สนามสอบทั้งหมด

ข้าราชการ vs พนักงานราชการ vs ลูกจ้างประจำ ต่างกันยังไง เลือกสอบอะไรดี

ความต่างที่แท้จริงของสามสถานะนี้ไม่ได้อยู่ที่เนื้องาน แต่อยู่ที่สถานะการจ้างและสิ่งที่ได้รับหลังเกษียณ ข้าราชการคือการบรรจุแต่งตั้งที่ไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด มีบำเหน็จบำนาญและกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พนักงานราชการคือการจ้างตามสัญญาคราวละไม่เกิน 4 ปี ได้ค่าตอบแทนเริ่มต้นสูงกว่าแต่ใช้ระบบประกันสังคม ส่วนลูกจ้างประจำเป็นประเภทเก่าที่ปัจจุบันแทบไม่มีการรับใหม่แล้ว เพราะรัฐทยอยยุบอัตราเมื่อว่างลง บทความนี้จะเทียบให้ครบทั้งความมั่นคง เงินเดือน สวัสดิการ เส้นทางข้ามจากพนักงานราชการไปเป็นข้าราชการ และคำแนะนำว่าคนแบบไหนควรเลือกสนามไหน

สามประเภทนี้คืออะไร นิยามที่ต้องแยกให้ออกก่อน

พูดสั้นที่สุด ข้าราชการคือคนที่รัฐบรรจุและแต่งตั้งเข้าสู่ตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พนักงานราชการคือคนที่รัฐทำสัญญาจ้างเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อทำงานที่กำหนดไว้ และลูกจ้างประจำคือลูกจ้างของส่วนราชการที่มีอัตราและตำแหน่งประจำมาแต่เดิม ทั้งสามคนนี้อาจนั่งโต๊ะติดกันและทำงานคล้ายกันได้ แต่กฎหมายที่คุ้มครองและสิทธิที่ได้รับเป็นคนละชุดกันโดยสิ้นเชิง

ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนตามบัญชีเงินเดือนที่กฎหมายกำหนด และมีการจัดประเภทตำแหน่งเป็นสี่ประเภท คือประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ ประเภทอำนวยการ และประเภทบริหาร แต่ละประเภทยังแบ่งเป็นระดับย่อยอีกชั้น เช่น ประเภทวิชาการมีระดับปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และทรงคุณวุฒิ โครงสร้างนี้เองที่ทำให้ข้าราชการมีเส้นทางความก้าวหน้าเป็นขั้นเป็นตอนชัดเจน และมีเพดานเงินเดือนที่ขยับขึ้นเมื่อได้เลื่อนระดับ

พนักงานราชการอยู่ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 แบ่งเป็นสองประเภทคือพนักงานราชการทั่วไปกับพนักงานราชการพิเศษ และจัดคนเข้ากลุ่มงานตามลักษณะงานและวุฒิ เช่น กลุ่มงานบริการ กลุ่มงานเทคนิค กลุ่มงานบริหารทั่วไป และกลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ สาระสำคัญที่สุดของสถานะนี้คือเป็นการจ้างตามสัญญา ไม่ใช่การบรรจุแต่งตั้ง จึงไม่มีระบบเลื่อนระดับตำแหน่งแบบข้าราชการ

ลูกจ้างประจำคือลูกจ้างของส่วนราชการที่ได้รับค่าจ้างตามบัญชีค่าจ้างของกระทรวงการคลัง มีตำแหน่งและอัตราประจำเหมือนข้าราชการ และได้รับสวัสดิการหลายอย่างในระดับใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้อยู่ในระบบบำนาญข้าราชการ ปัจจุบันรัฐไม่ได้เปิดสรรหาลูกจ้างประจำรายใหม่ในทางปฏิบัติ อัตราที่ว่างลงจะถูกยุบเลิกหรือแปลงไปเป็นการจ้างรูปแบบอื่น จึงเป็นสถานะที่คนรุ่นใหม่แทบไม่มีโอกาสเข้าไปอยู่แล้ว

