สนามสอบทั้งหมด

คุณสมบัติสอบท้องถิ่น 2569 อายุเท่าไหร่ วุฒิอะไร ต้องมีภูมิลำเนาไหม

ตอบสั้นก่อน สนามท้องถิ่นกำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 18 ปี และไล่ประกาศรับสมัครทั้งฉบับแล้วไม่มีบรรทัดไหนกำหนดเพดานอายุสูงสุดเลย คนอายุสามสิบ สี่สิบ หรือมากกว่านั้นจึงสมัครได้ตามปกติ ส่วนวุฒิไม่ได้ดูแค่ระดับว่าจบ ปวช. ปวส. หรือปริญญาตรี แต่ดูว่าสาขาวิชาของคุณอยู่ในรายการที่ตำแหน่งนั้นกำหนดไว้หรือไม่ และคำถามที่ถูกถามมากที่สุดคือเรื่องทะเบียนบ้าน คำตอบคือไม่ต้องมีภูมิลำเนาในจังหวัดที่สมัคร สิ่งที่ผูกกับพื้นที่คือกลุ่มภาค/เขตที่คุณเลือกตอนกรอกใบสมัคร ซึ่งเลือกได้ครั้งเดียวและแก้ไม่ได้ หน้านี้ไม่ได้เขียนจากคำบอกเล่า แต่กางประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นรอบล่าสุดที่ กสถ. เปิดจริง มาอ่านทีละข้อ ตั้งแต่คุณสมบัติทั่วไป ลักษณะต้องห้าม เอกสารที่ต้องยื่น การเลือกเขต ไปจนถึงวิธีเรียงลำดับที่ในบัญชีและเงื่อนไขหลังบรรจุ พร้อมชี้จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือเรื่องหน่วยกิตคอมพิวเตอร์กับสาขาวิชาที่ไม่ตรงบัญชี

18 ปี

อายุขั้นต่ำของผู้สมัครสอบท้องถิ่น และประกาศไม่ได้กำหนดเพดานอายุไว้เลย

ข้อ 3.1 ก. ของประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 · สัญชาติไทย + อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี + เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อายุกี่ปี สัญชาติอะไร คุณสมบัติทั่วไปที่ประกาศเขียนไว้จริง

ข้อ 3.1 ของประกาศ กสถ. รอบ พ.ศ. 2568 เขียนคุณสมบัติทั่วไปไว้เพียงสามบรรทัด คือ มีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี และเป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ สามข้อนี้ไม่ได้ถูกคิดขึ้นใหม่ในแต่ละรอบ แต่ยกมาจากประกาศคณะกรรมการกลางทั้งสามคณะ คือ ก.จ. สำหรับ อบจ. ก.ท. สำหรับเทศบาล และ ก.อบต. สำหรับ อบต. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้น ซึ่งลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 เหมือนกันทั้งสามฉบับ

จุดที่คนถามมากที่สุดคือเพดานอายุ คำตอบตรง ๆ คือประกาศฉบับนี้ไม่มีข้อความกำหนดอายุสูงสุดของผู้สมัครอยู่เลย ไม่ว่าจะในหมวดคุณสมบัติทั่วไป หมวดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง หรือหมวดเงื่อนไขการสมัคร ตรงนี้ต่างจากสนามตำรวจและสนามทหารซึ่งวางกรอบอายุไว้ชัดเจนเป็นช่วง เพดานที่มีจริงในสายท้องถิ่นคือการเกษียณอายุราชการเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องหลังบรรจุ ไม่ใช่เงื่อนไขตอนสมัคร คนที่ตั้งใจเปลี่ยนสายตอนอายุสามสิบกลางหรือสี่สิบต้นจึงยังลงสนามนี้ได้

สิ่งที่ประกาศไม่ได้เขียนไว้ชัดคือวันที่ใช้ตัดอายุสิบแปดปี ต่างจากเรื่องวุฒิการศึกษาที่ระบุตรง ๆ ว่าต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจภายในวันปิดรับสมัคร ถ้าคุณอายุใกล้สิบแปดพอดีในช่วงเปิดรับสมัคร อย่าเดาเอง ให้ยึดถ้อยคำในประกาศรอบที่คุณจะสมัครและถามสายด่วนของระบบรับสมัครก่อน

อีกกลุ่มที่ตัวประกาศพูดถึงโดยตรงคือพระภิกษุและสามเณร ประกาศระบุว่าทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยอ้างหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 ประกอบคำสั่งมหาเถรสมาคมลงวันที่ 17 มีนาคม 2538 และคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 ลงวันที่ 28 กันยายน 2564 เรื่องกรณีพระภิกษุสามเณรเรียนวิชาหรือสอบแข่งขันอย่างคฤหัสถ์ ผู้ที่บวชอยู่จึงต้องลาสิกขาก่อน ไม่ใช่เรื่องที่ยืดหยุ่นเป็นรายกรณี

