ในบทความนี้ · 8 หัวข้อดูสารบัญซ่อน
- 1บัญชีผู้สอบแข่งขันได้คืออะไร เรียงลำดับยังไง และใช้ได้นานแค่ไหน
- 2เรียกบรรจุทำงานยังไง ลำดับจริง ลำดับสำรอง และหนังสือเรียกตัว
- 3เหตุที่ชื่อหลุดจากบัญชี ก่อนจะได้บรรจุ
- 4ยืมบัญชีคืออะไร หน่วยงานอื่นใช้บัญชีของเราได้เมื่อไหร่
- 5ไปสัมภาษณ์กับหน่วยงานที่ยืมบัญชี สิทธิ์ในบัญชีเดิมหายไหม
- 6ลำดับเท่านี้มีลุ้นไหม วิธีประเมินแบบไม่หลอกตัวเอง
- 7บัญชีพนักงานราชการ ท้องถิ่น และ กทม. ต่างจากบัญชี ก.พ. ยังไง
- 8เช็กสถานะการเรียกตัวที่ไหน และควรทำอะไรระหว่างรอ
- ✎ลองทำข้อสอบ 3 ข้อ (ไม่ต้องสมัคร)
สรุปตัวเลขสำคัญ
ตอบสั้นก่อน ขึ้นบัญชีแล้วไม่ได้แปลว่าได้บรรจุแน่นอน และไม่ได้แปลว่าหมดหวังถ้าลำดับเกินจำนวนที่ประกาศรับ บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของข้าราชการพลเรือนสามัญคือคิวเรียงตามคะแนนภาค ข รวมภาค ค ที่ใช้ได้ไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศ หน่วยงานเรียกตามลำดับเท่าที่มีอัตราว่างจริงในช่วงนั้น และส่วนราชการอื่นที่ไม่มีบัญชีของตัวเองก็ขอคัดเลือกจากบัญชีนี้ไปบรรจุได้ตามหลักเกณฑ์ของ ก.พ. ที่เรียกกันว่ายืมบัญชี ไม่มีใครบอกได้ล่วงหน้าว่าบัญชีหนึ่งจะเรียกไปถึงลำดับเท่าไหร่ รวมถึงเราด้วย แต่กติกาว่าอะไรทำให้ชื่อคุณขยับขึ้น อะไรทำให้ชื่อหลุด และไปสัมภาษณ์กับหน่วยงานที่ยืมบัญชีแล้วสิทธิ์เดิมยังอยู่ไหม เขียนไว้ชัดในหนังสือเวียน หน้านี้สรุปจากต้นฉบับ คือหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 เรื่องการสอบแข่งขันและการขึ้นบัญชี กับที่ นร 1004/ว 27 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 เรื่องการคัดเลือกจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ พร้อมตัวอย่างประกาศจริงปี 2569 แล้วปิดด้วยความต่างของบัญชีพนักงานราชการ ท้องถิ่น และ กทม.
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้คืออะไร เรียงลำดับยังไง และใช้ได้นานแค่ไหน
หลักเกณฑ์ที่ใช้กับข้าราชการพลเรือนสามัญมาจากหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 17 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 ซึ่ง ก.พ. ออกตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ข้อ 5 ของสิ่งที่ส่งมาด้วยว่าด้วยการขึ้นบัญชีโดยตรง คนที่จะถูกขึ้นบัญชีต้องสอบผ่านทั้งภาค ข และภาค ค และยื่นหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของ ก.พ. ตามระดับวุฒิที่กำหนดแล้ว
ลำดับในบัญชีเรียงจากคะแนนรวมภาค ข กับภาค ค จากมากไปน้อย ถ้าคะแนนรวมเท่ากัน คนที่ได้คะแนนภาค ค มากกว่าอยู่ลำดับดีกว่า ถ้ายังเท่ากันอีกให้เรียงตามเลขประจำตัวสอบจากน้อยไปมาก ลำดับนี้ไม่เปลี่ยนตามความต้องการของใคร สิ่งเดียวที่ทำให้คุณขยับขึ้นคือคนข้างหน้าถูกเรียกไปแล้ว หรือหลุดออกจากบัญชีด้วยเหตุที่จะอธิบายในหัวข้อถัดไป
อายุบัญชีกำหนดไว้ในข้อ 5.5 ว่าใช้ได้ไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศ แต่ถ้าส่วนราชการนั้นจัดสอบแข่งขันในตำแหน่งเดียวกันอีกและประกาศบัญชีใหม่แล้ว บัญชีครั้งก่อนเป็นอันยกเลิกทันที แม้ยังไม่ครบ 2 ปี ข้อนี้คือสาเหตุที่คนลำดับกลางบัญชีหลายคนตกใจเมื่อเห็นกรมเดิมเปิดสอบตำแหน่งเดิมอีกรอบ เพราะเมื่อบัญชีใหม่ออก บัญชีเก่าก็จบ
