สอบราชการครั้งแรก เริ่มยังไงดี เส้นทางจากศูนย์ถึงบรรจุ
ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นและยังงงว่าจะเริ่มตรงไหน คำตอบสั้น ๆ คือ เส้นทางมาตรฐานของการเป็นข้าราชการพลเรือนมี 3 ด่าน เรียกว่าภาค ก ภาค ข และภาค ค โดยภาค ก คือการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปที่สำนักงาน ก.พ. จัดสอบเป็นประจำทุกปี (มีทั้งรอบ e-Exam และรอบ Paper & Pencil) ภาค ข คือการวัดความรู้เฉพาะตำแหน่งที่กรมแต่ละกรมจัดสอบเอง และภาค ค คือการวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งซึ่งส่วนใหญ่คือการสัมภาษณ์ โดยภาค ข และภาค ค ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ส่วนภาค ก มีเกณฑ์ตัดแยกเป็นรายวิชา เมื่อผ่านครบจึงจะถูกขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ แล้วรอเรียกบรรจุตามลำดับที่ ที่สำคัญคือมีสนามสอบราชการอีกจำนวนมากที่ไม่ต้องใช้ใบผ่านภาค ก ของ ก.พ. เลย เช่น ท้องถิ่น ครูผู้ช่วย ตำรวจ และธนาคารรัฐ ซึ่งจัดสอบเองทั้งกระบวนการ บทความนี้จะปูให้ครบตั้งแต่นิยาม เส้นทาง ค่าใช้จ่าย ปฏิทินทั้งปี ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่มือใหม่เกือบทุกคนทำ
ในคู่มือนี้
ภาค ก ภาค ข ภาค ค คืออะไร ต่างกันตรงไหน
สามคำนี้คือชื่อของด่านสอบสามด่านในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ ภาค ก คือภาคความรู้ความสามารถทั่วไป วัดทักษะพื้นฐานที่ข้าราชการทุกตำแหน่งควรมี ไม่ผูกกับสายงาน ภาค ข คือภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง วัดว่าคุณรู้เนื้องานของตำแหน่งนั้นจริงหรือไม่ และภาค ค คือภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง วัดบุคลิก ทัศนคติ ประสบการณ์ และความเหมาะสมกับงาน ซึ่งโดยทั่วไปคือการสอบสัมภาษณ์ อาจมีการประเมินอื่นประกอบตามที่ส่วนราชการกำหนด
จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ "ใครเป็นคนจัดสอบ" ภาค ก ของข้าราชการพลเรือนสามัญ สำนักงาน ก.พ. เป็นผู้จัดสอบกลาง สอบผ่านครั้งเดียวได้หนังสือรับรองที่ใช้ยื่นกับกรมไหนก็ได้ ส่วนภาค ข และภาค ค กรมหรือส่วนราชการที่เปิดรับสมัครเป็นผู้จัดสอบเอง เนื้อหาจึงต่างกันไปตามตำแหน่ง เช่น นักวิชาการเงินและบัญชีสอบกฎหมายการคลังและระเบียบการเบิกจ่าย ขณะที่นักวิเคราะห์นโยบายและแผนสอบเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและการวางแผน
เกณฑ์ตัดของภาค ข และภาค ค คือต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในภาคนั้น ๆ (ส่วนภาค ก ของ ก.พ. ตัดแยกเป็นรายวิชา คือคิดวิเคราะห์ร้อยละ 60 ปริญญาโทร้อยละ 65 ภาษาอังกฤษร้อยละ 50 และความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีร้อยละ 60) ผ่านภาคก่อนหน้าจึงจะมีสิทธิ์เข้าภาคถัดไป และเวลาจัดลำดับผู้สอบแข่งขันได้เพื่อขึ้นบัญชี ส่วนราชการจะนำคะแนนภาค ข และภาค ค มารวมกันแล้วเรียงจากมากไปน้อย ข้อสังเกตสำคัญสำหรับมือใหม่คือ คะแนนภาค ก ไม่ได้ถูกนำมารวมในการจัดลำดับ ภาค ก ทำหน้าที่เป็นแค่ "ตั๋วผ่านประตู" เท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าหมดแรงไปกับภาค ก จนไม่เหลือพลังเตรียมภาค ข ซึ่งเป็นด่านที่ตัดสินลำดับจริง
