สนามสอบทั้งหมด

ผ่านภาค ก แล้วไปไหนต่อ วิธีเลือกกรมสอบภาค ข ให้เหมาะกับตัวเอง

คำตอบสั้นที่สุดคือ ผ่านภาค ก แล้วขั้นต่อไปไม่ใช่การ "รอ" แต่คือการ "เลือก" เพราะภาค ข ไม่มีรอบสอบกลางเหมือนภาค ก แต่ละกรมเปิดรับสมัครเอง ออกข้อสอบเอง กำหนดวันสอบเอง และประกาศบัญชีของตัวเอง หน้าที่ของคุณหลังได้หนังสือรับรองภาค ก มาแล้วจึงมีสามอย่าง คือหาประกาศให้เจอทัน เลือกกรมและตำแหน่งที่โอกาสของคุณสูงที่สุด แล้วสมัครให้ได้หลายที่ที่สุดเท่าที่วันสอบไม่ชนกัน เพราะใบผ่านภาค ก ของ ก.พ. ใช้ยื่นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่มีวันหมดอายุ คนที่บรรจุเร็วส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่ทำคะแนนภาค ก สูงที่สุด แต่คือคนที่วางแผนเลือกกรมเป็นและอยู่ในหลายบัญชีพร้อมกัน บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ภาค ข คืออะไร หาประกาศได้จากไหน ใช้เกณฑ์อะไรเลือกกรม ตำแหน่งไหนที่หลายกรมเปิดซ้ำจนอ่านรอบเดียวยิงได้หลายที่ ไปจนถึงเรื่องที่คนพลาดกันมากที่สุดคือกลไกการขึ้นบัญชีและการเรียกบรรจุ

ภาค ข คืออะไร ใครเป็นคนจัดสอบ และต้องมีใบ ก.พ. ก่อนไหม

ภาค ข คือภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง เป็นการวัดว่าคุณรู้เนื้องานของตำแหน่งนั้นจริงหรือไม่ จุดที่ต่างจากภาค ก อย่างสิ้นเชิงคือผู้จัดสอบ ภาค ก ของข้าราชการพลเรือนสามัญ สำนักงาน ก.พ. จัดสอบกลางปีละครั้งถึงสองรอบ แต่ภาค ข ส่วนราชการที่เปิดรับสมัครเป็นผู้จัดเองทั้งหมด ตั้งแต่กำหนดขอบเขตวิชาที่ออกสอบ ออกข้อสอบ กำหนดวันสอบ ไปจนถึงประกาศขึ้นบัญชี แปลว่าคำว่า "สอบภาค ข" ไม่ได้หมายถึงข้อสอบชุดเดียวกันทั้งประเทศ แต่หมายถึงข้อสอบของกรมนั้นสำหรับตำแหน่งนั้นในรอบนั้นเท่านั้น

โดยทั่วไปคุณต้องมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ไปยื่นตอนสมัครสอบภาค ข ของส่วนราชการ นี่คือเหตุผลที่ภาค ก ถูกเรียกว่าตั๋วผ่านประตู อย่างไรก็ตามมีบางประกาศที่เปิดให้ผู้ที่ยังไม่มีหนังสือรับรองภาค ก สมัครสอบภาค ข ได้ก่อน แล้วค่อยไปสอบภาค ก พิเศษที่สำนักงาน ก.พ. จัดให้ผู้สอบผ่านภาค ข ในภายหลังเพื่อให้ครบเงื่อนไขก่อนบรรจุ เงื่อนไขข้อนี้ต่างกันทุกประกาศและทุกรอบ ห้ามเดา ให้เปิดประกาศรับสมัครฉบับจริงแล้วอ่านหัวข้อคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบทุกครั้ง

เรื่องคะแนนที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ภาค ข และภาค ค ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในแต่ละภาคจึงจะถือว่าผ่าน และเวลาจัดลำดับผู้สอบแข่งขันได้เพื่อขึ้นบัญชี ส่วนราชการจะนำคะแนนภาค ข รวมกับคะแนนภาค ค แล้วเรียงจากมากไปน้อย คะแนนภาค ก ไม่ได้ถูกนำมารวมด้วย คนที่ได้ภาค ก แบบเฉียดเกณฑ์กับคนที่ได้เกือบเต็ม จึงเริ่มต้นที่เส้นเดียวกันเมื่อเข้าสนามภาค ข ถ้าคุณเพิ่งผ่านภาค ก มาแบบหวุดหวิด ข่าวดีคือมันไม่มีผลอะไรต่อจากนี้เลย