บัญชีต้องประกาศไว้ที่ที่ทำการของส่วนราชการที่รับสมัคร บนเว็บไซต์ของส่วนราชการนั้น และบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. ตามข้อ 5.3 และประกาศต้องระบุระยะเวลาและเงื่อนไขที่บัญชีมีผลใช้บังคับไว้ด้วย เงื่อนไขละเอียดของแต่ละบัญชีจึงต้องอ่านจากประกาศขึ้นบัญชีฉบับของหน่วยงานคุณเสมอ
เรียกบรรจุทำงานยังไง ลำดับจริง ลำดับสำรอง และหนังสือเรียกตัว
หน่วยงานเจ้าของบัญชีเรียกตามลำดับในบัญชี และเรียกได้เท่ากับอัตราว่างที่มีอยู่จริงในช่วงนั้น ตัวเลขบรรจุครั้งแรกในประกาศรับสมัครคือจำนวนตำแหน่งว่างในวันประกาศ ไม่ใช่เพดานตลอดอายุบัญชี เมื่อมีคนเกษียณ ลาออก โอนย้าย หรือได้อัตราเพิ่มระหว่างที่บัญชียังไม่หมดอายุ หน่วยงานก็เรียกลำดับถัดไปเป็นรอบ ๆ แต่ละรอบมักออกเป็นประกาศเรียกรายงานตัวแยกกัน
ตัวอย่างจริงจากประกาศกรมศุลกากร เรื่องการขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กรมเรียกตำแหน่งนักวิชาการศุลกากรปฏิบัติการลำดับที่ 1 ถึง 79 เป็นลำดับที่จริง และลำดับที่ 80 ถึง 85 เป็นลำดับที่สำรอง ให้มารายงานตัววันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เพื่อบรรจุวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ประกาศเขียนไว้ว่าถ้าลำดับที่จริงไม่มารายงานตัว หรือมาแล้วสละสิทธิ์ ผู้อยู่ลำดับสำรองถัดไปจะได้สิทธิ์บรรจุแทน แปลว่าคนที่อยู่ในช่วงสำรองมีโอกาสจริงในวันรายงานตัว เพราะคนข้างหน้าบางคนเลือกไปที่อื่น
เรื่องหนังสือเรียกตัว ข้อ 5.8 ของหนังสือ ว 17 กำหนดให้ส่วนราชการแจ้งกำหนดรายงานตัวเป็นหนังสือทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันนับแต่วันที่ส่ง หรือไปรษณีย์ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน หลายหน่วยงานประกาศบนเว็บไซต์และโทรแจ้งเพิ่มด้วย แต่หลักฐานทางการคือหนังสือที่ส่งไปตามที่อยู่ในใบสมัคร ถ้าย้ายที่อยู่ระหว่างรอบัญชี ให้แจ้งเปลี่ยนกับหน่วยงานเจ้าของบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษร
เหตุที่ชื่อหลุดจากบัญชี ก่อนจะได้บรรจุ
ชื่อในบัญชีหายได้สองแบบ แบบแรกคือทั้งบัญชีสิ้นผล เมื่อครบ 2 ปี หรือมีบัญชีใหม่ในตำแหน่งเดียวกันของส่วนราชการเดิม แบบที่สองคือชื่อของคุณคนเดียวถูกยกเลิก ซึ่งหนังสือ ว 17 ข้อ 5.7 ถึง 5.9 และประกาศขึ้นบัญชีของแต่ละกรมเขียนเหตุไว้ ตารางด้านล่างรวมเหตุที่พบในต้นฉบับ ส่วนถ้อยคำในประกาศแต่ละหน่วยงานอาจต่างกันเล็กน้อย ให้ถือฉบับของหน่วยงานคุณเป็นหลัก
| เหตุ | ผล | ที่มา |
|---|---|---|
| ขอสละสิทธิ์การบรรจุในตำแหน่งที่สอบได้ | ถือว่าไม่อยู่ในลำดับที่ในบัญชีนั้น | ว 17 ข้อ 5.7 · ประกาศกรมศุลกากร ข้อ 2.1 |
| ไม่มารายงานตัวภายในเวลาที่กำหนด | ถือว่าไม่อยู่ในลำดับที่ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นและไม่ได้เลี่ยงหรือเลือกโอกาส หัวหน้าส่วนราชการให้กลับมาลำดับเดิมได้ | ว 17 ข้อ 5.8 · ประกาศกรมศุลกากร ข้อ 2.2 |
| มีเหตุที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ตามกำหนดบรรจุ | ยกเลิกการขึ้นบัญชี | ประกาศกรมศุลกากร ข้อ 2.3 |
