที่สุด

สอบท้องถิ่นคืออะไร ใครจัดสอบ และ ภาค ก/ข/ค ต่างกันอย่างไร

การสอบท้องถิ่นคือการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเมืองพัทยา ต่างจากการสอบ ก.พ. ที่เป็นการวัดความรู้พื้นฐานกลางเพื่อรับรองไปใช้กับส่วนราชการทั่วไป

ผู้จัดสอบท้องถิ่นคือคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือที่เรียกย่อว่า 'กสถ.' ซึ่งอยู่ภายใต้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ./ดีแอลเอ) เป็นผู้ดำเนินการสอบแบบรวมศูนย์ให้ อปท. ทั่วประเทศในคราวเดียว

โครงสร้างการสอบท้องถิ่นแบ่งเป็น 3 ภาคเช่นเดียวกับระบบราชการทั่วไป คือ ภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป) ภาค ข (ความรู้เฉพาะตำแหน่งที่สมัคร) และภาค ค (สัมภาษณ์/ความเหมาะสมกับตำแหน่ง) จุดที่ต่างจาก ก.พ. อย่างชัดเจนคือ ท้องถิ่นสอบภาค ก และภาค ข 'ในคราวเดียวกัน' และผู้เข้าสอบต้องผ่านทั้งภาค ก และภาค ข ก่อน จึงจะมีสิทธิ์เข้าภาค ค ขณะที่ ก.พ. ภาค ก เป็นเพียงหนังสือรับรองที่นำไปสมัครสอบภาค ข ของหน่วยงานอื่นต่อภายหลัง

  • ภาค ก — ความรู้ความสามารถทั่วไป (คิดวิเคราะห์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และความรู้พื้นฐานปฏิบัติราชการ/กฎหมาย)
  • ภาค ข — ความรู้เฉพาะตำแหน่งที่สมัคร (เช่น นักวิชาการเงินและบัญชี เจ้าพนักงานธุรการ นักพัฒนาชุมชน)
  • ภาค ค — การสอบสัมภาษณ์/ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง (เข้าได้เมื่อผ่าน ก และ ข แล้ว)

โครงสร้างภาค ก ท้องถิ่น: 4 วิชา 100 คะแนน

ภาค ก ของท้องถิ่นเป็นข้อสอบปรนัยแบบ 4 ตัวเลือก คะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็น 4 วิชา สัดส่วนคะแนนต่อวิชา (30/30/20/20) เป็นข้อมูลที่ตรงกันในแหล่งอ้างอิงสาธารณะหลายแหล่ง ส่วน 'จำนวนข้อ' ต่อวิชาที่ระบุด้านล่างเป็นค่าโดยประมาณอิงสัดส่วนคะแนน (ประมาณ 1 ข้อ = 1 คะแนน) ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ฝึกทำข้อสอบเสมือนจริง แต่จำนวนข้อจริงในกระดาษคำตอบควรตรวจสอบกับประกาศ กสถ. รอบที่สมัครอีกครั้ง

หัวใจของวิชาที่ 1 คือทักษะคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลขและเชิงเหตุผลรวมกัน (อนุกรม คณิตพื้นฐาน โจทย์ปัญหา สถิติ/ตาราง เงื่อนไขสัญลักษณ์ เงื่อนไขภาษา อุปมาอุปไมย และการสรุปเหตุผลจากบทความ) ส่วนวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษวัดทักษะการอ่าน จับใจความ หลักภาษา และไวยากรณ์ ทั้งสามวิชานี้ทับซ้อนกับ ก.พ. มาก จึงเตรียมร่วมกันได้

  • วิชา 1 ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล — 30 คะแนน (คณิต/อนุกรม/เงื่อนไข/ตาราง/อุปมา/สรุปเหตุผล)
  • วิชา 2 ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (กฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับ) — 30 คะแนน
  • วิชา 3 ภาษาไทย — 20 คะแนน (อ่านจับใจความ เรียงประโยค เติมคำ หลักภาษา)
  • วิชา 4 ภาษาอังกฤษ — 20 คะแนน (conversation, grammar, vocabulary, reading)
  • รวม 100 คะแนน — จำนวนข้อต่อวิชาเป็นค่าประมาณ ควรยึดคะแนนเต็มเป็นหลัก

วิชากฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับ — จุดต่างสำคัญจาก ก.พ.

