จบไม่ตรงสาย สอบราชการอะไรได้บ้าง 2569 — ตำแหน่งที่รับทุกสาขา
ตอบสั้นก่อน จบสาขาไหนก็มีทางสอบราชการได้ เพราะระบบราชการไทยมีตำแหน่งกลุ่มใหญ่ที่ประกาศรับสมัครเขียนคุณสมบัติไว้สั้น ๆ ว่า "ปริญญาตรีทุกสาขาวิชา" ไม่ได้เจาะจงว่าต้องจบคณะอะไร เหตุผลอยู่ที่ต้นทาง คือมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. สำหรับสายงานอย่างวิเคราะห์นโยบายและแผน ทรัพยากรบุคคล จัดการงานทั่วไป วิชาการศึกษา วิชาการพัสดุ และปฏิบัติงานธุรการ เขียนเงื่อนไขวุฒิไว้เพียงว่าต้องเป็นปริญญาในสาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ ไม่ได้ล็อกชื่อสาขาไว้เลย ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง เช่น นิติกร นักวิชาการคอมพิวเตอร์ วิศวกร และพยาบาลวิชาชีพ ถูกล็อกสาขาไว้ตั้งแต่ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง คนที่จบนิเทศ อักษร มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปกรรม หรือสาขาที่ไม่มีชื่อตำแหน่งราชการรออยู่ตรง ๆ จึงไม่ได้หมดสิทธิ์ แต่ต้องรู้ว่าจะเล็งตำแหน่งกลุ่มไหน ต้องเช็กอะไรก่อนกดสมัคร และควรเตรียมอะไรไว้ล่วงหน้าระหว่างรอประกาศที่ตรงกับตัวเอง
ทุกสาขาวิชา
ถ้อยคำที่ประกาศราชการใช้กับตำแหน่งกลุ่มใหญ่ที่สุด
เพราะมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. เขียนไว้แค่ "สาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสม" — ไม่ได้ระบุชื่อคณะ
ในคู่มือนี้
- 1. สาขาที่ใช้สมัครได้ ไม่ได้ตัดสินที่ชื่อคณะ แต่ตัดสินที่เอกสารสองชั้น
- 2. กลุ่มตำแหน่งรับทุกสาขา กับกลุ่มที่ล็อกสาขา ต่างกันตรงไหน
- 3. ก่อนสมัคร ต้องเช็กว่าวุฒิของคุณเป็นคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง
- 4. จบนิเทศ อักษร มนุษย์ วิทย์ ศิลปกรรม ควรเล็งตำแหน่งไหนก่อน
- 5. เคสพิเศษ อยากเป็นครูแต่ไม่จบครุ กับสายตำรวจที่รับบุคคลภายนอก
- 6. แผนของคนจบไม่ตรงสาย เก็บภาค ก ไว้ก่อน แล้วรอประกาศมาหาเรา
สาขาที่ใช้สมัครได้ ไม่ได้ตัดสินที่ชื่อคณะ แต่ตัดสินที่เอกสารสองชั้น
ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนจบไม่ตรงสายถอดใจตั้งแต่ยังไม่เริ่ม คือคิดว่าราชการจับคู่คณะกับตำแหน่งไว้แบบตายตัว ความจริงคือคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งถูกกำหนดด้วยเอกสารสองชั้นที่ต้องอ่านคนละใบ ชั้นแรกคือมาตรฐานกำหนดตำแหน่งซึ่ง ก.พ. เป็นผู้กำหนด บอกว่าสายงานนั้นทำอะไร และวุฒิขั้นต่ำที่ใช้เข้าสายงานคืออะไร ชั้นที่สองคือประกาศรับสมัครของแต่ละส่วนราชการในแต่ละรอบ ซึ่งเป็นผู้เลือกว่าจะเปิดกว้างเท่าที่มาตรฐานอนุญาต หรือจะบีบให้แคบลงตามงานที่หน่วยนั้นต้องการจริง
จุดสำคัญอยู่ที่ถ้อยคำในชั้นแรก มาตรฐานกำหนดตำแหน่งของสายงานจำนวนมากเขียนเงื่อนไขวุฒิไว้ว่า ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ อ่านเผิน ๆ เหมือนกำกวม แต่ในทางปฏิบัติมันแปลว่า ก.พ. ไม่ได้ล็อกสาขาไว้ให้ และโยนอำนาจตัดสินใจไปที่กรมเจ้าของตำแหน่ง เมื่อกรมพิจารณาแล้วว่างานนั้นไม่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง ประกาศจึงออกมาเป็นคำสั้น ๆ ว่าทุกสาขาวิชา