| อยู่ระหว่างรับราชการทหาร | ถือว่าไม่อยู่ในลำดับที่ แต่ถ้าพ้นราชการทหารโดยไม่มีความเสียหายและบัญชียังไม่ยกเลิก ให้กลับมาลำดับเดิม | ว 17 ข้อ 5.9 |
| เป็นข้าราชการอยู่แล้ว ประสงค์บรรจุโดยการโอน แต่หน่วยงานแจ้งไว้ก่อนว่าไม่รับโอน แล้วไม่ประสงค์บรรจุ | ยกเลิกการขึ้นบัญชี | ประกาศกรมศุลกากร ข้อ 2.4 · ว 17 ข้อ 4.4 (8) |
| ได้รับบรรจุในหน่วยงานอื่นที่คัดเลือกจากบัญชีนี้ | หน่วยงานเจ้าของบัญชีคัดชื่อออก | ว 27 ข้อ 9 · ประกาศกรมศุลกากร ข้อ 2.5 |
| ภายหลังพบว่าคุณสมบัติหรือคุณวุฒิไม่ตรงประกาศ | ไม่มีสิทธิ์ได้รับการบรรจุ แม้จะสอบได้ | ประกาศกรมศุลกากร ข้อ 4–5 |
ประกาศกรมศุลกากรที่อ้างคือฉบับลงวันที่ 15 ก.ค. 2569 (ตำแหน่งนักวิชาการศุลกากรปฏิบัติการและนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ) ใช้เป็นตัวอย่างถ้อยคำมาตรฐาน หน่วยงานอื่นอาจเขียนต่างไปบ้าง
ลองดูว่าคุณพร้อมแค่ไหน · 3 ข้อจากข้อสอบ ก.พ. ภาค ก
ค้อน : ช่างไม้ :: พู่กัน : ?
ยืมบัญชีคืออะไร หน่วยงานอื่นใช้บัญชีของเราได้เมื่อไหร่
คำว่ายืมบัญชีเป็นภาษาพูด ชื่อทางการคือการคัดเลือกจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ฉบับที่ใช้อยู่คือหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ว 27 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งยกเลิกฉบับเดิมคือ ว 18 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2556 ถ้าเคยอ่านกติกาเก่าจากกระทู้ปีก่อน ๆ ให้ยึดฉบับนี้แทน
เงื่อนไขหลักตามข้อ 1 คือ ใช้กับตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงานและประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ หน่วยงานที่ขอใช้ต้องมีตำแหน่งว่าง ไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้นของตัวเอง และตำแหน่งที่จะบรรจุต้องการวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน กับความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับตำแหน่งในบัญชีที่ขอใช้ คำว่าตำแหน่งอื่นในหนังสือนี้รวมถึงชื่อตำแหน่งเดียวกันแต่อยู่ต่างส่วนราชการด้วย หน่วยงานที่ขอใช้เลือกบัญชีที่เหมาะที่สุดได้ 1 บัญชีต่อ 1 ชื่อตำแหน่ง แล้วประสานกับเจ้าของบัญชี ซึ่งมีสิทธิ์พิจารณาว่าจะให้ใช้หรือไม่
ถ้าเจ้าของบัญชีอนุญาต จะส่งรายชื่อและข้อมูลติดต่อให้ 5 เท่าของตำแหน่งว่าง แต่ไม่น้อยกว่า 15 คน หรือเท่าที่เหลือในบัญชีถ้าเหลือน้อยกว่านั้น โดยส่งตั้งแต่ลำดับแรกของคนที่ยังไม่ได้บรรจุเรียงต่อกันไม่ซ้ำ และเมื่อส่งจนถึงคนสุดท้ายแล้วบัญชียังไม่ถูกยกเลิก ให้วนกลับมาเริ่มจากลำดับแรกที่ยังไม่ได้บรรจุได้อีก ข้อนี้สำคัญกับคนลำดับท้าย เพราะแปลว่าถ้าบัญชีของคุณถูกยืมบ่อย ชื่อคุณจะถูกส่งออกไปเร็วกว่าการรอเจ้าของบัญชีเรียกเอง