นี่คือวิชาที่ทำให้ภาค ก ท้องถิ่นต่างจาก ก.พ. อย่างชัดเจนที่สุด และเป็นด่านที่คนพลาดมากที่สุด เพราะ ก.พ. เน้นวัดความรู้เรื่อง 'ลักษณะข้าราชการที่ดี' แบบกว้าง ๆ แต่ท้องถิ่นเจาะลึกตัวบทกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นโดยตรง ผู้สอบต้องอ่านและจำสาระสำคัญของกฎหมายชุดที่มักเรียกกันว่า 'กฎหมาย 13 ฉบับ' ซึ่งครอบคลุมทั้งรัฐธรรมนูญหมวดท้องถิ่น กฎหมายจัดตั้ง อปท. แต่ละรูปแบบ การกระจายอำนาจ การบริหารงานบุคคล ไปจนถึงระเบียบงานสารบรรณและจริยธรรม

หัวข้อที่ออกบ่อยมักเป็นองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของสภาท้องถิ่นและผู้บริหาร (เช่น จำนวนสมาชิกสภา วาระ 4 ปี การประชุมสภา การยุบสภา) เกณฑ์ประชากรของเทศบาลแต่ละระดับ คณะกรรมการกระจายอำนาจ (ก.ก.ถ.) คณะกรรมการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เป้าหมายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ชนิดหนังสือราชการ 6 ชนิด และมาตรฐานทางจริยธรรม การเตรียมวิชานี้ให้ได้ดีคือการอ่านโดย 'ผูกเลขมาตรา' ไม่ใช่จำแบบลอย ๆ

รายการฉบับที่ระบุด้านล่างสังเคราะห์จากคู่มือและสำนักติวหลายแห่งที่ตรงกันในช่วงปี 2566–2568 อย่างไรก็ตาม บางฉบับ (โดยเฉพาะลำดับท้าย ๆ เช่น กฎหมายอำนวยความสะดวก จริยธรรม และความรู้ทั่วไป/ประวัติศาสตร์ชาติไทย) มีการสลับรายการกันบ้างระหว่างแหล่ง ก่อนอ่านจริงจึงควรยึดประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบของ กสถ. รอบล่าสุดเป็นตัวตั้ง

  • 1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (เน้นหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น)
  • 2. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 (ราชการส่วนกลาง/ภูมิภาค/ท้องถิ่น การมอบอำนาจ)
  • 3. พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พ.ศ. 2540
  • 4. พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 (เทศบาลตำบล/เมือง/นคร และเกณฑ์ประชากร)
  • 5. พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พ.ศ. 2537
  • 6. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542
  • 7. พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. พ.ศ. 2542
  • 8. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
  • 9. พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
  • 10. พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
  • 11. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 (และฉบับแก้ไขที่เพิ่มหนังสืออิเล็กทรอนิกส์)
  • 12. กลุ่มเจตคติและจริยธรรม (พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม 2562 + ประมวลจริยธรรม + ธรรมาภิบาล + เศรษฐกิจพอเพียง)
  • 13. ความรู้ทั่วไป — ประวัติศาสตร์ชาติไทยและหน้าที่พลเมือง

เกณฑ์ผ่านภาค ก ท้องถิ่น — เข้มกว่า ก.พ.

เกณฑ์การผ่านของท้องถิ่นเป็นอีกจุดที่หลายคนพลาดทั้งที่คะแนนรวมดูเหมือนสูง หลักคือต้องได้คะแนนภาค ก 'ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60' ของคะแนนเต็มภาค ก (คือ 60 จาก 100 คะแนนขึ้นไป) หากภาคใดต่ำกว่า 60% ถือว่าไม่ผ่านทันที แม้จะทำภาคอื่นได้สูงก็ตาม และผู้สอบต้องผ่านทั้งภาค ก และภาค ข (แต่ละภาคไม่ต่ำกว่า 60%) จึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบภาค ค