เรื่องสุขภาพก็มีเกณฑ์ที่จับต้องได้ ข้อ 8.1 กำหนดให้ยื่นใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการกลางทั้งสามคณะ เรื่อง กำหนดโรคที่เป็นลักษณะต้องห้ามเบื้องต้น พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ซึ่งมีสี่กลุ่ม คือ โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ที่คณะกรรมการกลางกำหนด รายการนี้สั้นกว่าที่หลายคนกลัว และไม่ได้พูดถึงสายตา ส่วนสูง น้ำหนัก หรือรอยสักแบบสนามตำรวจเลย

เช็คลิสต์คุณสมบัติสอบท้องถิ่น อ่านจากประกาศ กสถ. รอบ พ.ศ. 2568
ประเด็นเกณฑ์ตามประกาศต้องเตรียมหรือตรวจอะไร
สัญชาติต้องมีสัญชาติไทยบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ เลข 13 หลักต้องตรงกับข้อมูลที่กรอกสมัคร
อายุขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีประกาศไม่ได้ระบุวันตัดอายุ ถ้าอายุก้ำกึ่งให้ยึดถ้อยคำในประกาศรอบนั้น
อายุสูงสุดประกาศไม่ได้กำหนดเพดานอายุไว้ไม่มีอะไรต้องเตรียม เพดานจริงคือเกษียณ 60 ปี ซึ่งเป็นเรื่องหลังบรรจุ
วุฒิการศึกษาต้องตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สมัคร และสำเร็จการศึกษาโดยได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจภายในวันปิดรับสมัครใบปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร พร้อมใบระเบียนแสดงผลการศึกษา เทียบกับบัญชีตำแหน่งแนบท้ายประกาศ
ภูมิลำเนา / ทะเบียนบ้านประกาศไม่ได้กำหนดว่าต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือมีภูมิลำเนาในกลุ่มภาค/เขตที่เลือกสำเนาทะเบียนบ้านเป็นเอกสารยืนยันตัวตนที่ต้องอัปโหลดและยื่นวันสอบ ไม่ใช่เงื่อนไขพื้นที่
ต้องมีใบ ก.พ. ภาค ก มาก่อนไหมไม่ต้อง สนามท้องถิ่นจัดสอบภาค ก ของตัวเองในคราวเดียวกับภาค ขหนังสือรับรองผลสอบผ่านภาค ก ของท้องถิ่นที่เคยได้ ใช้กับสนาม กสถ. รอบถัดไปได้
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเฉพาะบางตำแหน่ง เช่น ครูผู้ช่วย วิศวกรโยธา สถาปนิก พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด นักสาธารณสุข ต้องมีใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุในวันปิดรับสมัครตรวจวันหมดอายุบนใบอนุญาตให้ครอบคลุมวันปิดรับสมัคร ไม่ใช่วันสอบ
สุขภาพต้องไม่เป็นโรคต้องห้าม 4 กลุ่มตามประกาศ ก.กลาง พ.ศ. 2566ใบรับรองแพทย์ที่ออกให้ไม่เกิน 1 เดือน ยื่นในวันสอบภาค ค
สถานะนักบวชพระภิกษุและสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบต้องลาสิกขาก่อน ไม่มีช่องผ่อนผัน
ลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม 11 ข้อ ตามประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ลงวันที่ 2 ก.ค. 2564ไล่ทีละข้อในหัวข้อลักษณะต้องห้ามด้านล่าง ถ้าก้ำกึ่งให้ถามหน่วยที่รับสมัครก่อน
เลือกได้กี่ที่เลือกได้เพียง 1 ตำแหน่ง และ 1 กลุ่มภาค/เขต สมัครได้ครั้งเดียว แก้ไขไม่ได้ตรวจการสะกดชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และตำแหน่งให้ถูกก่อนกดยืนยัน

อ้างอิงประกาศ กสถ. เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ข้อ 3 ถึงข้อ 8 · รายละเอียดปลีกย่อยปรับได้ตามรอบ ให้เปิดประกาศรอบที่จะสมัครอ่านด้วยตาตัวเองทุกครั้ง

วุฒิอะไรสมัครได้ คำว่าตรงตามตำแหน่งหมายถึงสาขา ไม่ใช่ระดับ

ข้อ 3.2 ของประกาศเขียนไว้ว่าผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.จ. ก.ท. ก.อบต. หรือ ก.พ. รับรองว่าตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สมัคร ก่อนหรือในวันปิดรับสมัครสอบ และให้ดูรายละเอียดจากบัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครของกลุ่มภาค/เขตนั้นซึ่งแนบท้ายประกาศ ประโยคนี้คือหัวใจทั้งหมด เพราะคำว่าตรงตามตำแหน่งไม่ได้แปลว่าจบระดับที่ตรง แต่แปลว่าชื่อสาขาวิชาหรือทางที่คุณจบต้องอยู่ในรายการที่บัญชีนั้นพิมพ์ไว้