หน่วยงานที่ยืมไม่ได้บรรจุตามลำดับเดิมทันที แต่ต้องตั้งคณะกรรมการ แจ้งรายชื่อที่ได้รับให้สมัครเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ซึ่งอาจเป็นสัมภาษณ์ สอบข้อเขียน หรือสอบปฏิบัติ แจ้งล่วงหน้าก่อนวันเริ่มรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน เปิดรับสมัครไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ แล้วประกาศบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกเรียงตามเกณฑ์ใหม่ของหน่วยงานนั้น บัญชีใหม่นี้มีอายุเท่ากับเวลาที่เหลือของบัญชีเดิม ไม่ได้เริ่มนับ 2 ปีใหม่ และหน่วยงานผู้ยืมต้องส่งประกาศให้เจ้าของบัญชีภายใน 5 วันทำการ
ไปสัมภาษณ์กับหน่วยงานที่ยืมบัญชี สิทธิ์ในบัญชีเดิมหายไหม
นี่คือคำถามที่คนกลัวที่สุด และหนังสือ ว 27 ตอบไว้ตรง ๆ ในข้อ 4.6 ถึง 4.7 กับข้อ 9 สรุปคือการไปสมัครหรือไปสัมภาษณ์เฉย ๆ ไม่ทำให้สิทธิ์เดิมหาย จุดที่ตัดสินจริงคือตอนที่คุณยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะรับบรรจุที่ไหน และตอนที่รายงานตัวรับบรรจุ ตารางนี้ไล่ทีละกรณี
| สิ่งที่คุณทำ | ผลต่อบัญชีเดิม | ข้อ |
|---|---|---|
| ไม่สมัครเข้ารับการประเมินกับหน่วยงานที่ยืม | ยังมีชื่อในบัญชีเดิมและมีสิทธิ์อยู่ตามเดิม | 4.6 |
| สมัครและเข้าประเมินแล้ว แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก | ยังมีชื่อในบัญชีเดิมและมีสิทธิ์อยู่ตามเดิม | 4.6 |
| แจ้งเจ้าของบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะรับบรรจุที่ใดที่หนึ่งแล้ว | หมดสิทธิ์ฝั่งหน่วยงานที่ยืม ถ้าเลือกอยู่กับเจ้าของบัญชีหรือหน่วยงานอื่นที่คัดเลือกจากบัญชีเดียวกัน | 4.7.2 |
| ได้รับบรรจุที่เจ้าของบัญชี หรือที่หน่วยงานอื่นที่ใช้บัญชีเดียวกัน | หมดสิทธิ์บรรจุในตำแหน่งที่ประเมินใหม่นี้ | 4.7.3 |
| ไปรายงานตัวรับบรรจุที่หน่วยงานที่ยืม | ต้องทำหนังสือสละสิทธิ์ตำแหน่งอื่นของการสอบครั้งเดียวกัน แล้วเจ้าของบัญชีคัดชื่อออกจากบัญชีเดิม | 9 |
| ถูกยกเลิกจากบัญชีเดิมด้วยเหตุใดก็ตาม | หมดสิทธิ์ฝั่งหน่วยงานที่ยืมไปด้วย เพราะสิทธิ์ใหม่ผูกกับบัญชีเดิม | 4.7.1 |
หน่วยงานที่ยืมต้องตรวจกับเจ้าของบัญชีก่อนเรียกรายงานตัว และตรวจซ้ำในวันรายงานตัวว่าคุณยังมีสิทธิ์อยู่ (ข้อ 8–9) · วันรายงานตัวต้องห่างจากวันแจ้งไม่น้อยกว่า 5 วัน
ลำดับเท่านี้มีลุ้นไหม วิธีประเมินแบบไม่หลอกตัวเอง
ไม่มีสูตรคำนวณว่าบัญชีจะเรียกถึงลำดับไหน และใครที่ฟันธงให้คุณได้ก็กำลังเดา สิ่งที่ทำได้คือดูสัญญาณที่มักทำให้บัญชีขยับเร็วหรือช้า ข้อต่อไปนี้เป็นแนวคิดประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำรับประกัน
- ดูประวัติบัญชีรอบก่อนของตำแหน่งเดียวกันในหน่วยงานเดียวกัน หน่วยงานส่วนใหญ่ประกาศเรียกรายงานตัวเป็นครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ไว้บนเว็บไซต์ ถ้ารอบก่อนเรียกไปไกลกว่าจำนวนที่ประกาศรับมาก ก็เป็นสัญญาณดี แต่ไม่ได้แปลว่ารอบนี้จะเหมือนเดิม
- ตำแหน่งที่หลายกรมมีและหลายกรมขาดคน มักถูกยืมบัญชีบ่อยกว่า เพราะหน่วยงานที่ไม่มีบัญชีของตัวเองต้องหาบัญชีมาใช้ ตำแหน่งเฉพาะที่มีแค่กรมเดียวขึ้นกับอัตราว่างของกรมนั้นอย่างเดียว
- คนลำดับต้นจำนวนมากติดหลายบัญชีพร้อมกัน เมื่อเขาเลือกไปที่หนึ่ง อีกที่ก็มีคนสละสิทธิ์หรือไม่มารายงานตัว บัญชีจึงมักขยับเร็วกว่าตัวเลขอัตราที่ประกาศ อย่างตัวอย่างกรมศุลกากรที่เรียกลำดับสำรองไว้เผื่อในวันรายงานตัว