หมายเหตุ: โครงสร้าง ก/ข/ค นี้เป็นหลักการกลางของการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ แต่รายละเอียดคะแนนเต็มและวิธีจัดลำดับอาจต่างกันบ้างตามกฎหมายของแต่ละระบบ (พลเรือนสามัญ ท้องถิ่น ครู ตำรวจ) ให้ยึดตามประกาศรับสมัครของสนามที่คุณจะลงเป็นหลักเสมอ
เส้นทางมาตรฐาน 5 ขั้น จากศูนย์ถึงวันบรรจุ
เส้นทางที่คนส่วนใหญ่เดินมีห้าขั้นตามลำดับนี้ ขั้นที่หนึ่ง สอบภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ให้ผ่าน แล้วพิมพ์หนังสือรับรองเก็บไว้ ขั้นที่สอง เฝ้าประกาศรับสมัครสอบแข่งขันของกรมต่าง ๆ แล้วเลือกตำแหน่งที่วุฒิและสาขาของเราตรงตามที่ประกาศกำหนด ขั้นที่สาม สมัครและสอบภาค ข ของกรมนั้น ขั้นที่สี่ สอบภาค ค (สัมภาษณ์) และขั้นที่ห้า เมื่อผ่านครบก็จะถูกประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตามลำดับคะแนน แล้วรอหนังสือเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุ
ขั้นที่สองคือขั้นที่มือใหม่มักตกม้าตาย เพราะการดูตำแหน่งไม่ได้ดูแค่ชื่อวุฒิ แต่ต้องดูว่าประกาศระบุ "สาขาวิชา" อะไรบ้าง บางตำแหน่งเปิดกว้างทุกสาขา แต่หลายตำแหน่งจำกัดเฉพาะสาขาที่กำหนด เช่น นิติศาสตร์ บัญชี หรือรัฐศาสตร์ และบางตำแหน่งต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย การเช็กคุณสมบัติให้ตรงตั้งแต่ก่อนสมัครสำคัญมาก เพราะถ้าสมัครผิดคุณสมบัติ แม้สอบได้ที่หนึ่งก็ถูกตัดสิทธิ์ภายหลังได้
มีทางลัดที่หลายคนไม่รู้ คือกรณี "ภาค ก พิเศษ" ซึ่งสำนักงาน ก.พ. จัดสอบให้ผู้ที่สอบผ่านภาค ข ของส่วนราชการแล้ว แต่ยังไม่มีหนังสือรับรองภาค ก แปลว่าถ้ากรมไหนเปิดรับสมัครโดยไม่บังคับว่าต้องมีใบภาค ก ตอนสมัคร คุณสามารถลุยภาค ข ไปก่อนได้ แล้วค่อยมาสอบภาค ก พิเศษทีหลังเพื่อให้ครบเงื่อนไขการบรรจุ ข้อควรรู้คือรอบภาค ก พิเศษไม่ได้เปิดกว้างให้ทุกคน แต่ละรอบสำนักงาน ก.พ. จะระบุไว้ในประกาศว่าเปิดให้ผู้สอบผ่านภาค ข ของหน่วยงานใดบ้าง เช่น รอบปี 2569 ที่เปิดรับสมัครช่วง 19-25 พฤษภาคม 2569 ระบุเฉพาะผู้สอบผ่านภาค ข ของบางส่วนราชการเท่านั้น จังหวะและเงื่อนไขแบบนี้เปลี่ยนทุกรอบ ให้ติดตามประกาศของสำนักงาน ก.พ. เป็นหลัก
สรุปเชิงปฏิบัติสำหรับคนเริ่มจากศูนย์วันนี้ ให้ทำสองอย่างขนานกันไปเลย หนึ่ง เริ่มซ้อมภาค ก ทันทีโดยไม่ต้องรอประกาศ เพราะเนื้อหานิ่งและใบรับรองไม่หมดอายุ สอง เริ่มสำรวจตำแหน่งที่วุฒิเราลงได้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อจะได้รู้ล่วงหน้าว่าภาค ข ของตำแหน่งนั้นออกอะไร แล้วทยอยอ่านคู่ขนานไปกับภาค ก ไม่ใช่รอผ่านภาค ก ก่อนแล้วค่อยเริ่ม
ขึ้นบัญชีแล้วต้องรอนานไหม บัญชีอายุกี่ปี