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือเจ้าพนักงานธุรการ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่คนสมัครเยอะที่สุดตำแหน่งหนึ่ง บัญชีเขียนว่ารับ ปวช. ปวท. หรือ ปวส. ทุกสาขาวิชา ฟังดูเปิดกว้างมาก แต่มีเงื่อนไขห้อยท้ายว่าต้องศึกษาวิชาการคอมพิวเตอร์มาไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต หรือผ่านการฝึกอบรมทางด้านการใช้คอมพิวเตอร์จากหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการรับรองจากทางราชการ โดยใช้เวลาฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง คนที่ทรานสคริปต์ไม่มีวิชาคอมพิวเตอร์ครบหน่วยกิตจึงต้องไปหาใบผ่านการอบรมมาเสริม ไม่ใช่คิดว่าทุกสาขาแปลว่าใครก็สมัครได้

ฝั่งสายช่างและสายวิชาการเข้มกว่านั้นอีก เพราะระบุชื่อสาขาเป็นรายชื่อยาว ๆ นายช่างโยธาระดับ ปวช. รับสาขาวิชาหรือทางเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เทคนิควิศวกรรมโยธา ก่อสร้าง เทคนิคสถาปัตยกรรม โยธา สำรวจ และสถาปัตยกรรม พอขยับเป็น ปวท. และ ปวส. รายการจะเพิ่มเทคนิคการจัดการงานก่อสร้าง ช่างก่อสร้าง ช่างสำรวจ และช่างโยธาเข้ามาด้วย ส่วนนักวิชาการเงินและบัญชีซึ่งเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ รับปริญญาตรีในสาขาวิชาหรือทางบัญชี พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การจัดการการคลัง การเงิน และการเงินและการธนาคาร

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเป็นตำแหน่งที่คนถามถึงบ่อยแต่ไม่ได้เปิดครบทุกเขตในทุกรอบ เกณฑ์วุฒิจึงต้องดูจากมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับปฏิบัติการ ซึ่งกำหนดว่าต้องได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาหรือทางสังคมศาสตร์ การวางแผน วิจัยทางสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหาร สถิติ สังคมวิทยา ประชากรศาสตร์ คณิตศาสตร์และสถิติ สังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ หรือในสาขาวิชาหรือทางอื่นที่ ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้ ประโยคท้ายนั้นสำคัญ เพราะแปลว่ารายการสาขาถูกขยายเพิ่มได้ตามมติของคณะกรรมการกลาง

ข้อควรระวังสองเรื่องก่อนกดสมัคร เรื่องแรกคือหลายรายการในบัญชีเขียนว่าคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ซึ่งเปิดช่องให้วุฒิสูงกว่าที่อยู่ในสาขาเดียวกันใช้สมัครตำแหน่งระดับต่ำกว่าได้ แต่ต้องอ่านเป็นรายตำแหน่ง อย่าเหมาว่าปริญญาตรีสมัครตำแหน่งวุฒิ ปวส. ได้ทุกตำแหน่ง และควรรู้ด้วยว่าอัตราเงินเดือนที่บัญชีระบุไล่ตามระดับคุณวุฒิที่ตำแหน่งกำหนด ไม่ได้ไล่ตามวุฒิสูงสุดที่ผู้สมัครมี เรื่องที่สองคือข้อ 5.5 เขียนดักไว้ว่าหากตรวจพบภายหลังว่าเอกสารหรือคุณวุฒิที่ยื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศ ให้ถือว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น ไม่มีสิทธิได้รับบรรจุและแต่งตั้ง และไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ ส่วนตัวเลขเงินเดือนที่พิมพ์ในบัญชีแนบท้ายรอบ 2568 คือ 10,340 บาทสำหรับ ปวช. 11,960 บาทสำหรับ ปวท. 12,730 บาทสำหรับ ปวส. และ 16,600 บาทสำหรับปริญญาตรี ทุกช่องมีข้อความห้อยท้ายว่าหรือเป็นไปตามอัตราที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กำหนด แปลว่าเดินตามบัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้อยู่ในขณะบรรจุ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวในกระดาษ อัตราที่ใช้กับผู้บรรจุรอบปัจจุบันอยู่ในหน้าเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น

คุณวุฒิที่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะ ของ 4 ตำแหน่งที่คนสมัครเยอะ
ตำแหน่งประเภท / ระดับคุณวุฒิที่บัญชีระบุว่าตรงตามคุณสมบัติเฉพาะ
เจ้าพนักงานธุรการทั่วไป · ปฏิบัติงานปวช. ปวท. หรือ ปวส. ทุกสาขาวิชา แต่ต้องศึกษาวิชาการคอมพิวเตอร์มาไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต หรือผ่านการฝึกอบรมด้านการใช้คอมพิวเตอร์จากหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง
นายช่างโยธาทั่วไป · ปฏิบัติงานปวช. สาขาวิชาหรือทางเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เทคนิควิศวกรรมโยธา ก่อสร้าง เทคนิคสถาปัตยกรรม โยธา สำรวจ สถาปัตยกรรม · ระดับ ปวท. และ ปวส. เพิ่มเทคนิคการจัดการงานก่อสร้าง ช่างก่อสร้าง ช่างสำรวจ ช่างโยธา
นักวิชาการเงินและบัญชีวิชาการ · ปฏิบัติการปริญญาตรีหรือเทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาหรือทางบัญชี พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การจัดการการคลัง การเงิน การเงินและการธนาคาร
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนวิชาการ · ปฏิบัติการปริญญาตรีหรือเทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาหรือทางสังคมศาสตร์ การวางแผน วิจัยทางสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหาร สถิติ สังคมวิทยา ประชากรศาสตร์ คณิตศาสตร์และสถิติ สังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์