จุดที่ต่างจาก ก.พ. และมักถูกมองข้ามคือ 'เงื่อนไขคะแนนขั้นต่ำวิชาภาษาอังกฤษ' โดยหลายรอบกำหนดว่าวิชาภาษาอังกฤษต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนวิชานั้น เป็นเงื่อนไขแยกออกมาต่างหากจากคะแนนรวม 60% หมายความว่าต่อให้คะแนนรวมทะลุ 60% แต่ถ้าภาษาอังกฤษได้ต่ำกว่าครึ่ง ก็อาจไม่ผ่าน เงื่อนไขนี้ ก.พ. ไม่มี ทั้งนี้ควรตรวจสอบประกาศรับสมัครรอบที่คุณจะสอบว่ายังคงบังคับเงื่อนไขนี้อยู่หรือไม่ เพราะรายละเอียดอาจปรับได้ตามรอบ

  • ภาค ก ต้องได้ ≥ 60% ของคะแนนเต็ม (≥ 60 จาก 100) — ต่ำกว่านี้ถือว่าตก
  • ต้องผ่านทั้งภาค ก และภาค ข (แต่ละภาค ≥ 60%) ก่อนจึงเข้าภาค ค ได้
  • วิชาภาษาอังกฤษมักกำหนดขั้นต่ำ ≥ 50% ของวิชา (sub-cut) เป็นเงื่อนไขแยก — ตรวจประกาศรอบล่าสุดยืนยันเสมอ
  • ต่อให้คะแนนรวมถึง 60% แต่ถ้าอังกฤษไม่ถึงครึ่ง อาจไม่ผ่านตามเงื่อนไขนี้

เปรียบเทียบ ก.พ. ภาค ก กับ ท้องถิ่น ภาค ก

โดยรวมสามในสี่วิชาของภาค ก ท้องถิ่น (คิดวิเคราะห์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ) วัดทักษะแบบเดียวกับ ก.พ. ผู้ที่เตรียม ก.พ. อยู่แล้วจึงต่อยอดมาสอบท้องถิ่นได้ทันที ความต่างที่ต้องเตรียมเพิ่มจริง ๆ มีสองเรื่องหลัก คือวิชากฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับที่ต้องอ่านใหม่เกือบทั้งหมด และเกณฑ์ผ่านที่มีเงื่อนไขคะแนนขั้นต่ำภาษาอังกฤษเพิ่มเข้ามา

อีกจุดต่างเชิงกระบวนการคือ ก.พ. ภาค ก ให้หนังสือรับรองไปใช้สมัครหน่วยงานต่อ ส่วนท้องถิ่นสอบ ก และ ข พร้อมกันในตำแหน่งที่เลือกไว้ตั้งแต่แรก จึงต้องตัดสินใจตำแหน่ง/เขต/ภาคที่จะสมัครให้ดีตั้งแต่ตอนสมัคร

  • เหมือนกัน: วิชาคิดวิเคราะห์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ — ใช้คลังโจทย์และเทคนิคร่วมกับ ก.พ. ได้
  • ต่างกัน (สำคัญสุด): ท้องถิ่นมีวิชากฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับ 30 คะแนน — ก.พ. ไม่มีชุดนี้
  • ต่างกัน (เกณฑ์): ท้องถิ่นบวกเงื่อนไขอังกฤษขั้นต่ำ ~50% เพิ่มจากเกณฑ์รวม 60%
  • ต่างกัน (ระบบ): ก.พ. ได้หนังสือรับรอง / ท้องถิ่นสอบ ก+ข พร้อมกันตามตำแหน่งที่สมัคร

วิธีเตรียมตัว — โดยเฉพาะวิชากฎหมายที่ต้องผูกมาตรา

เพราะสามวิชาทับซ้อนกับ ก.พ. กลยุทธ์ที่คุ้มที่สุดคือทุ่มเวลาให้วิชากฎหมาย 13 ฉบับซึ่งเป็นวิชาที่คู่แข่งส่วนใหญ่อ่านไม่ครบ ใครแม่นกฎหมายมักทิ้งห่างคะแนนตรงนี้ วิธีอ่านกฎหมายให้ได้ผลคืออย่าท่องแบบลอย ๆ แต่ให้ 'ผูกสาระเข้ากับเลขมาตรา' เช่น จำว่าเรื่ององค์ประกอบสภาอยู่มาตราไหน เรื่องการยุบสภาอยู่มาตราไหน เพราะข้อสอบท้องถิ่นชอบถามอ้างอิงมาตราและถามเชิงสถานการณ์ (เช่น 'นายกเทศมนตรีสั่งการแบบนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่')