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของข้าราชการพลเรือนสามัญมีอายุไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันขึ้นบัญชี ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันที่ ก.พ. กำหนด (หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556) ออกตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ที่ให้การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้เป็นไปตามที่ ก.พ. กำหนด แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ถ้าส่วนราชการจัดสอบแข่งขันในตำแหน่งเดียวกันนั้นอีกครั้งและประกาศขึ้นบัญชีใหม่ บัญชีเดิมจะถูกยกเลิกทันที แม้ยังไม่ครบ 2 ปีก็ตาม เพราะฉะนั้น "สอบติดแล้ว" ไม่ได้แปลว่ามีที่นั่งรออยู่แน่นอน ยังต้องลุ้นว่าลำดับของเราจะถูกเรียกทันก่อนบัญชีหมดอายุหรือถูกยกเลิกหรือไม่
การเรียกบรรจุจะเรียงตามลำดับที่ในบัญชี และเรียกตามจำนวนอัตราว่างที่มีจริงในแต่ละช่วง ซึ่งขึ้นกับการเกษียณ การลาออก การโอนย้าย และกรอบอัตรากำลังที่ได้รับจัดสรร ลำดับต้น ๆ อาจได้เรียกภายในไม่กี่สัปดาห์หลังประกาศผล ขณะที่ลำดับท้าย ๆ อาจรอเป็นปีและสุดท้ายไม่ได้เรียกเลยก็มี ตรงนี้คือเหตุผลว่าทำไมคะแนนภาค ข และภาค ค ถึงสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันไม่ได้ตัดสินแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ตัดสินว่าคุณจะอยู่ลำดับที่เท่าไรในคิว
กลยุทธ์ที่คนสอบติดมักใช้คือ ไม่หยุดสมัครหลังขึ้นบัญชี ตราบใดที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ ให้ยื่นสอบตำแหน่งอื่นหรือกรมอื่นต่อไปเรื่อย ๆ เพราะใบภาค ก ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่หมดอายุ การมีชื่อในหลายบัญชีพร้อมกันเพิ่มโอกาสได้บรรจุอย่างมีนัยสำคัญ และถ้าได้เรียกจากที่ที่ถูกใจกว่าก่อน ก็สละสิทธิ์อีกที่ได้ (โดยดูเงื่อนไขการสละสิทธิ์ในประกาศของแต่ละบัญชีประกอบ)
สนามที่ไม่ต้องใช้ใบผ่านภาค ก ของ ก.พ.
ข่าวดีสำหรับคนที่ยังสอบภาค ก ไม่ผ่าน คือมีงานราชการและงานรัฐจำนวนมากที่ไม่ต้องใช้หนังสือรับรองภาค ก ของ ก.พ. เลย เพราะอยู่คนละระบบกฎหมายกับข้าราชการพลเรือนสามัญ และหน่วยงานเหล่านั้นจัดสอบภาค ก ของตัวเองรวมอยู่ในกระบวนการอยู่แล้ว
สนามท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล อบต.) จัดสอบโดยคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. โดยสอบภาค ก และภาค ข ในคราวเดียวกัน แล้วผู้ที่ผ่านจึงเข้าสอบภาค ค ต่อ ผู้สมัครไม่ต้องมีใบภาค ก ของ ก.พ. มาก่อน สนามนี้มักเปิดรับจำนวนมากในรอบเดียว เช่น รอบปี 2568 เปิดรับหลายพันอัตรา และรับสมัครออนไลน์ในช่วงเดือนมีนาคม 2568