อีกกลุ่มที่มักถูกเรียกรวมกันจนสับสนคือลูกจ้างชั่วคราวและผู้รับจ้างเหมาบริการ สองกลุ่มนี้ไม่ใช่หนึ่งในสามประเภทข้างต้น แต่เป็นการจ้างระยะสั้นตามงบประมาณที่หน่วยงานได้รับในแต่ละปี ไม่มีกรอบอัตรากำลังถาวรรองรับ และสิทธิประโยชน์น้อยกว่าทั้งสามประเภทมาก ถ้าเห็นประกาศรับสมัครแล้วไม่แน่ใจ ให้ดูที่คำเรียกสถานะในประกาศเป็นหลัก อย่าดูแค่ชื่อตำแหน่ง

ความมั่นคงและสัญญาจ้าง ใครอยู่ยาว ใครต้องต่อสัญญา

ข้าราชการมั่นคงที่สุดในสามประเภท เพราะเป็นการบรรจุแต่งตั้งที่ไม่มีวันสิ้นสุดสัญญา อยู่ได้จนถึงเกษียณอายุราชการ และการพ้นจากราชการก่อนกำหนดทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น ลาออก ถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรง หรือขาดคุณสมบัติ ไม่มีเรื่องรอต่อสัญญาทุกสี่ปีให้ต้องลุ้น

พนักงานราชการทำสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปี หรือตามระยะเวลาของโครงการ และต่อสัญญาได้ตามความเหมาะสม จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าครบสี่ปีแล้วต้องออกโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่จริง ในทางปฏิบัติมีพนักงานราชการที่ต่อสัญญาต่อเนื่องกันหลายรอบเป็นสิบปี ตราบใดที่ผลการประเมินผ่านเกณฑ์และกรอบอัตรากำลังยังอยู่ ความเสี่ยงที่แท้จริงจึงไม่ใช่ตัวเลข 4 ปี แต่คือกรณีที่กรอบอัตราถูกยุบหรืองบประมาณของโครงการนั้นสิ้นสุดลง

ลูกจ้างประจำที่มีอยู่ในระบบวันนี้ยังทำงานได้จนเกษียณเหมือนข้าราชการ ความไม่มั่นคงของสถานะนี้ไม่ได้อยู่ที่คนที่อยู่แล้ว แต่อยู่ที่ทางเข้า เพราะเมื่ออัตราว่างลงส่วนราชการมีแนวทางให้ยุบเลิกหรือใช้รูปแบบการจ้างอื่นแทน ทำให้ผู้สมัครหน้าใหม่แทบไม่เจอประกาศรับลูกจ้างประจำอีกแล้ว ถ้าเห็นประกาศที่ใช้คำว่าลูกจ้างในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือจ้างเหมาบริการ ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ

ปี 2569 มีความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่คนเตรียมสอบต้องรู้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางปฏิรูปการบริหารกำลังคนภาครัฐ สาระสำคัญคือให้ชะลอการขอรับจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี ให้ส่วนราชการตรึงอัตรากำลังที่มีอยู่และบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็น ให้พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการและชำนาญการ กับประเภททั่วไประดับปฏิบัติงานและชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ยกเว้นกรณีที่ประกาศรับสมัครไว้แล้ว

มติเดียวกันยังกำหนดให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุน 11 สายงานเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป เช่น เจ้าพนักงานธุรการในราชการบริหารส่วนกลาง เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เจ้าพนักงานสื่อสาร และเจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา โดยให้เปลี่ยนไปใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นแทน เช่น พนักงานราชการหรือการจ้างเหมาบริการ แปลว่าในระยะข้างหน้า อัตราข้าราชการสายสนับสนุนจะหายากขึ้น ขณะที่รูปแบบการจ้างงานอื่นอย่างพนักงานราชการและการจ้างเหมาบริการจะถูกใช้ทดแทนมากขึ้น