- ถ้าหน่วยงานเจ้าของบัญชีประกาศรับสมัครสอบตำแหน่งเดียวกันรอบใหม่ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน เพราะเมื่อบัญชีใหม่ออก บัญชีเดิมสิ้นผลตามข้อ 5.5 ของ ว 17
- อัตรากำลังภาพรวมปี 2569 ตึงขึ้น คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 11 สิงหาคม 2569 ให้ชะลอการขอจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี บรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นจากบัญชีที่ประกาศแล้วหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ และให้ทยอยยุบ 11 สายงานสนับสนุนเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 รวมถึงเจ้าพนักงานธุรการในราชการบริหารส่วนกลาง ตำแหน่งในกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มอัตราว่างน้อยลง ส่วนรายละเอียดจะมาเป็นหนังสือเวียนภายหลัง
- ระหว่างรอ อย่าหยุดสมัครที่อื่น การมีชื่อในหลายบัญชีไม่ผิดกติกา และเป็นวิธีเดียวที่ลดความเสี่ยงจากบัญชีที่คุณควบคุมไม่ได้
บัญชีพนักงานราชการ ท้องถิ่น และ กทม. ต่างจากบัญชี ก.พ. ยังไง
บัญชีพนักงานราชการเป็นบัญชีผู้ผ่านการเลือกสรรเพื่อจัดจ้างตามสัญญา ไม่ใช่บัญชีผู้สอบแข่งขันได้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ คู่มือการสรรหาพนักงานราชการของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งสรุปหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ระบุให้ประกาศขึ้นบัญชีโดยระบุอายุบัญชีไม่เกิน 2 ปี และประกาศจริงหลายแห่งเขียนว่าบัญชีมีอายุ 2 ปีนับแต่วันประกาศ เช่น ประกาศศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 แต่บางหน่วยงานกำหนดสั้นกว่านั้นได้ จึงต้องดูประกาศของหน่วยงาน การยืมบัญชีพนักงานราชการก็มี โดยหน่วยงานผู้ขอใช้เรียกรายชื่อ 3 เท่าของตำแหน่งว่างและไม่น้อยกว่า 10 คน ประเมินเพิ่มเติมเอง คนที่ไม่ไปหรือไปแล้วไม่ผ่านยังมีสิทธิ์ในบัญชีเดิม และบัญชีใหม่มีอายุเท่าที่เหลือของบัญชีเดิม
บัญชีท้องถิ่นของ กสถ. ขึ้นแยกตามกลุ่มภาคและเขตที่เลือกตอนสมัคร ตามมติ กสถ. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ Thai PBS รายงาน บัญชีมีอายุไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศ ถ้าเรียกรายงานตัวภายในอายุบัญชีแล้วแต่อยู่ระหว่างขอความเห็นชอบ ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน การแจ้งรายงานตัวใช้ไปรษณีย์ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน และการขอสละสิทธิ์เมื่อถูกเรียกทำให้การขึ้นบัญชีถูกยกเลิก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีตำแหน่งว่างภายหลังขอใช้บัญชีได้ตามเงื่อนไขในประกาศ ส่วนบัญชีรอบ 2568 ถูกยกเลิกและประกาศบัญชีใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 หลังพบการแก้ไขคะแนน รายละเอียดอยู่ในหน้าสรุปเหตุการณ์ทุจริตสอบท้องถิ่น
บัญชีข้าราชการ กทม. ออกโดยสำนักงาน ก.ก. ประกาศผ่าน ksb.bangkok.go.th บัญชีมีอายุไม่เกิน 2 ปี และสิ้นผลเมื่อมีการสอบตำแหน่งเดียวกันรอบใหม่และประกาศบัญชีใหม่ เหมือนหลักของ ก.พ. แต่เป็นคนละระบบ ใครเฝ้าแต่เว็บ ก.พ. จะไม่เห็นประกาศเรียกตัวของ กทม.