สนามครูผู้ช่วยของ สพฐ. ก็มีโครงสร้างภาค ก ภาค ข ภาค ค ของตัวเองภายใต้หลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. โดยไม่ใช้ใบภาค ก ของ ก.พ. เกณฑ์ผ่านตามหลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่คือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละภาคเช่นกัน แต่หลักเกณฑ์ฝั่งครูมีการปรับแก้บ่อย ให้ตรวจประกาศของรอบที่จะสมัครอีกครั้ง สนามตำรวจก็จัดสอบเองทั้งกระบวนการ ทั้งสายอำนวยการและสายนักเรียนนายสิบ ส่วนธนาคารของรัฐอย่าง ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน เป็นการรับพนักงานรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่ข้าราชการ จึงไม่ต้องผ่านภาค ก ของ ก.พ. และคัดเลือกด้วยข้อสอบและกระบวนการของธนาคารเอง
อีกทางที่มักถูกมองข้ามคือตำแหน่ง "พนักงานราชการ" และลูกจ้างของส่วนราชการ ซึ่งโดยทั่วไปไม่ต้องใช้ใบภาค ก และเปิดรับถี่กว่ามากตลอดทั้งปี หลายคนใช้เส้นทางนี้เข้าไปทำงานในหน่วยงานที่อยากอยู่ก่อน สะสมประสบการณ์และความเข้าใจเนื้องาน แล้วค่อยสอบบรรจุเป็นข้าราชการภายหลัง ซึ่งช่วยได้จริงตอนสอบภาค ข และภาค ค เพราะตอบจากงานที่ทำอยู่ได้
ค่าสมัครประมาณเท่าไร และปีหนึ่งควรเตรียมตัวกี่เดือน
ค่าใช้จ่ายของการสอบราชการถูกกว่าที่หลายคนคิดมาก ค่าธรรมเนียมสมัครสอบภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ปี 2569 อยู่ที่ 280 บาท (ค่าธรรมเนียมสอบ 250 บาท บวกค่าธรรมเนียมธนาคารและบริการทางอินเทอร์เน็ต 30 บาท) ทั้งรอบ e-Exam และรอบ Paper & Pencil สนามท้องถิ่นรอบปี 2568 อยู่ที่ 430 บาท (ค่าสอบ 400 บาท บวกค่าธรรมเนียมธนาคาร 30 บาท) ส่วนสนามอื่น ๆ ของกรมต่าง ๆ มักอยู่ในช่วงหลักร้อยถึงห้าร้อยบาทต่อครั้ง ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนได้ทุกรอบ ให้ยึดตามประกาศรับสมัครฉบับจริงเสมอ
เรื่องปฏิทิน ให้จำจังหวะหลักของภาค ก ไว้ว่ารับสมัครต้นปีและสอบกลางปี ตัวอย่างจากปี 2569 รอบ e-Exam รับสมัคร 7-27 มกราคม 2569 (หรือจนกว่าที่นั่งจะเต็ม) และทยอยสอบเป็นรอบตั้งแต่ปลายมีนาคม 2569 เป็นต้นไป ส่วนรอบ Paper & Pencil รับสมัคร 14 มกราคม ถึง 3 กุมภาพันธ์ 2569 สอบวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภายในวันที่ 15 กันยายน 2569 ขณะที่ภาค ข ของกรมต่าง ๆ กระจายเปิดตลอดทั้งปีไม่มีรอบตายตัว ใครเปิดเมื่อไรก็ต้องพร้อมเมื่อนั้น
ระยะเวลาเตรียมตัวที่สมเหตุสมผลสำหรับภาค ก คือ 3-6 เดือนสำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์และมีงานประจำ โดยแบ่งเป็นสองเดือนแรกไล่เนื้อหาให้ครบทุกวิชา หนึ่งถึงสองเดือนถัดมาทำโจทย์เป็นชุดและวิเคราะห์ข้อผิด และเดือนสุดท้ายเน้นข้อสอบเสมือนจริงจับเวลาเต็มชุดสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย ถ้ามีเวลาเตรียมสั้นกว่านั้นมาก แนะนำให้ยอมทิ้งบางหัวข้อที่ออกน้อยและซับซ้อน แล้วเน้นเก็บให้แน่นในหัวข้อที่ออกทุกปีแทน
ทริกเรื่องจังหวะที่มีค่ามาก คือให้เตรียมพร้อมก่อนวันเปิดรับสมัคร ไม่ใช่หลังจากนั้น ที่นั่งสอบบางรอบโดยเฉพาะ e-Exam เต็มเร็วมาก และเอกสารประกอบการสมัคร เช่น รูปถ่ายตามสเปก สำเนาวุฒิ และช่องทางชำระเงิน ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า การพลาดรอบสมัครหนึ่งครั้งหมายถึงรอไปอีกหนึ่งปีเต็ม ซึ่งเจ็บกว่าการทำข้อสอบพลาดไปหลายข้อมาก