เงินเดือนและค่าตอบแทน ทำไมพนักงานราชการได้เงินเข้าบัญชีมากกว่าตอนเริ่มงาน

ถ้าเทียบเดือนแรกด้วยวุฒิเดียวกัน พนักงานราชการมักได้มากกว่า ตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง ค่าตอบแทนของพนักงานราชการ พ.ศ. 2568 ผู้ที่ได้รับการจ้างตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ในกลุ่มงานบริหารทั่วไปด้วยวุฒิปริญญาตรี ได้ค่าตอบแทนเริ่มต้น 21,780 บาทต่อเดือน ขณะที่ข้าราชการพลเรือนสามัญวุฒิเดียวกันเริ่มที่ช่วง 18,150–19,970 บาท ส่วนต่างนี้ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นการออกแบบให้บัญชีค่าตอบแทนพนักงานราชการสูงกว่าอัตราข้าราชการโดยตั้งใจ เพื่อชดเชยที่ไม่มีบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการบางส่วน

ความต่างจะเริ่มเห็นชัดที่จังหวะการขึ้นเงิน ข้าราชการได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนปีละ 2 รอบ คือรอบ 1 เมษายนและรอบ 1 ตุลาคม โดยแต่ละรอบใช้วงเงินไม่เกินร้อยละ 3 ของอัตราเงินเดือนรวมของข้าราชการที่มีตัวอยู่จริง ส่วนพนักงานราชการเลื่อนค่าตอบแทนปีละ 1 ครั้ง โดยนำผลการประเมินทั้งสองรอบมาหาค่าเฉลี่ยแล้วจึงพิจารณา จำนวนรอบที่ต่างกันนี้ทำให้ในระยะยาวฐานของข้าราชการไต่ขึ้นได้ถี่กว่า

อีกก้อนที่มีเฉพาะฝั่งข้าราชการคือเงินประจำตำแหน่ง เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการในสายงานที่ ก.พ. กำหนดให้มีสิทธิ ระดับชำนาญการจะได้เพิ่มเดือนละ 3,500 บาท ระดับชำนาญการพิเศษ 5,600 บาท และระดับเชี่ยวชาญ 9,900 บาท ตามกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2567 ขณะที่พนักงานราชการไม่มีระบบเลื่อนระดับตำแหน่งในลักษณะเดียวกัน จุดนี้ทำให้เส้นรายได้ของสองสถานะมักตัดกันในช่วงกลางอายุงาน ไม่ใช่ตัดสินกันที่เดือนแรก

ฝั่งลูกจ้างประจำได้รับค่าจ้างตามบัญชีค่าจ้างของกระทรวงการคลัง และได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเช่นเดียวกับข้าราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2567 คือผู้ที่มีค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 14,600 บาท จะได้รับเพิ่มเดือนละ 2,000 บาท แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 14,600 บาท และถ้ารวมแล้วยังไม่ถึง 11,000 บาทจะได้รับเพิ่มจนครบ 11,000 บาท ระเบียบนี้ครอบคลุมลูกจ้างชั่วคราวและทหารกองประจำการด้วย

สรุปเป็นประโยคเดียวสำหรับคนที่ต้องตัดสินใจ พนักงานราชการชนะที่เงินเดือนต้นทาง ข้าราชการชนะที่เพดานปลายทางและก้อนที่มาเสริมระหว่างทาง ถ้าคุณต้องการรายได้ที่ดีที่สุดในสามปีข้างหน้า พนักงานราชการอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าคุณคิดเป็นภาพยี่สิบปีบวกช่วงหลังเกษียณ ข้าราชการยังเป็นตัวเลือกที่ให้ผลรวมสูงกว่าอย่างชัดเจน

สวัสดิการและเงินหลังเกษียณ จุดต่างที่ใหญ่ที่สุดของทั้งสามสถานะ

ถ้าให้เลือกดูแค่ข้อเดียวเพื่อตัดสินใจ ให้ดูข้อนี้ ข้าราชการมีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญเมื่อพ้นจากราชการ และผู้ที่เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2540 เป็นต้นไปจะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบที่มีทั้งเงินสะสมของสมาชิกและเงินสมทบจากรัฐ พนักงานราชการไม่ได้อยู่ในระบบนี้ แต่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม ส่วนลูกจ้างประจำมีสิทธิได้รับบำเหน็จลูกจ้างตามระเบียบของกระทรวงการคลัง และสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการได้