สามตำแหน่งแรกยกจากบัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครแนบท้ายประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 · นักวิเคราะห์นโยบายและแผนยกจากมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับปฏิบัติการ เพราะไม่ได้เปิดครบทุกเขต · บัญชีแนบท้ายต่างกันได้ตามกลุ่มภาค/เขตและตามรอบ ให้เทียบกับบัญชีของเขตที่จะสมัครจริง

ต้องมีทะเบียนบ้านในพื้นที่ไหม คำตอบคือไม่ต้อง แต่ต้องเลือกเขต

ไล่ประกาศตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 12 แล้วจะไม่เจอข้อความใดที่กำหนดว่าผู้สมัครต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือมีภูมิลำเนาในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง คนกรุงเทพฯ สมัครกลุ่มภาคเหนือได้ คนเชียงใหม่สมัครกลุ่มภาคใต้ได้ คนที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดสมัครเขตบ้านเกิดได้ ไม่มีเงื่อนไขพื้นที่มาปิดกั้นตั้งแต่ต้นทาง

ที่ทำให้คนเข้าใจผิดคือคำว่าสำเนาทะเบียนบ้านโผล่อยู่สองที่ในประกาศ ที่แรกคือข้อ 4.2 ซึ่งเป็นรายการไฟล์ที่ต้องอัปโหลดตอนสมัครออนไลน์ ที่สองคือข้อ 8.1 ซึ่งเป็นรายการเอกสารที่ต้องนำไปยื่นในวันสอบ ทั้งสองที่ระบุสำเนาทะเบียนบ้านคู่กับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน วุฒิการศึกษา และใบรับรองแพทย์ นั่นคือชุดเอกสารยืนยันตัวตน ไม่ใช่หลักฐานว่าอยู่ในเขตที่สมัคร

สิ่งที่ผูกกับพื้นที่จริง ๆ คือกลุ่มภาค/เขตที่เลือกตอนกรอกใบสมัคร กสถ. แบ่งการรับสมัครเป็น 10 กลุ่มภาค/เขต ครอบคลุม 76 จังหวัด โดยไม่มีกรุงเทพมหานครอยู่ในบัญชีเขตใดเลย และข้อ 5.2 เขียนว่าผู้สมัครเลือกสมัครสอบได้เพียง 1 ตำแหน่ง และเลือกกลุ่มภาค/เขตที่สมัครสอบได้เพียง 1 กลุ่ม/เขตเท่านั้น เมื่อสมัครแล้วจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้ ประกาศถึงกับกำชับให้ตรวจการพิมพ์ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และเลขโทรศัพท์ให้ถูกก่อนยืนยัน

การเลือกเขตจึงเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เลือกที่ที่บ้านอยู่ เพราะจำนวนอัตราว่างที่จะบรรจุแต่งตั้งของแต่ละตำแหน่งไม่เท่ากันเลยในแต่ละเขต บางตำแหน่งเปิดหลักสิบในเขตหนึ่งแต่เปิดอัตราเดียวในอีกเขตหนึ่ง และบางตำแหน่งไม่เปิดในเขตนั้นด้วยซ้ำ ก่อนกดเลือกจึงต้องเปิดบัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครของแต่ละเขตมาเทียบจำนวนอัตราก่อน แล้วค่อยชั่งกับความพร้อมที่จะย้ายไปอยู่จังหวัดในเขตนั้นจริง ๆ

คำถามที่ตามมาทันทีคือถ้าสมัครเขตอื่นแล้วอยากย้ายกลับบ้านทีหลังได้ไหม ตอบว่าได้ แต่ไม่ใช่ทันที ประกาศข้อ 11.4 กำหนดว่าผู้สอบแข่งขันได้เมื่อได้รับการบรรจุและแต่งตั้งแล้วต้องดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บรรจุแต่งตั้งอย่างน้อย 2 ปี จึงจะโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นหรือหน่วยงานราชการอื่นได้ และการโอนยังต้องมีที่รับปลายทางด้วย ไม่ใช่สิทธิที่ใช้ได้ฝ่ายเดียว