เทคนิครายวิชาที่แนะนำ: วิชาคิดวิเคราะห์ให้ฝึกอนุกรม เงื่อนไขสัญลักษณ์ และการอ่านตาราง/กราฟจนจับแพตเทิร์นได้เร็ว เพราะกินเวลาและกินคะแนนเยอะ; วิชาภาษาไทยเน้นอ่านจับใจความและหลักภาษา (สะกดคำ ลักษณนาม ราชาศัพท์ สำนวน) ซึ่งท้องถิ่นออกหนักกว่า ก.พ. เล็กน้อย; วิชาภาษาอังกฤษไม่ควรทิ้งเด็ดขาดเพราะมีขั้นต่ำ 50% ให้เก็บ grammar พื้นฐานและ reading ที่จับ main idea/detail ให้แน่น จะช่วยให้แตะครึ่งได้ไม่ยาก

ในทางปฏิบัติ ควรฝึกด้วยข้อสอบเสมือนจริงแบบจับเวลาและคละหัวข้อครบทั้ง 4 วิชาเป็นชุด ๆ เพื่อจำลองแรงกดดันจริงและเช็กว่าคะแนนรวมถึง 60% พร้อมกับอังกฤษถึง 50% หรือยัง ระบบฝึกที่แยกแสดงคะแนนรวมและคะแนนอังกฤษให้เห็นทั้งสองค่าจะช่วยให้รู้จุดเสี่ยงก่อนสอบจริง

  • จัดลำดับ: ทุ่มเวลาให้กฎหมาย 13 ฉบับมากที่สุด (จุดที่ทิ้งห่างคู่แข่งได้)
  • อ่านกฎหมายแบบผูกเลขมาตรา + ฝึกโจทย์เชิงสถานการณ์/เคส
  • กลุ่ม อปท. 4 ฉบับ (อบจ./เทศบาล/อบต./พัทยา) ต้องแม่นองค์ประกอบสภา วาระ การประชุม การยุบสภา
  • อังกฤษห้ามทิ้ง — เก็บ grammar พื้นฐาน + reading จับ main idea/detail ให้ผ่าน 50%
  • ฝึกข้อสอบเสมือนจริงจับเวลา คละครบ 4 วิชา และเช็กทั้งคะแนนรวม 60% และอังกฤษ 50%

ปรับปรุงข้อมูลตามคู่มือและแหล่งอ้างอิงสาธารณะช่วงปี 2566–2568 · สัดส่วนคะแนน 4 วิชา (30/30/20/20) ตรงกันหลายแหล่ง ส่วนจำนวนข้อต่อวิชา รายการ/ลำดับกฎหมาย 13 ฉบับ และเงื่อนไขคะแนนขั้นต่ำภาษาอังกฤษ 50% อาจปรับได้ตามรอบสอบ โปรดยึดประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบของ กสถ. รอบล่าสุดเป็นข้อมูลทางการ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องสมัคร

อ่านแล้ว — ลองข้อสอบสนามนี้ 8 ข้อ ฟรี

วิชากฎหมายและระเบียบราชการส่วนท้องถิ่น · เฉลยทันทีทุกข้อ · รู้จุดอ่อนใน 5 นาที จากคลัง 180 ข้อ

เริ่มทำ 8 ข้อเลย

คำถามที่พบบ่อย

สอบท้องถิ่น ภาค ก มีกี่วิชา และกี่คะแนน

มี 4 วิชา คะแนนเต็มรวม 100 คะแนน ได้แก่ ความสามารถในการศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผล 30 คะแนน, ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (กฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับ) 30 คะแนน, ภาษาไทย 20 คะแนน และภาษาอังกฤษ 20 คะแนน สัดส่วนคะแนน 30/30/20/20 ตรงกันในหลายแหล่ง ส่วนจำนวนข้อต่อวิชาเป็นค่าประมาณ ควรยึดประกาศ กสถ. รอบที่สมัครเป็นหลัก