รูปแบบการจัดสอบก็ต่างกันไปตามกรม บางแห่งสอบภาค ข ก่อนแล้วประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบภาค ค อีกครั้ง บางแห่งประกาศให้สอบภาค ข และภาค ค ในคราวเดียวกันโดยเรียกสัมภาษณ์ต่อเนื่อง และบางแห่งมีการทดสอบเพิ่ม เช่น สอบปฏิบัติคอมพิวเตอร์สำหรับสายไอที หรือทดสอบการใช้โปรแกรมสำหรับตำแหน่งธุรการ สิ่งเหล่านี้ระบุอยู่ในหัวข้อหลักสูตรและวิธีการสอบของประกาศเสมอ อ่านหัวข้อนี้ให้จบก่อนจ่ายค่าสมัคร

หาประกาศเปิดสอบภาค ข ได้จากไหน และทำไมคนถึงพลาดรอบกันเยอะ

ช่องทางกลางที่ควรรู้จักเป็นอันดับแรกคือศูนย์รวมข่าวสารงานราชการของสำนักงาน ก.พ. ที่ job.ocsc.go.th ซึ่งรวบรวมประกาศรับสมัครสอบของส่วนราชการต่าง ๆ ไว้ในที่เดียว และมีแอปพลิเคชัน JOB OCSC ให้ติดตั้งฟรีทั้ง iOS และ Android นี่เป็นแหล่งทางการที่ควรเช็กเป็นประจำ แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดของมันด้วยว่าการขึ้นประกาศขึ้นอยู่กับว่าส่วนราชการส่งข้อมูลเข้ามาเมื่อไร บางประกาศจึงไปปรากฏบนเว็บไซต์ของกรมนั้นก่อน

ช่องทางที่สองคือเว็บไซต์ของกรมโดยตรง โดยทั่วไปอยู่ในเมนูข่าวรับสมัครงาน ข่าวสมัครสอบ หรือหมวดกลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล และช่องทางที่สามคือระบบรับสมัครออนไลน์ที่กรมนั้นใช้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบภายนอกที่ให้บริการรับสมัครสอบราชการ ผู้สมัครหลายคนพบประกาศจากหน้าระบบรับสมัครก่อนเจอบนเว็บกรมด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือกรมมักโพสต์ประกาศบนเพจเฟซบุ๊กของหน่วยงานพร้อมกันด้วย การกดติดตามเพจกรมที่คุณเล็งไว้จึงเป็นวิธีที่ต้นทุนต่ำและได้ผลจริง

เหตุผลที่คนพลาดรอบกันเยอะไม่ใช่เพราะหาไม่เป็น แต่เพราะโครงสร้างของภาค ข มันกระจัดกระจายโดยธรรมชาติ ประเทศไทยมีส่วนราชการระดับกรมและหน่วยงานเทียบเท่านับร้อยแห่ง แต่ละแห่งเปิดคนละช่วงเวลา ไม่มีปฏิทินกลาง และช่วงรับสมัครหลายแห่งสั้นมาก ระดับหนึ่งถึงสามสัปดาห์เท่านั้น คนที่ไล่เปิดเว็บทีละหน่วยงานด้วยตัวเองย่อมตกหล่นเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงที่งานประจำยุ่ง

วิธีแก้ที่ยั่งยืนคือเปลี่ยนจากการไล่ตามเป็นการตั้งระบบให้ประกาศวิ่งมาหาเรา ที่ snamsob.com เรารวบรวมประกาศเปิดสอบและอัปเดตทุกสัปดาห์ พร้อมส่งแจ้งเตือนเข้า LINE ตามสนามและตำแหน่งที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า คุณจะได้เอาเวลาไปอ่านหนังสือแทนการรีเฟรชหน้าเว็บ และไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่าประกาศที่ตรงวุฒิที่สุดของปีนั้นปิดรับไปเมื่อสามวันก่อน