10 กลุ่มภาค/เขตของสนามท้องถิ่น เลือกได้เขตเดียวและแก้ไม่ได้
กลุ่มภาค/เขตจังหวัดในเขต
ภาคกลาง เขต 1ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง
ภาคกลาง เขต 2จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ สระแก้ว
ภาคกลาง เขต 3กาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3นครพนม บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี
ภาคเหนือ เขต 1เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน
ภาคเหนือ เขต 2กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี
ภาคใต้ เขต 1กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี
ภาคใต้ เขต 2ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล

ตามข้อ 1 ของประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 · รวม 76 จังหวัด ไม่มีกรุงเทพมหานคร · ประกาศไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาในเขตที่เลือก แต่เลือกได้เขตเดียวและแก้ไขไม่ได้

เลือกเขตแล้วเจออะไรต่อ ลำดับที่ อายุบัญชี และการเรียกบรรจุ

เรื่องที่คนเตรียมสอบท้องถิ่นควรรู้ตั้งแต่ก่อนเลือกเขตคือวิธีเรียงลำดับที่ในบัญชี ข้อ 10 เขียนว่าการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มภาค/เขตตามที่ผู้สอบแข่งขันได้สมัครไว้ โดยในแต่ละกลุ่มภาค/เขต ให้นำคะแนนภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่งกับคะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมารวมกัน แล้วจัดเรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดลงมา นั่นแปลว่าคะแนนภาค ก ไม่ได้ถูกนำมาบวกในลำดับที่ ภาค ก ทำหน้าที่เป็นประตูผ่านเท่านั้น ส่วนที่ตัดสินว่าคุณอยู่ลำดับ 5 หรือลำดับ 500 คือภาค ข บวกภาค ค

ถ้าคะแนนรวมเท่ากัน ประกาศวางกติกาตัดสินไว้สองชั้น ชั้นแรกให้ผู้ที่ได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าอยู่ในลำดับที่สูงกว่า ชั้นที่สองถ้าคะแนนภาคนั้นเท่ากันอีก ให้ผู้ที่ชำระเงินค่าธรรมเนียมสมัครสอบก่อนอยู่ในลำดับที่สูงกว่า โดยพิจารณาจากเอกสารและหลักฐานในการชำระเงินตามระบบ รายละเอียดระดับนี้อาจฟังดูจุกจิก แต่มันคือเหตุผลที่คนแนะนำกันว่าสมัครแล้วให้รีบจ่ายเงิน

อายุบัญชีอยู่ที่ไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี เว้นแต่กรณีที่มีการเรียกผู้สอบแข่งขันได้มารายงานตัวเพื่อบรรจุแต่งตั้งภายในอายุบัญชีแล้ว แต่อยู่ในระหว่างการขอความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้ง ให้ขยายอายุบัญชีของผู้นั้นออกไปอีกไม่เกิน 30 วัน โดยถือเอาวันที่ไปรษณีย์ลงรับหรือวันที่ลงรับหนังสือตามระเบียบการนั้นเป็นหลักฐาน สองปีฟังดูยาว แต่ในทางปฏิบัติผู้ที่อยู่ลำดับท้าย ๆ ของบัญชีก็อาจหมดอายุบัญชีโดยไม่ถูกเรียกเลย

บัญชีของแต่ละกลุ่มภาค/เขตใช้บรรจุแต่งตั้งได้เฉพาะในเขตนั้น เว้นแต่เขตนั้นไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งดังกล่าว หรือเรียกใช้บัญชีครบทั้งบัญชีแล้ว จึงจะข้ามไปใช้บัญชีของเขตอื่นได้ โดยประกาศวางลำดับไว้ชัดว่าให้ไล่ในภาคเดียวกันก่อนเป็นเขต 1 ไปเขต 2 ไปเขต 3 แล้ววนกลับ ถ้าทั้งภาคไม่มีเลยจึงข้ามภาค เช่น กลุ่มภาคเหนือให้ไล่ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง แล้วภาคใต้ตามลำดับ กติกานี้จึงเป็นอีกเหตุผลที่เขตที่มีคนสมัครน้อยไม่ได้แปลว่าจะได้เปรียบเสมอไป

อีกเรื่องที่ควรรู้ล่วงหน้าคือการยกเลิกการขึ้นบัญชีเฉพาะราย ข้อ 12 ระบุห้ากรณีที่ทำให้ชื่อคุณหลุดจากบัญชี ได้แก่ ขอสละสิทธิ์เมื่อมีการเรียกรายงานตัว ไม่มารายงานตัวภายในเวลาที่กำหนดทั้งที่มีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน มีเหตุไม่อาจเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ตามกำหนดเวลา ไม่ประสงค์รับบรรจุในกรณีที่ กสถ. ประกาศเงื่อนไขว่ารับโอนเฉพาะอายุราชการ และกรณีที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งที่สอบได้ไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ชื่อในบัญชีตำแหน่งอื่นถูกยกเลิกไปด้วย