5 ข้อผิดพลาดของมือใหม่ และจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด
หนึ่ง เข้าใจผิดว่าสอบผ่านภาค ก แล้วได้เป็นข้าราชการเลย ความจริงคือภาค ก เป็นเพียงคุณสมบัติเบื้องต้น ต้องไปสอบภาค ข และภาค ค ของกรมที่เปิดรับต่ออีก สอง อ่านแบบไม่แยกวิชา ทั้งที่เกณฑ์ภาค ก ตัดเป็นรายวิชาและต้องผ่านทุกวิชา คนจำนวนมากทุ่มเวลาให้วิชาที่ตัวเองถนัดอยู่แล้วจนคะแนนสูงเกินจำเป็น แล้วไปตกวิชาที่ปล่อยทิ้ง
สาม รอผ่านภาค ก ก่อนค่อยเริ่มดูตำแหน่ง ทำให้พอประกาศรับสมัครภาค ข ออกมาจริงก็เตรียมไม่ทัน เพราะบางกรมเปิดรับถึงวันสอบห่างกันไม่ถึงสองเดือน สี่ ไม่ตรวจคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งให้ละเอียดก่อนสมัคร ทั้งเรื่องสาขาวิชาที่ประกาศกำหนดและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จนเสียสิทธิ์ทั้งที่สอบได้
ห้า พลาดวันรับสมัคร ข้อนี้เจ็บที่สุดและแก้ได้ง่ายที่สุด ประกาศรับสมัครงานราชการกระจายอยู่ตามเว็บไซต์ของแต่ละกรม แต่ละแห่งเปิดคนละช่วง บางแห่งเปิดแค่ 7-10 วัน คนที่ตามเองด้วยการไล่เปิดเว็บทีละหน่วยงานมักตกหล่นเสมอ วิธีแก้คือใช้ระบบแจ้งเตือนแทนการตามด้วยตัวเอง
จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดสำหรับวันนี้คือ ลองทำชุดข้อสอบภาค ก ฟรีที่ snamsob.com สักหนึ่งชุดเพื่อวัดจุดยืนของตัวเองก่อน ระบบจะแยกผลเป็นรายวิชาตามเกณฑ์จริงของ ก.พ. ให้เห็นทันทีว่าวิชาไหนยังไม่ถึงเกณฑ์ และควรเริ่มอ่านจากตรงไหน ดีกว่าซื้อหนังสือมากองไว้ห้าเล่มแล้วไม่รู้จะเปิดเล่มไหนก่อน
จากนั้นเปิดใช้ระบบแจ้งเตือนประกาศเปิดสอบเข้า LINE ที่ snamsob.com เลือกสนามที่สนใจ เช่น ก.พ. ท้องถิ่น ครูผู้ช่วย ตำรวจ หรือธนาคารรัฐ แล้วปล่อยให้ประกาศวิ่งมาหาคุณเอง คุณจะได้ใช้เวลาที่เหลือไปกับการอ่านหนังสือ แทนที่จะใช้ไปกับการรีเฟรชหน้าเว็บราชการ ตอนนี้สมัครใหม่ทดลองใช้เต็มระบบได้ฟรี 90 วัน
อัปเดต ส.ค. 2569 · อ้างอิงประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่องการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2569 ทั้งรอบ e-Exam รอบ Paper & Pencil และรอบภาค ก พิเศษ (ocsc.go.th / job3.ocsc.go.th) · อายุบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 2 ปี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันที่ ก.พ. กำหนดตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 ซึ่งออกตามความในมาตรา 53 พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 · ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ปี 2568 · หลักเกณฑ์การสอบครูผู้ช่วยของ ก.ค.ศ./สพฐ. · ค่าธรรมเนียม ปฏิทิน และเงื่อนไขเปลี่ยนได้ทุกรอบ กรุณาตรวจสอบกับประกาศรับสมัครฉบับจริงก่อนสมัครทุกครั้ง