ในทางกลับกัน สายงานที่ ก.พ. ระบุชื่อสาขาไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเอง กรมจะเปิดกว้างกว่านั้นไม่ได้ เช่น สายงานนิติการเขียนไว้ตรง ๆ ว่าต้องเป็นปริญญาในสาขาวิชานิติศาสตร์ สายงานวิชาการคอมพิวเตอร์เขียนว่าต้องเป็นสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งทางคอมพิวเตอร์ และสายงานพยาบาลวิชาชีพเขียนว่าต้องเป็นสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์พร้อมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ถ้อยคำแบบนี้คือกำแพงจริง ไม่ใช่แค่ความชอบของกรม
สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่การเดาจากชื่อคณะของตัวเอง แต่คือการเปิดคลังมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของสำนักงาน ก.พ. ที่ knowledge.ocsc.go.th อ่านหัวข้อคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของสายงานที่คุณสนใจสัก 5 ถึง 10 สายงาน แล้วแยกออกเป็นสองกอง กองที่ไม่ระบุชื่อสาขาคือกองที่คุณมีสิทธิ์ลุ้นทุกใบประกาศ ส่วนกองที่ระบุชื่อสาขาแล้วไม่ใช่ของคุณ ให้ตัดทิ้งไปเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลาอ่านหนังสือผิดทาง
ข้อควรระวังสุดท้ายของชั้นที่สอง คือกรมมีสิทธิ์เขียนแคบกว่ามาตรฐานได้เสมอ ตำแหน่งเดียวกันชื่อเดียวกัน กรมหนึ่งอาจเปิดทุกสาขาวิชา อีกกรมอาจระบุว่าต้องเป็นทางบริหารธุรกิจหรือทางรัฐประศาสนศาสตร์เท่านั้น เพราะเป็นงานเฉพาะของหน่วยนั้น ดังนั้นการเห็นเพื่อนที่จบสาขาเดียวกับคุณสมัครตำแหน่งนี้ได้เมื่อปีก่อน ไม่ได้แปลว่ารอบนี้คุณจะสมัครได้ ให้เปิดประกาศฉบับจริงของรอบที่กำลังเปิดอ่านเองทุกครั้ง
กลุ่มตำแหน่งรับทุกสาขา กับกลุ่มที่ล็อกสาขา ต่างกันตรงไหน
วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือดูว่างานนั้นต้องใช้ใบอนุญาตหรือองค์ความรู้ที่กฎหมายกำหนดไหม ถ้าไม่ต้อง โอกาสที่สายงานนั้นจะเปิดกว้างก็สูง งานที่ทุกกรมต้องมีเหมือนกันหมดอย่างการวางแผน การดูแลคน การจัดการงานเอกสารและการประชุม การจัดซื้อจัดจ้าง มักเป็นงานที่ฝึกกันในที่ทำงานได้ ก.พ. จึงไม่ล็อกสาขาไว้ และปล่อยให้กรมเลือกคนจากผลสอบและความเหมาะสมแทน
ในทางกลับกัน งานที่ผิดพลาดแล้วมีผลทางกฎหมายหรือต่อชีวิตคน เช่น การตีความและร่างกฎหมาย การออกแบบและควบคุมโครงสร้าง การพยาบาล จะถูกล็อกสาขาไว้ตั้งแต่ต้นทาง และหลายตำแหน่งยังบวกเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเข้าไปอีกชั้น เช่น วิศวกรโยธาต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามที่กฎหมายกำหนด และพยาบาลวิชาชีพต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่งหรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง
มีอีกกลุ่มกลางที่คนมักมองข้าม คือกลุ่มที่ล็อกเป็นชุดสาขา ไม่ใช่สาขาเดียว ตัวอย่างชัดที่สุดคือนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ ซึ่งมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเปิดรับสาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ แปลว่าคนจบบริหารธุรกิจสาขาการตลาดหรือจบเศรษฐศาสตร์ก็อยู่ในข่ายได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนจบบัญชีอย่างที่หลายคนเข้าใจ อีกตัวอย่างคือเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการหรือที่รู้จักกันในชื่อปลัดอำเภอ ซึ่งเปิดรับสาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ และสาขาวิชานิติศาสตร์
ประเด็นที่คนจบไม่ตรงสายควรใช้ให้เป็นประโยชน์คือ กลุ่มรับทุกสาขามีคู่แข่งหนาแน่นกว่าโดยธรรมชาติ เพราะใครก็สมัครได้ ส่วนกลุ่มล็อกสาขามีคู่แข่งน้อยกว่าเพราะกลุ่มผู้มีสิทธิ์ถูกจำกัดไว้แล้ว ถ้าวุฒิของคุณบังเอิญเข้าเงื่อนไขกลุ่มกลางได้ เช่น จบบริหารธุรกิจหรือเศรษฐศาสตร์ อย่าเพิ่งทิ้งข้อได้เปรียบนั้นไปแย่งตำแหน่งเปิดกว้างเพียงเพราะเห็นว่ารับจำนวนเยอะกว่า
ตารางด้านล่างเทียบเงื่อนไขสาขาตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. เพื่อให้เห็นภาพว่าเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน อ่านช่องกลางให้ดี เพราะช่องนั้นคือเพดานสูงสุดที่กรมจะเปิดกว้างได้ ส่วนประกาศจริงของแต่ละรอบจะเท่ากับหรือแคบกว่านั้นเสมอ
| ตำแหน่งระดับแรกบรรจุ | เงื่อนไขสาขาในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง | จบไม่ตรงสายมีสิทธิ์ไหม |
|---|---|---|
| นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ | สาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสม | มีสิทธิ์ ถ้าประกาศรอบนั้นเขียนว่าทุกสาขาวิชา |
| นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ | สาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสม | มีสิทธิ์ ถ้าประกาศรอบนั้นเขียนว่าทุกสาขาวิชา |
| นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ | สาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสม | มีสิทธิ์ ถ้าประกาศรอบนั้นเขียนว่าทุกสาขาวิชา |
| นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ | สาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสม | มีสิทธิ์ ถ้าประกาศรอบนั้นเขียนว่าทุกสาขาวิชา |
| นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ | สาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสม | มีสิทธิ์ ถ้าประกาศรอบนั้นเขียนว่าทุกสาขาวิชา |
| เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน (ปวช./ปวท./ปวส./อนุปริญญา) | สาขาวิชาหรือทางที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสม | มีสิทธิ์ ถ้าประกาศรอบนั้นเขียนว่าทุกสาขาวิชา |
| นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ | สาขาวิชาการบัญชี บริหารธุรกิจ หรือเศรษฐศาสตร์ | เฉพาะผู้ที่อยู่ในสามกลุ่มสาขานี้ |
| เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) | สาขาวิชารัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ หรือนิติศาสตร์ | เฉพาะผู้ที่อยู่ในสามกลุ่มสาขานี้ |