ลักษณะต้องห้าม 11 ข้อ และเรื่องใบ ก.พ. ที่ใช้ข้ามสนามไม่ได้

ข้อ 3.1 ข. ของประกาศไล่ลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นไว้ 11 ข้อ โครงหลักคล้ายกับมาตรา 36 ข. ของข้าราชการพลเรือนมาก คือ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นโรคตามที่คณะกรรมการกลางกำหนด อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง และเป็นบุคคลล้มละลาย

อีกห้าข้อที่เหลือคือ เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออกเพราะกระทำผิดวินัย เคยถูกลงโทษไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัย และเคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ

จุดที่ต้องเตือนให้ชัดคืออย่าเอาคำตอบของสนาม ก.พ. มาใช้กับสนามท้องถิ่นแบบตัดแปะ เพราะฐานกฎหมายคนละฉบับ ฝั่งพลเรือนอยู่ใต้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และมีระเบียบ ก.พ. เรื่องการขอยกเว้นให้เข้ารับราชการรองรับ ส่วนฝั่งท้องถิ่นอยู่ใต้ประกาศมาตรฐานทั่วไปของคณะกรรมการกลางทั้งสามคณะ ผู้พิจารณาและกระบวนการจึงต่างกัน ใครที่สถานะก้ำกึ่งเรื่องคดี หนี้ หรือประวัติการพ้นงาน ให้อ่านภาพรวมของลักษณะต้องห้ามได้ที่หน้ามีคดีหรือหนี้สอบได้ไหม แล้วนำเอกสารจริงไปหารือกับหน่วยที่รับสมัครก่อนสมัครทุกครั้ง

ข้อ 5.6 มีบทที่แรงกว่าทุกข้อในประกาศและกลายเป็นเรื่องจริงในปี 2569 คือหากปรากฏหลักฐานว่าผู้สมัครมีการยินยอมให้มีการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้เป็นผู้สอบแข่งขันได้ หรือกระทำการทุจริตในการสอบแข่งขัน ต้องถูกปรับให้ตก และถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้สมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นไปตลอดชีวิต รวมทั้งต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา คำว่าตลอดชีวิตในประกาศไม่ได้เป็นสำนวน แต่เขียนไว้แบบนั้นจริง

อีกความเข้าใจผิดยอดฮิตคือเรื่องใบ ก.พ. หนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ใช้สมัครสนามท้องถิ่นไม่ได้ เพราะท้องถิ่นจัดสอบภาค ก ของตัวเองพร้อมกับภาค ข ในคราวเดียว ในทางกลับกันสิ่งที่ใช้ได้ยาวคือหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ที่ออกโดยสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ซึ่งประกาศระบุว่านำไปใช้ในการสอบแข่งขันของ กสถ. ได้ตลอดไป เว้นแต่คณะกรรมการกลางจะกำหนดเป็นอย่างอื่น และผู้ที่ได้หนังสือรับรองในตำแหน่งที่บรรจุระดับปริญญาตรี ยังนำไปใช้สมัครหรือบรรจุในตำแหน่งที่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีได้อีกด้วย ความต่างของสองสนามแบบละเอียดอยู่ที่หน้าท้องถิ่นต่างจาก ก.พ. ยังไง

รอบหน้ายังไม่มีวัน แต่ภาค ก ที่สอบผ่านแล้วใช้ได้ตลอดไป

สนามท้องถิ่นไม่ได้เปิดทุกปี รอบล่าสุดที่ กสถ. เปิดรับสมัครจริงคือ พ.ศ. 2568 ซึ่งรับสมัครทางอินเทอร์เน็ตระหว่างวันที่ 7 ถึง 28 มีนาคม 2568 ตามมติ กสถ. ในการประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ก่อนหน้านั้นมีรอบปี 2564 ปี 2562 และปี 2560 ระยะห่างระหว่างรอบจึงอยู่ราวสองถึงสี่ปี ไม่มีปฏิทินตายตัวแบบสนาม ก.พ. ที่เปิดทุกปี ใครรอให้ประกาศออกก่อนแล้วค่อยเริ่มอ่าน มักเหลือเวลาเตรียมตัวไม่ถึงสองเดือน

ณ ปลายเดือนสิงหาคม 2569 สถานะของรอบ 2568 ยังไม่นิ่ง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสรุปตัวเลขว่ามีผู้สมัคร 438,277 คน เข้าสอบจริง 279,949 คน และขึ้นบัญชี 55,193 คน โดยตรวจพบว่ามีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน แยกเป็นผู้สอบผ่านโดยสุจริต 49,274 คน ต่อมา กสถ. ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ฉบับเดิมที่ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 บางส่วน แล้วประกาศขึ้นบัญชีใหม่เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยแยกประกาศกลุ่มภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ออกมาอีกฉบับ พร้อมเตรียมเพิกถอนการบรรจุผู้ที่เดิมสอบไม่ผ่านแต่ผ่านเพราะมีการแก้คะแนนอีก 3,404 คน