เกณฑ์เลือกกรม 4 ข้อ ที่ควรใช้ก่อนกดสมัคร

ข้อแรก วุฒิและสาขาต้องตรงตามที่ประกาศกำหนด ข้อนี้ไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นตัวกรองที่ต้องผ่านก่อนพิจารณาอย่างอื่น ให้อ่านคำในประกาศอย่างละเอียด เพราะถ้อยคำต่างกันเล็กน้อยแต่ความหมายต่างกันมาก เช่น ปริญญาตรีทุกสาขา กับ ปริญญาตรีในสาขาวิชาใดสาขาวิชาหนึ่งทางบัญชี ทางบริหารธุรกิจ นั้นให้สิทธิ์ต่างกันคนละแบบ บางตำแหน่งยังต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เช่น ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือใบอนุญาตวิศวกร ถ้าสมัครผิดคุณสมบัติ แม้สอบได้ลำดับที่หนึ่งก็ถูกตัดสิทธิ์ภายหลังได้

ข้อสอง ประเมินอัตราแข่งขันแบบมีข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก หลักคิดกว้าง ๆ คือกรมใหญ่ที่มีกรอบอัตรากำลังมากมักเปิดสอบบ่อยและเปิดหลายอัตราต่อรอบ แต่คนก็สมัครเยอะตามไปด้วยเพราะเป็นชื่อที่คนรู้จัก ขณะที่หน่วยงานขนาดเล็กหรือหน่วยงานที่ภารกิจเฉพาะทางมักเปิดไม่บ่อยและเปิดทีละไม่กี่อัตรา แต่จำนวนผู้สมัครก็น้อยกว่ามากเช่นกัน วิธีประเมินที่ทำได้จริงคือย้อนดูประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบของรอบก่อนหน้าในตำแหน่งเดียวกัน แล้วเทียบจำนวนคนกับจำนวนอัตราที่ประกาศรับ ตัวเลขนี้ให้ภาพความหนาแน่นได้ชัดกว่าการเดาจากชื่อเสียงของกรม

ข้อสาม ที่ตั้งของตำแหน่ง หลายคนดูแค่ชื่อกรมแล้วลืมดูว่าอัตราที่เปิดนั้นบรรจุที่ไหน กรมส่วนใหญ่มีทั้งส่วนกลางที่กรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคที่กระจายตามจังหวัด ประกาศมักเขียนไว้ว่าผู้ได้รับการบรรจุอาจต้องไปปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาคตามที่ส่วนราชการกำหนด ถ้าคุณมีเงื่อนไขครอบครัวหรือภาระที่ย้ายไม่ได้ ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนสมัคร ไม่ใช่ตอนได้รับหนังสือเรียกรายงานตัว เพราะการสละสิทธิ์มักมีผลต่อสถานะของคุณในบัญชีตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด

ข้อสี่ ลักษณะงานที่คุณจะทำไปอีกสิบยี่สิบปี สายงานหลักที่พบบ่อยในราชการส่วนกลางแบ่งกว้าง ๆ ได้ประมาณนี้ สายการเงินและบัญชีเน้นระเบียบการเบิกจ่าย งบประมาณ และการควบคุมภายใน สายนิติการเน้นการตีความกฎหมาย ร่างสัญญา งานวินัยและคดี สายทรัพยากรบุคคลเน้นการสรรหา ระบบตำแหน่ง ค่าตอบแทน และการพัฒนาบุคลากร สายเทคโนโลยีสารสนเทศเน้นระบบงาน ฐานข้อมูล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สายบริหารทั่วไปและธุรการเน้นงานสารบรรณ งานประชุม งานพัสดุ และงานประสานภายในองค์กร ส่วนสายวิเคราะห์นโยบายและแผนเน้นแผนยุทธศาสตร์ คำของบประมาณ และการติดตามประเมินผล เลือกสายที่คุณทนอ่านเรื่องนั้นได้จริงตอนเตรียมสอบ เพราะถ้าอ่านแล้วฝืน งานจริงจะฝืนกว่านั้นมาก

ตำแหน่งที่หลายกรมเปิดซ้ำ อ่านรอบเดียวยิงได้หลายที่

หัวใจของกลยุทธ์ภาค ข คือเลือกตำแหน่งที่เป็นตำแหน่งพื้นฐานซึ่งแทบทุกกรมต้องมี เพราะกรมไหนก็ต้องมีคนดูแลเงิน ดูแลคน ดูแลเอกสาร และดูแลระบบ ตำแหน่งกลุ่มนี้จึงเปิดรับซ้ำแล้วซ้ำอีกตลอดปีในหลายหน่วยงาน ตัวอย่างที่เห็นบ่อยในระดับปริญญาตรีคือ นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ นิติกรปฏิบัติการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ ส่วนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่เห็นบ่อยคือ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน และเจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน

ข้อได้เปรียบของการเล็งตำแหน่งกลุ่มนี้คือขอบเขตวิชาภาค ข ของแต่ละกรมทับซ้อนกันสูงมาก เช่น นักวิชาการเงินและบัญชีของกรมไหนก็ต้องออกเรื่องกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง หลักการบัญชีภาครัฐ และการจัดซื้อจัดจ้าง เหมือนกันเกือบทั้งหมด แปลว่าเวลาที่คุณลงไปกับการอ่านหนึ่งรอบ ถูกใช้ซ้ำได้กับประกาศของอีกหลายกรมในปีเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่คนซึ่งเลือกตำแหน่งแกนไว้ตำแหน่งเดียวแล้วยิงหลายกรม มักได้เปรียบคนที่เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยตามประกาศที่เจอ

สิ่งที่ต้องระวังคือส่วนที่ไม่ทับซ้อน ประกาศเกือบทุกฉบับจะมีหัวข้อความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจัดตั้งและอำนาจหน้าที่ของกรมนั้น วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ และภารกิจหลักของหน่วยงาน ซึ่งเป็นคนละชุดกันทุกกรม ส่วนนี้กินสัดส่วนคะแนนไม่น้อยและเป็นจุดที่ผู้สมัครจำนวนมากทิ้ง ทั้งที่เป็นส่วนที่อ่านทันได้ในเวลาไม่กี่วันเพราะข้อมูลอยู่บนเว็บไซต์ของกรมทั้งหมด ถ้าคุณสมัครสามกรม ให้กันเวลาไว้กรมละสองถึงสามวันสำหรับส่วนเฉพาะกรมโดยเฉพาะ

อีกจุดที่ควรพิจารณาคือความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งกับความยากของคู่แข่ง ตำแหน่งที่เปิดกว้างทุกสาขา เช่น นักจัดการงานทั่วไป มักมีผู้สมัครหนาแน่นที่สุดเพราะใครก็ลงได้ ขณะที่ตำแหน่งที่ล็อกสาขา เช่น นิติกรที่ต้องจบนิติศาสตร์ หรือนักวิชาการเงินและบัญชีที่ต้องจบทางบัญชี มีคู่แข่งน้อยกว่าโดยธรรมชาติเพราะกลุ่มผู้มีสิทธิ์ถูกจำกัดไว้แล้ว ถ้าวุฒิของคุณล็อกสาขาได้ อย่าทิ้งข้อได้เปรียบนั้นไปสมัครตำแหน่งเปิดกว้างเพียงเพราะเห็นว่ารับจำนวนเยอะกว่า

ขึ้นบัญชีแล้วเรียกบรรจุอย่างไร อายุบัญชี 2 ปี และการเรียกข้ามหน่วยงาน

เมื่อผ่านภาค ข และภาค ค ครบ ส่วนราชการจะประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เรียงตามคะแนนรวมของภาค ข บวกภาค ค จากมากไปน้อย บัญชีนี้มีอายุไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันขึ้นบัญชี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันที่ ก.พ. กำหนดตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งออกตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 แต่มีเงื่อนไขที่คนมักลืมคือ ถ้าส่วนราชการเปิดสอบในตำแหน่งเดียวกันอีกครั้งและประกาศขึ้นบัญชีใหม่ บัญชีเดิมจะถูกยกเลิกทันทีแม้ยังไม่ครบ 2 ปีก็ตาม

การเรียกบรรจุจะเรียกตามลำดับที่ในบัญชี และเรียกได้เท่าที่มีอัตราว่างจริงในช่วงนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการเกษียณ การลาออก การโอนย้าย และกรอบอัตรากำลังที่ได้รับจัดสรร ประกาศที่เขียนว่าบรรจุครั้งแรก 5 อัตรา ไม่ได้แปลว่าจะเรียกแค่ 5 คนแล้วจบ แต่หมายความว่ารอบแรกมี 5 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือขึ้นกับอัตราว่างที่ทยอยเกิดภายในอายุบัญชี ลำดับต้นอาจได้รายงานตัวภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ลำดับท้ายอาจรอจนบัญชีหมดอายุแล้วไม่ได้เรียกเลยก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเป็นประจำ