| นิติกรปฏิบัติการ | สาขาวิชานิติศาสตร์ | ล็อกสาขา ต้องจบนิติศาสตร์ |
| นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ | สาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่ง ทางคอมพิวเตอร์ | ล็อกสาขา ต้องเป็นวุฒิทางคอมพิวเตอร์ |
| วิศวกรโยธาปฏิบัติการ | วิศวกรรมศาสตร์ ทางโยธา โครงสร้าง สิ่งแวดล้อม สุขาภิบาล ชลประทาน แหล่งน้ำ หรือทรัพยากรน้ำ + ใบอนุญาตวิศวกรรมควบคุม | ล็อกสาขา และต้องมีใบอนุญาต |
| พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ | สาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ + ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง | ล็อกสาขา และต้องมีใบอนุญาต |
ช่องกลางคือเงื่อนไขในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.พ. กำหนด ไม่ใช่ถ้อยคำในประกาศของแต่ละกรม ประกาศจริงเขียนแคบกว่านี้ได้เสมอแต่กว้างกว่านี้ไม่ได้ — ตรวจสอบประกาศฉบับจริงของรอบที่เปิดรับก่อนสมัครทุกครั้ง
ก่อนสมัคร ต้องเช็กว่าวุฒิของคุณเป็นคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง
หลายคนโฟกัสแค่ว่าสาขาตรงไหม แต่ลืมเงื่อนไขอีกข้อที่ตัดสิทธิ์ได้เหมือนกัน คือวุฒิที่ใช้สมัครต้องเป็นคุณวุฒิที่ ก.พ. รับรอง การรับรองคุณวุฒิเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและกำหนดอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับ เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และมีหลักเกณฑ์วิธีการตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.3/ว 14 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551 เรื่องการรับรองคุณวุฒิ ซึ่งต่อมามีการแก้ไขเพิ่มเติมตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 21 ลงวันที่ 22 กันยายน 2564
เครื่องมือที่ใช้ตรวจได้เองฟรีคือระบบการพิจารณารับรองคุณวุฒิด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ก.พ. ที่ accreditation.ocsc.go.th วิธีใช้คือเลือกประเภทหลักสูตรว่าเป็นหลักสูตรของรัฐหรือของเอกชน เลือกระดับการศึกษา เลือกสถานะหลักสูตรว่าเป็นหลักสูตรที่ออกหนังสือเวียนแล้วหรือยังรอออก จากนั้นใส่คำค้นเพิ่มเติมได้ตามที่มี ทั้งชื่อมหาวิทยาลัยหรือสถาบัน ชื่อคณะ ชื่อปริญญาหรือประกาศนียบัตร และชื่อสาขาวิชาหรือวิชาเอก แล้วกดค้นหา ระบบไม่คิดค่าธรรมเนียมและได้ผลทันที
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้มีสองเรื่อง เรื่องแรกคือระบบจะแสดงผลเพียง 50 รายการแรกเท่านั้น ถ้าใส่คำค้นกว้างเกินไปคุณจะไม่เจอหลักสูตรของตัวเองทั้งที่มีอยู่ ให้ใส่คำค้นเฉพาะเจาะจง เช่น ชื่อมหาวิทยาลัยคู่กับชื่อสาขาวิชา เรื่องที่สองคือผลที่ได้จากระบบเป็นเพียงเครื่องมือช่วยค้นว่าคุณวุฒินั้นปรากฏอยู่ในหนังสือเวียนฉบับใด ไม่ใช่การรับรองเอกสารแสดงคุณวุฒิของตัวบุคคล เวลาจะอ้างอิงจริงต้องอ้างจากหนังสือเวียน ซึ่งดาวน์โหลดได้จากหน้าเอกสารดาวน์โหลดของระบบเดียวกัน