อย่าสับสนข่าวสองเรื่องนี้ด้วย ที่หลายคนเห็นพาดหัวว่าสอบสายบริหารท้องถิ่น 2569 สอบข้อเขียนเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 และประกาศผลรอบสุดท้ายปลายเดือนสิงหาคม นั่นไม่ใช่รอบเปิดรับคนนอก แต่เป็นการสรรหาข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นที่รับราชการอยู่แล้วให้ขึ้นดำรงตำแหน่งสายบริหารและอำนวยการ เช่น หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการกอง รองปลัด และปลัด คนละสนามกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลของ กสถ. โดยสิ้นเชิง ส่วนรอบเปิดรับบุคคลทั่วไปรอบถัดไปยังไม่มีประกาศกำหนดวัน ให้ติดตามจากเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นโดยตรง อย่าเชื่อวันที่ที่แชร์กันในกลุ่ม

ข่าวดีสำหรับคนที่กำลังลังเลว่าจะเริ่มอ่านตอนนี้หรือรอประกาศ คือภาค ก ของท้องถิ่นเป็นด่านที่สอบผ่านครั้งเดียวแล้วใช้ได้ยาว หนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ที่ออกโดยสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. นำไปใช้ในการสอบแข่งขันของ กสถ. ได้ตลอดไป เว้นแต่คณะกรรมการกลางจะกำหนดเป็นอย่างอื่น เวลาที่ลงไปกับภาค ก วันนี้จึงไม่ได้ใช้แค่รอบเดียว และเมื่อรอบหน้ามาถึง คุณจะเหลือเวลาไปทุ่มกับภาค ข ของตำแหน่งที่เลือก ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของคะแนนที่ใช้เรียงลำดับที่ในบัญชี

ที่ snamsob.com เรามีคลังข้อสอบสนามท้องถิ่นแยกตามวิชาและหัวข้อย่อยพร้อมเฉลยอธิบายทีละข้อ และมีชุด mock จับเวลาที่จำลองโครงสร้างภาค ก ทั้งสี่วิชาแบบสนามจริง รวมถึงเกณฑ์คะแนนรวมและคะแนนขั้นต่ำวิชาภาษาอังกฤษที่แยกให้เห็นทั้งสองค่า ทำเสร็จระบบจะบอกทันทีว่าหัวข้อไหนดึงคะแนนของคุณลงมากที่สุด แทนที่จะไปรู้ตอนประกาศผลว่าพลาดไปกี่คะแนน วิธีใช้ที่ได้ผลที่สุดคือทำ mock เต็มชุดหนึ่งรอบเพื่อวัดฐาน แล้วกลับไปฝึกซ่อมเฉพาะหัวข้อที่ผิดซ้ำ ก่อนกลับมาทำอีกชุดเพื่อดูว่าคะแนนขยับจริงหรือแค่รู้สึกว่าขยับ ลองฟรีได้ก่อนโดยไม่ต้องจ่าย ระหว่างนั้นถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะลงตำแหน่งไหน ให้อ่านคู่มือสอบท้องถิ่น ภาค ก เพื่อดูว่าสอบอะไรบ้าง และดูหน้าเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่นเพื่อเทียบว่าตำแหน่งที่หมายตาไว้ให้ผลตอบแทนกับเส้นทางเติบโตแบบไหน

อัปเดต ส.ค. 2569 · อ้างอิงประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 (ตามมติ กสถ. ครั้งที่ 1/2568 เมื่อ 13 ก.พ. 2568) ทั้งฉบับ ข้อ 1 ถึงข้อ 12 พร้อมบัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครแนบท้าย, ประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นฯ ลงวันที่ 2 ก.ค. 2564, ประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง กำหนดโรคที่เป็นลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นฯ พ.ศ. 2566 ลงวันที่ 28 ธ.ค. 2566, มาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับปฏิบัติการ และรายงานข่าวสาธารณะเรื่องการยกเลิกและขึ้นบัญชีใหม่ของ กสถ. เมื่อ 8 ส.ค. 2569 · ตัวเลขอัตราเงินเดือนที่พิมพ์ในบัญชีแนบท้ายรอบ 2568 มีข้อความกำกับว่าหรือเป็นไปตามอัตราที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กำหนด จึงเดินตามบัญชีที่ใช้อยู่ขณะบรรจุ · รายละเอียดคุณสมบัติ บัญชีตำแหน่ง และเงื่อนไขปลีกย่อยปรับได้ทุกรอบ โปรดเปิดประกาศรับสมัครรอบที่จะสมัครอ่านด้วยตัวเองก่อนทุกครั้ง