ด้านค่ารักษาพยาบาลคือช่องว่างที่คนมักประเมินต่ำเกินไป ข้าราชการใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลที่กรมบัญชีกลางกำกับดูแล ครอบคลุมไม่เฉพาะตัวเอง แต่รวมถึงบิดา มารดา คู่สมรส และบุตรตามเงื่อนไขที่กำหนด และยังมีสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรอีกก้อนหนึ่ง ลูกจ้างประจำก็มีสิทธิรักษาพยาบาลตามระบบสวัสดิการของทางราชการเช่นกัน จุดนี้ทำให้ครอบครัวที่มีพ่อแม่สูงอายุได้ประโยชน์มหาศาลจากสถานะข้าราชการ

พนักงานราชการใช้สิทธิประกันสังคมซึ่งคุ้มครองเฉพาะตัวผู้ประกันตน ไม่ได้ครอบคลุมบิดามารดาหรือคู่สมรสเหมือนสวัสดิการข้าราชการ อย่างไรก็ตามพนักงานราชการมีชุดสิทธิประโยชน์ของตัวเองตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง สิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ พ.ศ. 2554 เช่น สิทธิการลาประเภทต่างๆ การลาคลอดบุตรได้ 90 วันโดยได้รับค่าตอบแทนระหว่างลาไม่เกิน 45 วัน ส่วนที่เหลือใช้สิทธิจากประกันสังคม และค่าตอบแทนการออกจากราชการกรณีที่ไม่ได้มีความผิด ต่อมายังมีฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 เพิ่มเรื่องเงินทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้ราชการ

เมื่อมองภาพหลังเกษียณ ความต่างจะขยายใหญ่ที่สุด บำนาญข้าราชการเป็นรายได้รายเดือนที่จ่ายต่อเนื่อง และผู้รับบำนาญยังคงใช้สิทธิรักษาพยาบาลของทางราชการได้ต่อ ขณะที่ฝั่งประกันสังคมจ่ายบำนาญชราภาพตามเงื่อนไขและอยู่ภายใต้เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ซึ่งโดยทั่วไปให้ผลตอบแทนรายเดือนน้อยกว่ามาก นี่คือเหตุผลตรงไปตรงมาที่คนจำนวนมากยอมรับเงินเดือนตั้งต้นที่ต่ำกว่าเพื่อแลกกับการเป็นข้าราชการ

ข้อควรระวังคือสิทธิประโยชน์เหล่านี้กำหนดโดยระเบียบและกฎหมายที่แก้ไขได้ โดยเฉพาะเรื่องอัตราเงินเพิ่ม เพดานต่างๆ และเงื่อนไขการรับบำนาญ ก่อนใช้ข้อมูลชุดนี้วางแผนการเงินระยะยาว ควรตรวจสอบกับระเบียบฉบับล่าสุดของกรมบัญชีกลาง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และสำนักงานประกันสังคมอีกครั้ง เพราะตัวเลขที่ค้างอยู่ในบทความและกระทู้เก่าตามอินเทอร์เน็ตมักล้าสมัยไปหลายปี

เปลี่ยนจากพนักงานราชการเป็นข้าราชการได้ไหม ต้องทำอย่างไร

ทำได้ แต่ไม่ใช่การเลื่อนสถานะอัตโนมัติเมื่อทำงานครบกี่ปี พนักงานราชการที่อยากเป็นข้าราชการต้องเข้าสู่กระบวนการสอบแข่งขันหรือการคัดเลือกใหม่เหมือนผู้สมัครทั่วไป อีกเรื่องที่ควรรู้ตั้งแต่วันแรกคือพนักงานราชการไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการตั้งแต่ต้น แต่ใช้ระบบประกันสังคม ขณะที่เวลาราชการซึ่งใช้คำนวณบำเหน็จบำนาญของข้าราชการนั้นตามหลักจะนับตั้งแต่วันเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ จึงไม่ควรวางแผนโดยคาดหวังว่าช่วงที่เป็นพนักงานราชการจะถูกนำไปนับรวมให้ ถ้าจะใช้เรื่องนี้ตัดสินใจจริงจัง ควรสอบถามเงื่อนไขเฉพาะกรณีของตัวเองกับกองการเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานหรือกรมบัญชีกลางก่อน

ช่องทางหลักคือการสอบแข่งขันตามปกติ ต้องมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปหรือภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ก่อน แล้วจึงสมัครสอบภาค ข ซึ่งเป็นการวัดความรู้เฉพาะตำแหน่งของกรมที่เปิดรับ และไปต่อภาค ค ที่เป็นการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ข้อได้เปรียบของคนที่เป็นพนักงานราชการอยู่แล้วคือรู้เนื้องานจริง รู้ระเบียบที่ใช้ในหน่วยงาน และตอบภาค ข กับภาค ค ได้ลึกกว่าผู้สมัครที่ไม่เคยทำงานราชการมาก่อน

ช่องทางที่สองคือการคัดเลือกในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ซึ่งบางส่วนราชการเปิดใช้กับสายงานหรือคุณวุฒิเฉพาะทางที่ขาดแคลนและหาผู้สมัครยากด้วยวิธีสอบแข่งขันตามปกติ ประกาศประเภทนี้บางฉบับไม่กำหนดให้ต้องมีหนังสือรับรองผลการสอบภาค ก แต่มีเงื่อนไขคุณสมบัติเฉพาะที่เข้มกว่ามาก ช่องทางนี้เปิดไม่บ่อยและไม่ได้เปิดทุกสายงาน จึงควรติดตามประกาศของกรมที่คุณสังกัดหรือกรมเป้าหมายเป็นรายกรณี

ข้อควรระวังที่ทำให้คนพลาดบ่อยคือการเห็นคำว่าไม่ต้องผ่านภาค ก แล้วรีบสมัครโดยไม่อ่านต่อ ประกาศจำนวนหนึ่งที่เขียนแบบนั้นหมายถึงไม่ต้องใช้ใบภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. แต่หน่วยงานจะจัดสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของตัวเองแทน หรือเป็นการรับสมัครในสถานะอื่นที่ไม่ใช่ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ต้น การอ่านประกาศให้จบทุกหน้าก่อนสมัครจึงประหยัดทั้งเงินค่าสมัครและเวลาของคุณ

คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือถ้าคุณเป็นพนักงานราชการอยู่ ให้สอบภาค ก ให้ผ่านและเก็บหนังสือรับรองไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่ารอให้เห็นประกาศรับสมัครก่อนแล้วค่อยเริ่มอ่าน เพราะรอบสอบภาค ก จัดปีละไม่กี่ครั้งและมีปฏิทินของตัวเอง ถ้าจังหวะไม่ตรงกับรอบที่กรมเป้าหมายเปิดรับ คุณจะเสียโอกาสไปทั้งปีทั้งที่คุณสมบัติอื่นครบหมดแล้ว

แล้วควรเลือกสอบแบบไหนดี

ถ้าเป้าหมายของคุณคือความมั่นคงระยะยาว บำนาญหลังเกษียณ และสิทธิรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมพ่อแม่กับลูก คำตอบคือข้าราชการ แม้ต้องแลกด้วยเงินเดือนตั้งต้นที่น้อยกว่าและด่านสอบที่ยาวกว่า แต่ถ้าเป้าหมายเฉพาะหน้าคือได้เข้าไปทำงานในระบบราชการให้เร็วที่สุดและมีรายได้ตั้งต้นสูงกว่า พนักงานราชการเป็นทางเข้าที่สมเหตุสมผลมาก ส่วนลูกจ้างประจำในปัจจุบันไม่ใช่ตัวเลือกที่วางแผนได้อีกแล้ว เพราะแทบไม่มีการเปิดรับใหม่