และข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับคนจบไม่ตรงสาย ถ้าคุณค้นแล้วยังไม่แน่ใจว่าคุณวุฒิของตัวเองตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ประกาศกำหนดไว้หรือไม่ อย่าเดาและอย่าถามในกลุ่มออนไลน์แล้วเชื่อ ให้ติดต่อหน่วยงานที่ออกประกาศรับสมัครนั้นโดยตรง เพราะผู้ที่ตัดสินว่าวุฒิของคุณผ่านหรือไม่ผ่านคือกรมเจ้าของประกาศ ไม่ใช่ระบบค้นหา และการวินิจฉัยผิดพลาดจะไปโผล่ตอนตรวจคุณสมบัติก่อนบรรจุ ซึ่งสายเกินกว่าจะแก้
คนที่จบจากสถาบันต่างประเทศต้องเผื่อเวลาเพิ่มอีกชั้น เพราะกระบวนการพิจารณารับรองคุณวุฒิของสถาบันต่างประเทศมีขั้นตอนของมันเอง ถ้าคุณกำลังจะกลับมาสอบราชการ ควรเริ่มเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนถึงฤดูประกาศ ไม่ใช่ตอนเห็นประกาศที่ถูกใจแล้วเหลือเวลารับสมัครอีกสิบวัน
จบนิเทศ อักษร มนุษย์ วิทย์ ศิลปกรรม ควรเล็งตำแหน่งไหนก่อน
ให้เริ่มจากกองแรกเสมอ คือกลุ่มตำแหน่งที่มาตรฐานกำหนดตำแหน่งไม่ล็อกสาขา ได้แก่ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน นักทรัพยากรบุคคล นักจัดการงานทั่วไป นักวิชาการศึกษา และนักวิชาการพัสดุ ในระดับปริญญาตรี ส่วนระดับต่ำกว่าปริญญาตรีคือเจ้าพนักงานธุรการ ซึ่งมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเปิดรับตั้งแต่ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค อนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ไปจนถึงอนุปริญญาหลักสูตร 3 ปี โดยไม่ระบุชื่อสาขา ห้าถึงหกชื่อนี้คือแกนที่คนจบไม่ตรงสายควรอ่านให้ลึกก่อนอย่างอื่น
ข้อดีของการเลือกแกนแบบนี้คือเนื้อหาภาค ข ของตำแหน่งเดียวกันในแต่ละกรมทับซ้อนกันสูง อ่านหนึ่งรอบแล้วยิงได้หลายประกาศในปีเดียว เหลือแค่ส่วนกฎหมายจัดตั้งและภารกิจเฉพาะของกรมนั้นที่ต้องเก็บเพิ่มเป็นรายที่ กลยุทธ์นี้ต่างจากการไล่เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยตามประกาศที่เจอ ซึ่งทำให้เวลาที่ลงไปกับการอ่านถูกทิ้งทุกครั้งที่เปลี่ยนสนาม
กองที่สองคือตำแหน่งที่บังเอิญตรงกับทักษะของคณะคุณและประกาศเปิดกว้างอยู่แล้ว สายนิเทศศาสตร์และวารสารศาสตร์ควรจับตาตำแหน่งกลุ่มสื่อสารและประชาสัมพันธ์เป็นพิเศษ เพราะประกาศของหน่วยงานด้านนี้ที่ผ่านมาเคยกำหนดคุณสมบัติของนักสื่อสารมวลชนปฏิบัติการและนักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการไว้เพียงว่าได้รับปริญญาตรีทุกสาขาวิชา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่คนจบสาขาอื่นก็สมัครได้ แต่คนจบสายนี้จะได้เปรียบตอนสอบภาค ข และตอนสัมภาษณ์เพราะเนื้องานตรงกับที่เรียนมา
สายอักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และภาษา ควรเพิ่มการเฝ้าประกาศตำแหน่งที่มีวงเล็บด้านภาษาอังกฤษหรืองานต่างประเทศต่อท้าย เพราะบางประกาศเปิดรับทุกสาขาวิชาแต่เพิ่มการทดสอบทักษะภาษาเข้าไปในภาค ข ซึ่งเป็นสนามที่คู่แข่งหลุดออกไปเองเยอะ ส่วนสายวิทยาศาสตร์และสายศิลปกรรม ให้ใช้วิธีเปิดคลังมาตรฐานกำหนดตำแหน่งแล้วไล่อ่านสายงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาตัวเองโดยตรงควบคู่ไปด้วย เพราะบางสายงานเฉพาะทางระบุกลุ่มสาขาไว้กว้างกว่าที่คิด และมีคนสมัครน้อยกว่าตำแหน่งเปิดกว้างมาก