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

อ่านแล้ว — ลองทำข้อสอบจริงเลย

ฝึกฟรีพร้อมเฉลย · รู้ทันทีว่าคุณอ่อนหัวข้อไหน

คำถามที่พบบ่อย

สอบท้องถิ่นอายุเท่าไหร่ถึงสมัครได้ มีเพดานอายุไหม

อายุขั้นต่ำคือไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี ตามข้อ 3.1 ก. ของประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 ซึ่งยกมาจากประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้น ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ส่วนเพดานอายุนั้นประกาศไม่ได้กำหนดไว้เลย คนอายุสามสิบหรือสี่สิบขึ้นไปจึงสมัครได้ตามปกติ เพดานที่มีจริงคือการเกษียณอายุราชการเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องหลังบรรจุ ไม่ใช่เงื่อนไขตอนสมัคร

สอบท้องถิ่นใช้วุฒิอะไร จบปริญญาตรีทุกสาขาสมัครได้ไหม

ไม่ได้ทุกสาขา ประกาศข้อ 3.2 กำหนดว่าคุณวุฒิต้องตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่สมัคร โดยดูรายชื่อสาขาจากบัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครแนบท้ายประกาศของกลุ่มภาค/เขตนั้น เช่น นักวิชาการเงินและบัญชีรับปริญญาตรีสาขาวิชาหรือทางบัญชี พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การจัดการการคลัง การเงิน การเงินและการธนาคาร ส่วนตำแหน่งวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีอย่างเจ้าพนักงานธุรการรับ ปวช. ถึง ปวส. ทุกสาขาวิชา แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเรียนวิชาคอมพิวเตอร์มาไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต หรือผ่านการอบรมด้านการใช้คอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง

สอบท้องถิ่นต้องมีทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครไหม

ไม่ต้อง ประกาศ กสถ. ไม่มีข้อใดกำหนดว่าผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาหรือมีชื่อในทะเบียนบ้านในกลุ่มภาค/เขตที่เลือก สำเนาทะเบียนบ้านที่ต้องอัปโหลดตอนสมัครและยื่นในวันสอบเป็นเอกสารยืนยันตัวตนคู่กับบัตรประชาชนเท่านั้น สิ่งที่ผูกกับพื้นที่จริง ๆ คือกลุ่มภาค/เขตที่เลือกตอนกรอกใบสมัคร ซึ่งมี 10 เขตครอบคลุม 76 จังหวัด และเลือกได้เพียง 1 ตำแหน่งกับ 1 เขต โดยเมื่อสมัครแล้วเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ได้

มีหนังสือรับรองภาค ก ของ ก.พ. แล้ว ใช้สมัครสอบท้องถิ่นได้เลยไหม

ใช้ไม่ได้ เพราะสนามท้องถิ่นจัดสอบภาค ก ของตัวเองพร้อมกับภาค ข ในคราวเดียวกัน ไม่ได้รับหนังสือรับรองของสำนักงาน ก.พ. มาใช้แทน ในทางกลับกันหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ที่ออกโดยสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ประกาศระบุว่านำไปใช้ในการสอบแข่งขันของ กสถ. ได้ตลอดไป เว้นแต่คณะกรรมการกลางจะกำหนดเป็นอย่างอื่น และผู้ที่ได้ในตำแหน่งระดับปริญญาตรียังนำไปใช้กับตำแหน่งที่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีได้ด้วย

สอบติดแล้วขึ้นบัญชีไว้กี่ปี และบรรจุแล้วย้ายกลับบ้านได้ไหม

บัญชีผู้สอบแข่งขันได้มีอายุไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี เว้นแต่กรณีเรียกรายงานตัวภายในอายุบัญชีแล้วแต่ยังอยู่ระหว่างขอความเห็นชอบการบรรจุ ให้ขยายออกไปอีกไม่เกิน 30 วัน การเรียกบรรจุเป็นไปตามลำดับที่ในบัญชีของกลุ่มภาค/เขตที่สมัคร โดยลำดับที่คิดจากคะแนนภาค ข บวกภาค ค ไม่ได้รวมคะแนนภาค ก ส่วนเรื่องย้าย ประกาศข้อ 11.4 กำหนดว่าต้องดำรงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่บรรจุแต่งตั้งอย่างน้อย 2 ปี จึงจะโอนไปสังกัดที่อื่นได้ และยังต้องมีที่รับปลายทางด้วย

สอบท้องถิ่นรอบต่อไปเปิดเมื่อไหร่

ยังไม่มีประกาศกำหนดวัน สนามนี้ไม่ได้เปิดทุกปี รอบล่าสุดที่ กสถ. เปิดรับสมัครจริงคือ พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 7 ถึง 28 มีนาคม 2568 ก่อนหน้านั้นมีรอบปี 2564 2562 และ 2560 ระยะห่างจึงอยู่ราวสองถึงสี่ปี ส่วนข่าวสอบสายบริหารท้องถิ่นที่สอบข้อเขียนเมื่อ 26 กรกฎาคม 2569 ไม่ใช่รอบเปิดรับคนนอก แต่เป็นการสรรหาคนที่รับราชการท้องถิ่นอยู่แล้วให้ขึ้นสายบริหารและอำนวยการ ให้ติดตามประกาศรอบใหม่จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นโดยตรง