| หัวข้อ | ข้าราชการ ก.พ. | พนักงานราชการ | ท้องถิ่น (กสถ.) | กทม. (ก.ก.) |
|---|---|---|---|---|
| ชื่อบัญชี | บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ | บัญชีผู้ผ่านการเลือกสรร | บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ แยกกลุ่มภาค/เขต | บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ |
| อายุบัญชี | ไม่เกิน 2 ปี | ตามประกาศหน่วยงาน มักกำหนดไม่เกิน 2 ปี | ไม่เกิน 2 ปี (ขยายได้ไม่เกิน 30 วันเฉพาะกรณีเรียกแล้วรอความเห็นชอบ) | ไม่เกิน 2 ปี |
| สิ้นผลก่อนกำหนด | ส่วนราชการเดิมประกาศบัญชีใหม่ตำแหน่งเดียวกัน | ตามเงื่อนไขในประกาศหน่วยงาน | ตามประกาศ กสถ. | ประกาศบัญชีใหม่ตำแหน่งเดียวกัน |
| หน่วยงานอื่นใช้บัญชี | ได้ ตาม ว 27/2566 (ส่ง 5 เท่า ไม่น้อยกว่า 15 คน) | ได้ (เรียก 3 เท่า ไม่น้อยกว่า 10 คน) | อปท. ที่มีตำแหน่งว่างขอใช้ได้ตามเงื่อนไข | ขึ้นกับประกาศของสำนักงาน ก.ก. |
| ได้อะไรเมื่อถูกเรียก | บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการ | ทำสัญญาจ้าง | บรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น | บรรจุเป็นข้าราชการ กทม. |
ช่องที่เขียนว่าขึ้นกับประกาศ คือเรื่องที่เราไม่พบหลักเกณฑ์กลางที่ยืนยันได้ ให้ตรวจจากประกาศขึ้นบัญชีฉบับจริงของหน่วยงาน
เช็กสถานะการเรียกตัวที่ไหน และควรทำอะไรระหว่างรอ
- เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของบัญชี หน้าข่าวรับสมัครงานหรือการสอบแข่งขัน คือแหล่งหลักของประกาศเรียกรายงานตัวแต่ละครั้ง
- ระบบของสำนักงาน ก.พ. ที่ job.ocsc.go.th และแอป JOB OCSC ใช้ดูประกาศรับสมัครและประกาศขึ้นบัญชีของส่วนราชการ
- ท้องถิ่นดูประกาศ กสถ. และเว็บไซต์ของ อปท. ที่เรียกตัว ส่วน กทม. ดูที่ ksb.bangkok.go.th
- อ่านประกาศขึ้นบัญชีให้ครบทุกข้อ โดยเฉพาะหัวข้อการยกเลิกการขึ้นบัญชี และเงื่อนไขการรับโอนถ้าคุณเป็นข้าราชการอยู่แล้ว
- เก็บที่อยู่และเบอร์โทรในใบสมัครให้ติดต่อได้ ถ้าย้ายให้แจ้งหน่วยงานเป็นหนังสือ เพราะหนังสือเรียกตัวส่งตามที่อยู่นั้น
- ถ้าหน่วยงานที่ยืมบัญชีโทรมา ขอให้ส่งรายละเอียดตำแหน่ง พื้นที่บรรจุ และวิธีประเมินเป็นหนังสือก่อนตัดสินใจ แล้วตรวจกลับกับหน่วยงานเจ้าของบัญชีว่ามีการขอใช้บัญชีจริง
- ระหว่างรอ สมัครสอบสนามอื่นต่อ และใช้ประกาศเปิดสอบล่าสุดที่ snamsob.com รวบรวมไว้เป็นจุดเริ่มต้นหาสนามถัดไป
อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
อ่านจบแล้ว ลองข้อสอบ ก.พ. ภาค ก 8 ข้อ ฟรี
วิชาการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล · ไม่ต้องสมัคร · เฉลยทันทีทุกข้อ
คำถามที่พบบ่อย
ขึ้นบัญชีลำดับ 9 จาก 49 คน แต่บรรจุรอบแรกแค่ 2 คน จะถูกเรียกไหม
ไม่มีใครตอบแทนหน่วยงานได้ แต่ตัวเลข 2 อัตราคือจำนวนตำแหน่งว่างในวันประกาศรับสมัคร ไม่ใช่เพดานตลอดอายุบัญชี บัญชีใช้ได้ไม่เกิน 2 ปี ระหว่างนั้นหน่วยงานเรียกเพิ่มได้เมื่อมีอัตราว่างจากการเกษียณ ลาออก หรือโอนย้าย และส่วนราชการอื่นที่ไม่มีบัญชีของตัวเองขอคัดเลือกจากบัญชีนี้ได้ตามหนังสือ ก.พ. ว 27/2566 ซึ่งเจ้าของบัญชีจะส่งรายชื่อ 5 เท่าของตำแหน่งว่างแต่ไม่น้อยกว่า 15 คน เรียงจากคนแรกที่ยังไม่ได้บรรจุ ลำดับ 9 จึงอยู่ในช่วงที่มีโอกาสถูกส่งชื่อเมื่อมีหน่วยงานขอใช้ แต่ไม่มีอะไรรับประกัน ให้ดูประวัติการเรียกของบัญชีรอบก่อนในตำแหน่งเดียวกัน และสมัครที่อื่นต่อไประหว่างรอ
พนักงานราชการขึ้นบัญชี 2 ปี ลำดับ 46 รับ 3 อัตรา มีโอกาสไหม
พูดตรง ๆ คือโอกาสจากหน่วยงานเจ้าของบัญชีเองค่อนข้างต่ำ เพราะต้องมีอัตราว่างเพิ่มอีกหลายสิบอัตราภายใน 2 ปี ซึ่งไม่ค่อยเกิดกับหน่วยงานที่เปิดรับ 3 อัตรา ทางที่เหลือคือการขอใช้บัญชีจากหน่วยงานอื่น ซึ่งหลักเกณฑ์พนักงานราชการให้ผู้ขอใช้เรียกรายชื่อ 3 เท่าของตำแหน่งว่างและไม่น้อยกว่า 10 คน ถ้ามีหลายหน่วยงานมาขอใช้ ชื่อก็ขยับไปถึงได้ แต่คาดหวังไม่ได้ ให้ถือบัญชีนี้เป็นตัวเลือกสำรอง และสมัครรอบอื่นต่อ
อีกกระทรวงมายืมบัญชี เรียกไปสัมภาษณ์ ถ้าไปแล้วสิทธิ์ในบัญชีเดิมหายไหม
ไปสัมภาษณ์อย่างเดียวไม่ทำให้สิทธิ์หาย ตามหนังสือ ก.พ. ว 27/2566 ข้อ 4.6 คนที่ไม่สมัคร หรือสมัครแล้วไม่ได้รับการคัดเลือก ยังมีชื่อในบัญชีเดิมและมีสิทธิ์ตามเดิม สิทธิ์เดิมจะหายเมื่อคุณไปรายงานตัวรับบรรจุที่หน่วยงานใหม่ ซึ่งข้อ 9 กำหนดให้ทำหนังสือสละสิทธิ์ตำแหน่งอื่นของการสอบครั้งเดียวกัน แล้วเจ้าของบัญชีคัดชื่อคุณออก และถ้าคุณแจ้งเจ้าของบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะรับบรรจุที่ใดที่หนึ่งแล้ว ก็หมดสิทธิ์ฝั่งที่ไม่ได้เลือกตามข้อ 4.7.2 ก่อนเซ็นอะไรจึงต้องตัดสินใจให้จบว่าอยากไปที่ไหน
ถ้าไม่ไปสมัครกับหน่วยงานที่ยืมบัญชี จะเสียสิทธิ์หรือโดนข้ามลำดับไหม
ไม่เสียสิทธิ์ในบัญชีเดิม ข้อ 4.6 ของหนังสือ ว 27/2566 เขียนว่าผู้ที่ไม่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการประเมินในครั้งนั้นยังคงมีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของส่วนราชการเดิมและมีสิทธิ์อยู่ตามเดิม การปฏิเสธหน่วยงานที่ยืมบัญชีต่างจากการสละสิทธิ์เมื่อเจ้าของบัญชีเรียกบรรจุ ซึ่งอย่างหลังทำให้ชื่อหลุดจากบัญชีตามข้อ 5.7 ของหนังสือ ว 17/2556