สิ่งที่ไม่ควรทำคือสมัครมั่วทุกตำแหน่งที่เห็นคำว่าทุกสาขาวิชา ประกาศจำนวนมากกำหนดว่าผู้สมัครสมัครได้เพียงตำแหน่งเดียวต่อหนึ่งประกาศ และเมื่อสมัครแล้วเปลี่ยนไม่ได้ อีกทั้งค่าธรรมเนียมสมัครสอบมักไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใด การเลือกแกนไว้หนึ่งถึงสองตำแหน่งแล้วอ่านให้ลึก จึงคุ้มกว่าการกระจายตัวเองบาง ๆ ไปทุกสนาม
เคสพิเศษ อยากเป็นครูแต่ไม่จบครุ กับสายตำรวจที่รับบุคคลภายนอก
สายครูเป็นเคสที่ต่างจากข้าราชการพลเรือนสามัญโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ได้ใช้ระบบภาค ก ของ ก.พ. และไม่ได้ใช้มาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. แต่ใช้หลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. โดยมีเงื่อนไขเพิ่มอีกสองชั้นที่คนจบไม่ตรงสายต้องผ่านให้ได้ ชั้นแรกคือวุฒิปริญญาตรีต้องตรงกับกลุ่มวิชาหรือทางหรือสาขาวิชาเอกที่ประกาศรับสมัครระบุ ชั้นที่สองคือเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของคุรุสภา ซึ่งมีรายละเอียดว่าต้องมีตั้งแต่วันสมัครหรือมีทันก่อนบรรจุ
ข่าวดีคือไม่จบครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ไม่ได้แปลว่าจบเห่ ยังมีเส้นทางเก็บคุณสมบัติเพิ่มเพื่อให้เข้าเงื่อนไขได้ แต่เส้นทางเหล่านี้ใช้เวลาและมีเงื่อนไขเยอะพอที่จะต้องอ่านแยกเป็นเรื่องของตัวเอง เราเขียนไว้ครบแล้วในคู่มือคุณสมบัติสอบครูผู้ช่วย ทั้งเรื่องใบอนุญาตระบบใหม่ ความต่างของรอบทั่วไปกับรอบกรณีพิเศษ และเอกไหนที่แข่งสูงหรือโอกาสดี ถ้าเป้าหมายของคุณคือสายครู ให้ข้ามไปอ่านหน้านั้นก่อนแล้วค่อยกลับมาที่แผนสายพลเรือน
อีกเส้นที่คนจบไม่ตรงสายมักไม่ได้นับรวมคือสายตำรวจ ซึ่งมีการรับบุคคลภายนอกเข้าเป็นข้าราชการตำรวจอยู่เป็นรอบ ทั้งสายชั้นประทวนผ่านหลักสูตรนักเรียนนายสิบตำรวจที่ใช้วุฒิ ม.6 หรือ ปวช. และสายชั้นสัญญาบัตรที่ใช้วุฒิปริญญาตรีในสาขาที่หน่วยกำหนด จุดที่แตกต่างจากสนามพลเรือนคือเกณฑ์คัดเลือกและการทดสอบร่างกาย รวมถึงข้อสอบที่มีผังของตัวเอง ไม่ได้ใช้ใบผ่านภาค ก ของ ก.พ.
สรุปสำหรับคนที่ยังไม่ตัดสินใจ ถ้าวุฒิของคุณไม่มีชื่อตำแหน่งราชการรออยู่ตรง ๆ อย่าเพิ่งไปทุ่มกับเส้นทางที่ต้องกลับไปเรียนเพิ่มก่อน ให้ลองสนามที่เปิดรับทุกสาขาวิชาไปพร้อมกันด้วย เพราะสองเส้นนี้เดินขนานกันได้และไม่ตัดสิทธิ์กัน
แผนของคนจบไม่ตรงสาย เก็บภาค ก ไว้ก่อน แล้วรอประกาศมาหาเรา
ปัญหาที่แท้จริงของคนจบไม่ตรงสายไม่ใช่ไม่มีตำแหน่งให้สมัคร แต่คือประกาศที่ตรงกับตัวเองมาถึงตอนที่ยังไม่พร้อม ตำแหน่งกลุ่มรับทุกสาขาเปิดตลอดปีกระจายอยู่หลายร้อยหน่วยงาน ช่วงรับสมัครหลายแห่งสั้นแค่สองถึงสามสัปดาห์ และเกือบทุกประกาศบังคับให้ยื่นหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ตั้งแต่ตอนสมัคร คนที่รอเห็นประกาศก่อนแล้วค่อยเริ่มอ่านหนังสือจึงตกรอบด้วยเรื่องเวลา ไม่ใช่เรื่องวุฒิ