กลยุทธ์ที่คนจำนวนมากใช้ได้ผลจริงคือทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน สมัครพนักงานราชการเพื่อเข้าไปทำงานและมีรายได้ก่อน แล้วใช้เวลาระหว่างทำงานเตรียมสอบภาค ก และภาค ข ควบคู่ไป วิธีนี้ได้ทั้งเงินเดือน ประสบการณ์ที่ใช้ตอบสัมภาษณ์ได้จริง และความคุ้นเคยกับหน่วยงานที่ช่วยให้เห็นประกาศรับสมัครเร็วกว่าคนนอก ข้อเสียเดียวคือต้องมีวินัยพอที่จะอ่านหนังสือหลังเลิกงาน

ปัจจัยใหม่ที่ต้องเอาเข้าสมการปีนี้คือมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ชะลอการขอเพิ่มกรอบอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี และให้ทยอยยุบเลิกตำแหน่งสายงานสนับสนุน 11 สายงานเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป โดยหันไปใช้พนักงานราชการหรือการจ้างเหมาบริการแทน ผลที่ตามมาคืออัตราข้าราชการในสายสนับสนุนจะเปิดน้อยลง การแข่งขันในสายงานที่ยังเปิดจะสูงขึ้น และคนที่เตรียมตัวไว้ก่อนจะได้เปรียบชัดเจน

แปลเป็นแผนปฏิบัติสำหรับปีนี้ อย่างแรกให้เลือกสายงานที่ยังมีความต้องการจริงและไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่กำลังถูกทยอยยุบ อย่างที่สองให้สอบภาค ก ให้ผ่านและถือหนังสือรับรองไว้ เพื่อที่เมื่อประกาศออกมาคุณจะสมัครได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบสอบปีถัดไป และอย่างที่สามให้ตั้งพนักงานราชการเป็นแผนสำรองที่มีคุณค่าในตัวเอง ไม่ใช่แผนแพ้ เพราะเป็นสถานะที่ทำให้คุณอยู่ในระบบและมีโอกาสมากกว่าคนที่รออยู่ข้างนอก

ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางไหน ปลายทางที่ชื่อว่าข้าราชการล้วนต้องผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไปหรือภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. เกือบทั้งหมด ถ้ายังไม่เคยสอบหรือเคยสอบแล้วไม่ผ่าน ลองเริ่มจากการวัดระดับตัวเองก่อนได้ที่ snamsob.com เรามีชุดข้อสอบทดลองให้ทำฟรีทุกวิชา มีข้อสอบเสมือนจริงแบบจับเวลา และมีระบบวิเคราะห์จุดอ่อนรายหัวข้อเพื่อพาคุณกลับไปฝึกซ่อมเฉพาะจุดที่ทำคะแนนหายจริง ใช้เวลาที่มีจำกัดให้คุ้มที่สุด

อัปเดตข้อมูล ส.ค. 2569 · อ้างอิงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547, ประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง ค่าตอบแทนของพนักงานราชการ พ.ศ. 2568 และเรื่อง สิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ พ.ศ. 2554 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562), ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2567, กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2567, ข้อมูลกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกรมบัญชีกลาง และมติคณะรัฐมนตรี 11 ส.ค. 2569 เรื่องปฏิรูปการบริหารกำลังคนภาครัฐ · เงื่อนไขและอัตราต่างๆ ปรับได้ตามมติคณะรัฐมนตรีและระเบียบที่แก้ไขใหม่ ควรตรวจสอบกับประกาศฉบับจริงของหน่วยงานก่อนตัดสินใจ

อ่านแล้ว — ลองทำข้อสอบจริงเลย

ฝึกฟรีพร้อมเฉลย · รู้ทันทีว่าคุณอ่อนหัวข้อไหน

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานราชการนับเป็นข้าราชการหรือไม่