มีข่าวชะลอการบรรจุ คนที่ขึ้นบัญชีอยู่แล้วโดนด้วยไหม
มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ให้ชะลอการขอจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี และให้บรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นจากผลสอบที่ประกาศขึ้นบัญชีไว้แล้วหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ แปลว่าบัญชีที่ประกาศแล้วยังใช้บรรจุได้ แต่จำนวนอัตราว่างโดยรวมมีแนวโน้มตึงขึ้น และมติเดียวกันให้ทยอยยุบ 11 สายงานสนับสนุนเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 รวมถึงเจ้าพนักงานธุรการในราชการบริหารส่วนกลาง รายละเอียดทางปฏิบัติจะออกเป็นหนังสือเวียนภายหลัง ให้ติดตามประกาศของสำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานเจ้าของบัญชี
บัญชีหมดอายุเมื่อไหร่ และจะหมดก่อน 2 ปีได้ไหม
บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของข้าราชการพลเรือนสามัญใช้ได้ไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศ ตามข้อ 5.5 ของหนังสือ ก.พ. ว 17/2556 และหมดก่อนได้ถ้าส่วนราชการนั้นจัดสอบในตำแหน่งเดียวกันอีกแล้วประกาศบัญชีใหม่ บัญชีเดิมจะเป็นอันยกเลิกทันที วันหมดอายุที่แน่นอนให้ดูจากประกาศขึ้นบัญชีของหน่วยงาน ซึ่งต้องระบุระยะเวลาและเงื่อนไขที่บัญชีมีผลไว้ด้วย
ไม่ได้รับหนังสือเรียกตัวเพราะย้ายบ้าน หรือติดธุระมารายงานตัวไม่ทัน ชื่อหลุดไหม
โดยหลักคนที่ไม่มารายงานตัวภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าไม่อยู่ในลำดับที่ของบัญชี ตามข้อ 5.8 ของหนังสือ ก.พ. ว 17/2556 แต่ข้อเดียวกันเปิดช่องไว้ว่า ถ้ามีหลักฐานว่ามีเหตุจำเป็น และหัวหน้าส่วนราชการเห็นว่าไม่ได้หลีกเลี่ยงหรือเลือกโอกาสในการบรรจุ จะให้กลับมาอยู่ลำดับเดิมก็ได้ ซึ่งเป็นดุลพินิจของหน่วยงาน ไม่ใช่สิทธิ์อัตโนมัติ ถ้าเกิดเหตุให้รีบทำหนังสือชี้แจงพร้อมหลักฐานถึงหน่วยงานเจ้าของบัญชีทันที
ติดหลายบัญชีพร้อมกัน ถ้าบรรจุที่หนึ่งแล้ว อีกบัญชีหายไหม
การมีชื่อในหลายบัญชีไม่ผิดกติกา บัญชีของต่างหน่วยงานต่างการสอบเป็นคนละบัญชี สิ่งที่ทำให้ชื่อหลุดคือเหตุตามประกาศของแต่ละบัญชี เช่น สละสิทธิ์เมื่อถูกเรียก หรือไม่มารายงานตัว ส่วนหนังสือสละสิทธิ์ที่ต้องทำตอนรับบรรจุจากการยืมบัญชีตามข้อ 9 ของ ว 27/2566 ครอบคลุมตำแหน่งอื่นของการสอบครั้งเดียวกัน ถ้าคุณบรรจุเป็นข้าราชการแล้วถูกอีกบัญชีเรียกภายหลัง จะเป็นการบรรจุโดยการโอนหรือลาออกไปบรรจุใหม่ ซึ่งบางหน่วยงานประกาศไว้ล่วงหน้าว่าไม่รับโอน ต้องอ่านเงื่อนไขในประกาศของบัญชีนั้น