สอบท้องถิ่นกฎหมายกี่ฉบับ และมีอะไรบ้าง

โดยทั่วไปคือกฎหมาย 13 ฉบับ ครอบคลุมรัฐธรรมนูญ (หมวดท้องถิ่น), ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534, พ.ร.บ.อบจ., พ.ร.บ.เทศบาล, พ.ร.บ.อบต., พ.ร.บ.เมืองพัทยา, กฎหมายกระจายอำนาจ 2542, บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542, พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี 2546, พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ 2558, ระเบียบงานสารบรรณ 2526, กลุ่มจริยธรรม/ธรรมาภิบาล และความรู้ทั่วไป/ประวัติศาสตร์ชาติไทย บางฉบับลำดับท้ายมีสลับกันบ้างระหว่างแหล่ง ให้ยึดประกาศรอบล่าสุด

ภาค ก ท้องถิ่นต่างจาก ก.พ. อย่างไร

จุดต่างหลักคือท้องถิ่นมี 'วิชากฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับ' 30 คะแนนที่ ก.พ. ไม่มี และเกณฑ์ผ่านของท้องถิ่นมักบวกเงื่อนไขคะแนนขั้นต่ำภาษาอังกฤษ (ราว 50%) เพิ่มจากเกณฑ์รวม 60% ส่วนวิชาคิดวิเคราะห์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษวัดทักษะคล้ายกันจึงเตรียมร่วมกันได้ นอกจากนี้ท้องถิ่นสอบภาค ก และ ข พร้อมกันตามตำแหน่งที่เลือก ขณะที่ ก.พ. ให้หนังสือรับรองไปใช้สมัครต่อ

สอบท้องถิ่นภาษาอังกฤษต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์

หลายรอบกำหนดให้วิชาภาษาอังกฤษต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนวิชานั้น เป็นเงื่อนไขแยกต่างหากจากคะแนนรวมภาค ก ที่ต้องได้ ≥ 60% หมายความว่าถึงคะแนนรวมจะถึง 60% แต่ถ้าอังกฤษต่ำกว่าครึ่งก็อาจไม่ผ่าน เงื่อนไขนี้ ก.พ. ไม่มี ทั้งนี้ควรตรวจสอบประกาศรับสมัครรอบที่จะสอบว่ายังบังคับเงื่อนไขนี้อยู่หรือไม่

เกณฑ์ผ่านภาค ก ท้องถิ่นคือเท่าไร

ต้องได้คะแนนภาค ก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม (≥ 60 จาก 100) และต้องผ่านทั้งภาค ก และภาค ข (แต่ละภาค ≥ 60%) ก่อน จึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบภาค ค นอกจากนี้ยังมักมีเงื่อนไขคะแนนขั้นต่ำวิชาภาษาอังกฤษราว 50% เพิ่มเข้ามาด้วย

ใครเป็นผู้จัดสอบท้องถิ่น

ผู้จัดสอบคือคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ภายใต้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งจัดสอบแบบรวมศูนย์ให้ อปท. ทั่วประเทศ ได้แก่ อบจ. เทศบาล อบต. และเมืองพัทยา ในคราวเดียวกัน

เตรียมสอบท้องถิ่นควรเริ่มจากวิชาไหนก่อน

ถ้าเตรียม ก.พ. อยู่แล้ว วิชาคิดวิเคราะห์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษต่อยอดได้ทันที ควรทุ่มเวลาส่วนใหญ่ให้วิชากฎหมายท้องถิ่น 13 ฉบับ เพราะเป็นวิชาที่คู่แข่งอ่านไม่ค่อยครบและใช้ทิ้งห่างคะแนนได้ วิธีอ่านที่ได้ผลคือผูกสาระเข้ากับเลขมาตราและฝึกโจทย์เชิงสถานการณ์ พร้อมกับไม่ทิ้งภาษาอังกฤษเพราะมีเงื่อนไขคะแนนขั้นต่ำ