ไม่นับ พนักงานราชการเป็นบุคลากรภาครัฐที่จ้างตามสัญญาภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ไม่ใช่การบรรจุแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ จึงไม่มีระบบเลื่อนระดับตำแหน่งแบบข้าราชการ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งในลักษณะเดียวกัน และไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แม้จะทำงานในสำนักงานเดียวกันและมีหน้าที่คล้ายกันก็ตาม

พนักงานราชการมีบำนาญไหม เกษียณแล้วได้อะไรบ้าง

ไม่มีบำนาญข้าราชการ พนักงานราชการเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม จึงได้รับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพตามเงื่อนไขของประกันสังคมแทน นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์ตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ เรื่อง สิทธิประโยชน์ของพนักงานราชการ พ.ศ. 2554 เช่น สิทธิการลาต่างๆ และค่าตอบแทนการออกจากราชการในกรณีที่ไม่ได้มีความผิด ซึ่งเป็นคนละก้อนกับบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ

สัญญา 4 ปีของพนักงานราชการ ครบแล้วต้องออกจากงานหรือเปล่า

ไม่ใช่ ระเบียบกำหนดให้ทำสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปีหรือตามระยะเวลาของโครงการ และต่อสัญญาได้ตามความเหมาะสมโดยพิจารณาจากผลการประเมินการปฏิบัติงาน ในทางปฏิบัติมีพนักงานราชการจำนวนมากที่ต่อสัญญาต่อเนื่องหลายรอบ ความเสี่ยงที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่การครบกำหนด 4 ปี แต่อยู่ที่กรณีผลประเมินไม่ผ่าน กรอบอัตรากำลังถูกยุบ หรือโครงการที่รองรับตำแหน่งนั้นสิ้นสุดลง

ตอนนี้ยังเปิดรับลูกจ้างประจำอยู่ไหม

ในทางปฏิบัติแทบไม่มีแล้ว แนวทางบริหารกำลังคนภาครัฐมุ่งให้ยุบเลิกอัตราเมื่อผู้ครองตำแหน่งพ้นจากราชการ และให้ใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นทดแทน เช่น พนักงานราชการหรือการจ้างเหมาบริการ ประกาศที่มีคำว่าลูกจ้างซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบันส่วนใหญ่จึงเป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือผู้รับจ้างเหมาบริการ ซึ่งเป็นการจ้างระยะสั้นตามงบประมาณรายปี ไม่ใช่ลูกจ้างประจำที่มีอัตราถาวร

เป็นพนักงานราชการอยู่แล้ว ถ้าอยากเป็นข้าราชการยังต้องสอบภาค ก อีกไหม

โดยหลักยังต้องสอบ เพราะการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญโดยการสอบแข่งขันกำหนดให้ผู้สมัครมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ก่อนจึงจะสมัครสอบภาค ข ของกรมได้ อายุงานในฐานะพนักงานราชการไม่ได้ยกเว้นเงื่อนไขนี้ให้ มีเพียงบางกรณีที่ส่วนราชการเปิดคัดเลือกในกรณีที่มีเหตุพิเศษสำหรับสายงานหรือคุณวุฒิเฉพาะทางที่ขาดแคลน ซึ่งเงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละประกาศและเปิดไม่บ่อย

เงินเดือนพนักงานราชการมากกว่าข้าราชการ แล้วทำไมคนยังแย่งกันสอบข้าราชการ

เพราะเทียบกันแค่เดือนแรกไม่พอ ค่าตอบแทนพนักงานราชการวุฒิปริญญาตรีกลุ่มงานบริหารทั่วไปเริ่มที่ 21,780 บาท สูงกว่าข้าราชการที่เริ่มช่วง 18,150–19,970 บาทจริง แต่ข้าราชการได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนปีละ 2 รอบขณะที่พนักงานราชการเลื่อนปีละครั้ง ข้าราชการมีเงินประจำตำแหน่งเพิ่มเมื่อขึ้นระดับ มีสิทธิรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมบิดามารดา คู่สมรส และบุตร และมีบำเหน็จบำนาญหลังเกษียณ เมื่อรวมทั้งชีวิตการทำงานแล้วผลต่างจึงกลับด้าน