ลำดับที่ถูกต้องคือกลับด้าน สอบภาค ก ให้ผ่านเก็บไว้ก่อนตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าจะสมัครกรมไหน เพราะหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ใช้ยื่นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่มีวันหมดอายุ ข้อควรระวังข้อเดียวคือหนังสือรับรองจะระบุระดับวุฒิที่คุณสอบผ่านไว้ ต้องสอบให้ตรงกับระดับวุฒิที่จะใช้สมัคร เมื่อมีใบนี้อยู่ในมือแล้ว ประกาศที่เปิดรับทุกสาขาวิชาทุกใบจะกลายเป็นโอกาสที่คุณกดสมัครได้ทันทีภายในไม่กี่นาที
ระหว่างรอ ให้เริ่มเก็บชั้นแกนของภาค ข ไปด้วย โดยเลือกหนึ่งถึงสองตำแหน่งจากกลุ่มรับทุกสาขาเป็นตำแหน่งประจำตัว แล้วอ่านเนื้อหาหลักของสายงานนั้นให้แม่น เพราะเกณฑ์ผ่านของภาค ข และภาค ค คือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละภาค และการจัดลำดับขึ้นบัญชีใช้คะแนนภาค ข รวมกับภาค ค ไม่ได้เอาคะแนนภาค ก มารวมด้วย คะแนนภาค ก ที่เฉียดเกณฑ์จึงไม่มีผลอะไรกับคุณอีกเลยหลังผ่านแล้ว
ที่ snamsob.com เราออกแบบมาให้ตรงกับจังหวะแบบนี้พอดี มีคลังข้อสอบภาค ก แยกตามวิชาและหัวข้อย่อยพร้อมเฉลยอธิบาย มีชุด mock จับเวลาให้วัดว่าคะแนนอยู่ตรงไหน และมีระบบจุดอ่อนที่ชี้ให้เห็นว่าหัวข้อไหนยังดึงคะแนนรวมลง ทำ mock หนึ่งชุดเพื่อหาจุดอ่อน กลับไปฝึกซ่อมเฉพาะหัวข้อที่พลาดซ้ำ แล้วกลับมาทำอีกชุดเพื่อดูว่าขยับจริงไหม เป็นวงจรที่ใช้เวลาน้อยที่สุดต่อคะแนนที่เพิ่มขึ้น
อีกครึ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการไม่พลาดประกาศ เรารวบรวมประกาศเปิดสอบและอัปเดตทุกสัปดาห์ พร้อมส่งแจ้งเตือนเข้า LINE ตามสนามและตำแหน่งที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า คุณจะได้เอาเวลาไปอ่านหนังสือแทนการไล่รีเฟรชเว็บทีละกรม และไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่าประกาศที่เขียนว่าทุกสาขาวิชาของปีนั้นปิดรับไปเมื่อสามวันก่อน ตอนนี้สมัครใหม่ทดลองใช้เต็มระบบได้ฟรี 90 วัน
อัปเดต ส.ค. 2569 · เงื่อนไขสาขาในบทความอ้างอิงมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของสำนักงาน ก.พ. (knowledge.ocsc.go.th) ที่ ก.พ. กำหนดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ สายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน 3-1-012 · จัดการงานทั่วไป 3-1-004 · ทรัพยากรบุคคล 3-1-006 · วิชาการพัสดุ 3-1-016 · วิชาการศึกษา 3-8-021 · ปฏิบัติงานธุรการ 4-1-001 · วิชาการเงินและบัญชี 3-2-006 · ปฏิบัติการปกครอง 3-1-009 · นิติการ 3-1-008 · วิชาการคอมพิวเตอร์ 3-1-013 · วิศวกรรมโยธา 3-7-022 · พยาบาลวิชาชีพ 3-6-008 · การรับรองคุณวุฒิอ้างอิง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.3/ว 14 ลงวันที่ 11 ธ.ค. 2551 และที่ นร 1004/ว 21 ลงวันที่ 22 ก.ย. 2564 · ตรวจคุณวุฒิได้ที่ accreditation.ocsc.go.th (แสดงผล 50 รายการแรก ไม่มีค่าธรรมเนียม) · มาตรฐานกำหนดตำแหน่งเป็นเพียงเพดานสูงสุด ส่วนราชการเขียนเงื่อนไขสาขาให้แคบลงได้ในแต่ละรอบ กรุณาตรวจสอบประกาศรับสมัครฉบับจริงและสอบถามหน่วยงานเจ้าของประกาศก่อนสมัครทุกครั้ง