ยังมีอีกช่องทางที่ทำให้คนลำดับกลางถึงท้ายมีลุ้น คือหน่วยงานอื่นสามารถขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของส่วนราชการหนึ่งเพื่อคัดเลือกไปบรรจุในตำแหน่งเดียวกันหรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด กลไกนี้มีอยู่จริงและเป็นที่มาของกรณีที่หลายคนสอบติดกรมหนึ่งแต่ไปบรรจุอีกหน่วยงานหนึ่ง ข้อควรรู้คือหนังสือเวียนที่กำหนดรายละเอียดเรื่องนี้มีการปรับปรุงและยกเลิกฉบับเก่าเป็นระยะ เงื่อนไขจึงอาจต่างจากที่เคยได้ยินมาเมื่อหลายปีก่อน ให้ยึดตามหนังสือแจ้งของส่วนราชการที่ติดต่อคุณมาเป็นหลัก และตรวจสอบกลับไปยังหน่วยงานเจ้าของบัญชีเสมอ

ข้อควรระวังสำคัญคือเรื่องการสละสิทธิ์ ถ้าคุณได้รับหนังสือเรียกรายงานตัวแล้วไม่ไป หรือไปแล้วขอสละสิทธิ์ ประกาศส่วนใหญ่กำหนดผลไว้ชัดเจน ซึ่งอาจรวมถึงการถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีของคุณในบัญชีนั้น อย่าใช้วิธีตอบรับไว้ก่อนแล้วค่อยคิด ให้ตัดสินใจเรื่องพื้นที่บรรจุและเงื่อนไขงานให้จบตั้งแต่ตอนเลือกกรม แล้วอ่านหัวข้อการยกเลิกการขึ้นบัญชีในประกาศให้ครบทุกข้อก่อนตอบรับ

กลยุทธ์สมัครหลายกรมพร้อมกัน ทำอย่างไรไม่ให้พังทั้งกระดาน

หลักการตั้งต้นคือใบผ่านภาค ก ของ ก.พ. ใช้ยื่นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีกติกาใดห้ามคุณสมัครสอบภาค ข หลายกรมพร้อมกัน และไม่มีบทลงโทษเรื่องการอยู่ในหลายบัญชีพร้อมกัน ดังนั้นการจำกัดตัวเองไว้ที่กรมเดียวต่อปีจึงไม่ใช่ความรอบคอบ แต่คือการทิ้งโอกาสฟรี คนที่บรรจุได้ภายในปีถึงสองปีหลังผ่านภาค ก ส่วนใหญ่คือคนที่มีชื่ออยู่ในสามถึงห้าบัญชีพร้อมกัน

แต่การยิงหลายที่ต้องมีวินัยสองเรื่อง เรื่องแรกคือปฏิทินวันสอบ กรมจำนวนมากเลือกจัดสอบวันเสาร์หรืออาทิตย์ และมักกระจุกอยู่ในไม่กี่สุดสัปดาห์ต่อปี โอกาสที่วันสอบสองกรมชนกันจึงสูงกว่าที่คิด ให้เปิดปฏิทินจดวันสอบของทุกประกาศที่สนใจก่อนโอนค่าสมัคร ถ้าชนกันต้องเลือกทิ้งหนึ่งที่ตั้งแต่ต้น อย่าจ่ายทั้งคู่แล้วหวังว่าจะเลื่อน เพราะประกาศส่วนใหญ่ระบุไว้ชัดว่าค่าธรรมเนียมสมัครสอบจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด

เรื่องที่สองคือชุดเอกสารมาตรฐาน เตรียมไว้เป็นแฟ้มเดียวแล้วใช้ซ้ำได้ทุกประกาศ ประกอบด้วยไฟล์รูปถ่ายหน้าตรงตามสเปกที่ระบบรับสมัครกำหนด สำเนาบัตรประชาชน สำเนาปริญญาบัตรและใบระเบียนแสดงผลการเรียน หนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก และเอกสารเปลี่ยนชื่อสกุลถ้ามี การมีแฟ้มนี้พร้อมทำให้คุณสมัครประกาศที่เพิ่งเปิดได้ภายในสิบนาที ซึ่งสำคัญมากกับประกาศที่รับสมัครสั้นหรือระบบเปิดรับจำนวนจำกัด ส่วนงบประมาณ ค่าธรรมเนียมสมัครสอบภาค ข ของกรมต่าง ๆ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงหลักร้อยถึงราวห้าร้อยบาทต่อครั้ง และหลายประกาศยังคิดค่าธรรมเนียมธนาคารหรือค่าบริการทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มอีกราวสามสิบบาท แล้วแต่ประกาศ ควรตั้งงบก้อนไว้ล่วงหน้าทั้งปีเพื่อจะได้ไม่ลังเลตอนประกาศที่ดีเปิดพอดี

สุดท้าย ให้แยกการเตรียมตัวเป็นสองชั้น ชั้นแกนคือเนื้อหาหลักของตำแหน่งที่คุณเลือกเป็นตำแหน่งประจำตัว อ่านให้ลึกและทำโจทย์ซ้ำจนแม่น ชั้นเฉพาะกรมคือกฎหมายจัดตั้งและภารกิจของกรมนั้น เก็บทีหลังเมื่อรู้แล้วว่าจะสมัครที่ไหนบ้าง ที่ snamsob.com เรามีคลังข้อสอบราชการส่วนกลางสำหรับสายงานที่เปิดซ้ำหลายกรม ให้ฝึกเป็นชั้นแกนไว้ก่อนโดยไม่ต้องรอประกาศ พร้อมประกาศเปิดสอบที่อัปเดตทุกสัปดาห์และแจ้งเตือนเข้า LINE ตามสนามที่คุณเลือก ตอนนี้สมัครใหม่ทดลองใช้เต็มระบบได้ฟรี 90 วัน

อัปเดต ส.ค. 2569 · อ้างอิงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งออกตามความในมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 (อายุบัญชีไม่เกิน 2 ปี · เกณฑ์ผ่านภาค ข และภาค ค ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 · จัดลำดับจากคะแนน ภาค ข รวม ภาค ค) · ช่องทางประกาศรับสมัคร: ศูนย์รวมข่าวสารงานราชการ job.ocsc.go.th และแอป JOB OCSC ของสำนักงาน ก.พ. · การให้หน่วยงานของรัฐอื่นใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของส่วนราชการ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด ซึ่งมีการปรับปรุงและยกเลิกหนังสือเวียนฉบับเดิมเป็นระยะ · ชื่อตำแหน่ง ขอบเขตวิชา ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการสมัครต่างกันไปตามประกาศรอบล่าสุดของแต่ละส่วนราชการ กรุณาตรวจสอบกับประกาศรับสมัครฉบับจริงก่อนสมัครทุกครั้ง

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องสมัคร

อ่านแล้ว — ลองข้อสอบสนามนี้ 8 ข้อ ฟรี

วิชาการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล · เฉลยทันทีทุกข้อ · รู้จุดอ่อนใน 5 นาที จากคลัง 146 ข้อ

เริ่มทำ 8 ข้อเลย

คำถามที่พบบ่อย

สอบภาค ข ต้องมีหนังสือรับรองภาค ก ของ ก.พ. ก่อนไหม

โดยทั่วไปต้องมีไปยื่นตอนสมัคร เพราะภาค ก เป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่มีบางประกาศที่เปิดให้ผู้ยังไม่มีหนังสือรับรองสมัครสอบภาค ข ได้ก่อน แล้วไปสอบภาค ก พิเศษที่สำนักงาน ก.พ. จัดให้ผู้สอบผ่านภาค ข ในภายหลัง เงื่อนไขนี้ต่างกันทุกรอบและทุกประกาศ ให้อ่านหัวข้อคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบในประกาศฉบับจริงเสมอ

หาประกาศเปิดสอบภาค ข ได้จากที่ไหนบ้าง

แหล่งทางการคือศูนย์รวมข่าวสารงานราชการของสำนักงาน ก.พ. ที่ job.ocsc.go.th และแอป JOB OCSC เสริมด้วยเว็บไซต์และเพจของกรมที่คุณเล็งไว้ กับระบบรับสมัครออนไลน์ที่กรมนั้นใช้ ปัญหาคือประกาศกระจายอยู่หลายร้อยหน่วยงานและหลายแห่งเปิดรับแค่หนึ่งถึงสามสัปดาห์ ทางที่พลาดยากกว่าคือใช้ระบบแจ้งเตือน ที่ snamsob.com รวมประกาศเปิดสอบและอัปเดตทุกสัปดาห์ พร้อมส่งแจ้งเตือนเข้า LINE ตามสนามที่เลือกไว้

ควรเลือกกรมใหญ่ที่เปิดเยอะ หรือกรมเล็กที่คนสมัครน้อย

ไม่มีคำตอบเดียว กรมใหญ่เปิดบ่อยและเปิดหลายอัตรา แต่ผู้สมัครหนาแน่นกว่า กรมเล็กหรือหน่วยงานเฉพาะทางเปิดไม่บ่อยและรับน้อย แต่คู่แข่งก็น้อยตาม วิธีตัดสินใจที่ใช้ข้อมูลจริงคือย้อนดูประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบของรอบก่อนในตำแหน่งเดียวกัน แล้วเทียบจำนวนผู้สมัครกับจำนวนอัตราที่รับ และอย่าลืมชั่งเรื่องพื้นที่บรรจุกับลักษณะงานควบคู่ไปด้วย เพราะเป็นสิ่งที่คุณต้องอยู่กับมันจริง

สมัครสอบภาค ข หลายกรมพร้อมกันได้ไหม

ได้ ใบผ่านภาค ก ของ ก.พ. ใช้ยื่นได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่มีวันหมดอายุ ข้อแม้เดียวคือหนังสือรับรองจะระบุระดับวุฒิที่คุณสอบผ่านไว้ ต้องตรวจว่าตรงตามที่ประกาศของตำแหน่งนั้นกำหนด ส่วนเรื่องจำนวนบัญชีไม่มีข้อห้ามเรื่องการมีชื่ออยู่ในหลายบัญชีพร้อมกัน ข้อควรระวังมีสองเรื่อง คือวันสอบของหลายกรมมักกระจุกในสุดสัปดาห์เดียวกันจึงต้องเช็กปฏิทินก่อนจ่ายค่าสมัคร เพราะประกาศส่วนใหญ่ระบุว่าค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ และควรเลือกตำแหน่งแกนตำแหน่งเดียวยิงหลายกรม เพื่อให้เนื้อหาที่อ่านใช้ซ้ำได้

ขึ้นบัญชีแล้วแต่ไม่ถูกเรียก จะหมดสิทธิ์เมื่อไร และมีหน่วยงานอื่นเรียกได้ไหม

บัญชีผู้สอบแข่งขันได้มีอายุไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันขึ้นบัญชี ตามหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันที่ ก.พ. กำหนด และจะถูกยกเลิกก่อนกำหนดถ้ามีการสอบในตำแหน่งเดียวกันแล้วขึ้นบัญชีใหม่ ส่วนกรณีหน่วยงานอื่นขอใช้บัญชีนั้นมีอยู่จริงตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามความจำเป็นของแต่ละหน่วยงาน ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังได้แน่นอน และรายละเอียดของหนังสือเวียนมีการปรับปรุงเป็นระยะ ระหว่างรอจึงควรสมัครสอบสนามอื่นต่อไปเรื่อย ๆ

ตำแหน่งไหนที่เปิดสอบซ้ำในหลายกรมมากที่สุด

กลุ่มตำแหน่งพื้นฐานที่ทุกกรมต้องมี ระดับปริญญาตรีที่เห็นบ่อยคือ นักวิชาการเงินและบัญชี นักวิชาการพัสดุ นักจัดการงานทั่วไป นักทรัพยากรบุคคล นิติกร นักวิเคราะห์นโยบายและแผน และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ ระดับ ปวส. ที่เห็นบ่อยคือ เจ้าพนักงานธุรการ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี และเจ้าพนักงานพัสดุ ข้อดีคือขอบเขตวิชาทับซ้อนกันสูงจนอ่านรอบเดียวใช้ได้หลายกรม เหลือแค่ส่วนกฎหมายจัดตั้งและภารกิจของแต่ละกรมที่ต้องเก็บเพิ่มเป็นรายที่