สนามสอบทั้งหมด

กฎหมาย ก.พ. ภาค ก 2569 ต้องอ่านกี่ฉบับ ออกตรงไหนบ่อย สรุปมาตราที่ต้องจำ

ตอบสั้นก่อน กฎหมาย ก.พ. ภาค ก ที่ต้องอ่านมี 6 ฉบับหลัก ได้แก่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ประมวลกฎหมายอาญาหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (มาตรา 147–166) และ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 วิชานี้มี 25 ข้อ 50 คะแนน และต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 คือตอบถูกอย่างน้อย 15 ข้อ ข้อดีคือขอบเขตแคบและนิ่งกว่าวิชาอื่นมาก ถ้าอ่านถูกจุดจะเก็บคะแนนได้เร็วที่สุดในภาค ก บทความนี้เปิดตัวบทจริงฉบับแก้ไขล่าสุดของทุกฉบับ แล้วคัดมาเฉพาะมาตราที่ข้อสอบชอบถาม ทำเป็นตารางให้ท่องได้ทันที พร้อมกับดักที่คนพลาดบ่อย ตัวอย่างโจทย์ และแผนอ่าน 3 สัปดาห์สำหรับคนที่จะสอบรอบปี 2570

15 จาก 25 ข้อ

ต้องตอบถูกอย่างน้อยเท่านี้ถึงจะผ่านวิชากฎหมาย ก.พ. ภาค ก

25 ข้อ 50 คะแนน ข้อละ 2 คะแนน · เกณฑ์ร้อยละ 60 เท่ากันทุกระดับวุฒิ · ตามประกาศปี 2569

ในคู่มือนี้

  1. 1. วิชานี้กี่ข้อ กี่คะแนน ต้องได้เท่าไหร่ถึงผ่าน
  2. 2. ก.พ. เขียนขอบเขตไว้ว่าอะไร และทำไมถึงเหลือกฎหมาย 6 ฉบับ
  3. 3. ตารางสรุป: กฎหมายแต่ละฉบับ ประเด็นที่ออกบ่อย และมาตราต้องจำ
  4. 4. 1. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 — จำโครงสร้างให้ได้ แล้วค่อยจำรายละเอียด
  5. 5. 2. พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี 2546 — ท่องเป้าหมาย 7 ข้อ กับตัวเลข 15 วัน
  6. 6. 3. พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 — ฉบับที่มีตัวเลขเยอะที่สุด
  7. 7. 4. ละเมิดของเจ้าหน้าที่ + ป.อาญา — หน้าที่และความรับผิด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา
  8. 8. 5. พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม 2562 — ข้อสอบวนอยู่ที่มาตรา 5
  9. 9. เทคนิคจำ: ท่องเป็นกลุ่มตัวเลข อย่าท่องทีละมาตรา
  10. 10. ตัวอย่างโจทย์ 3 ข้อ แต่งจากตัวบท พร้อมเฉลย
  11. 11. แผนอ่าน 3 สัปดาห์ สำหรับคนเริ่มจากศูนย์
  12. 12. ฝึกกฎหมาย ก.พ. กับคลังข้อสอบที่ผูกเลขมาตราทุกข้อ

วิชานี้กี่ข้อ กี่คะแนน ต้องได้เท่าไหร่ถึงผ่าน

ชื่อทางการของวิชานี้คือ "วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี" แต่คนติวสอบเรียกกันสั้น ๆ ว่าวิชากฎหมาย ในโครงสร้างภาค ก ปัจจุบันวิชานี้มี 25 ข้อ คะแนนเต็ม 50 คะแนน สอบรวมอยู่ในฉบับเดียวกับวิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 50 ข้อและภาษาอังกฤษ 25 ข้อ รวม 100 ข้อ 200 คะแนน ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง

เกณฑ์ผ่านตามประกาศการสอบปี 2569 กำหนดให้วิชานี้ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 เท่ากันทั้งระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี และปริญญาโท แปลงเป็นตัวเลขคือ 30 คะแนนจาก 50 หรือตอบถูก 15 ข้อจาก 25 ข้อ พลาดได้ไม่เกิน 10 ข้อ

จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือภาค ก ตัดผ่านเป็นรายวิชา ไม่ได้ดูคะแนนรวม ต่อให้คิดวิเคราะห์ได้เกือบเต็ม ถ้ากฎหมายได้ 14 ข้อก็ยังไม่ได้หนังสือรับรองอยู่ดี ในทางกลับกัน วิชานี้มีแค่ 25 ข้อและขอบเขตวนอยู่กับกฎหมายชุดเดิม จึงเป็นวิชาที่ลงแรงแล้วเห็นผลเร็วที่สุดถ้าเวลาเหลือน้อย ถ้าอยากเห็นภาพเกณฑ์ทุกวิชาแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่คู่มือเกณฑ์ผ่าน ก.พ. ทุกวิชา

ตัวเลขที่ต้องรู้ของวิชากฎหมาย ก.พ. ภาค ก
รายการตัวเลข
จำนวนข้อ25 ข้อ (ปรนัย 4 ตัวเลือก)
คะแนนเต็ม50 คะแนน (ข้อละ 2 คะแนน)
เกณฑ์ผ่านร้อยละ 60 = 30 คะแนน = ถูก 15 ข้อ
เกณฑ์ต่างกันตามวุฒิไหมไม่ต่าง เท่ากันทุกระดับวุฒิ
เวลาสอบสอบรวมกับอีก 2 วิชา 100 ข้อ ใน 3 ชั่วโมง

ตามประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่องการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2569 · ตรวจสอบประกาศของรอบที่สมัครอีกครั้งเสมอ

ก.พ. เขียนขอบเขตไว้ว่าอะไร และทำไมถึงเหลือกฎหมาย 6 ฉบับ

ในประกาศรับสมัคร ก.พ. ไม่ได้ไล่ชื่อพระราชบัญญัติทีละฉบับ แต่เขียนขอบเขตเป็นหัวข้อความรู้ ว่าวิชานี้ทดสอบความรู้ที่เป็นพื้นฐานของการเป็นข้าราชการที่ดี ได้แก่ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และเจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ

พอจับหัวข้อทั้ง 5 มาเทียบกับกฎหมายที่ใช้บังคับจริง จะได้กฎหมาย 6 ฉบับที่ตรงกับขอบเขต หัวข้อที่สี่เรื่องหน้าที่และความรับผิดแตกออกเป็นสองฉบับ คือความรับผิดทางแพ่งตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และความรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาหมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ นี่คือเหตุผลที่ติวเตอร์เกือบทุกสำนักรวมถึงคู่มือ ก.พ. ภาค ก ของเราสรุปตรงกันว่าวิชานี้คือกฎหมาย 6 ฉบับ

สิ่งที่ควรระวังคือกฎหมายนอกรายการนี้ เช่น พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หรือ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 บางครั้งมีคนเอามาปนในชุดติว อ่านเสริมได้ถ้าเหลือเวลา แต่ไม่ควรแย่งเวลาจาก 6 ฉบับหลัก เพราะไม่ได้อยู่ในหัวข้อที่ประกาศเขียนไว้ตรง ๆ

หัวข้อตามประกาศ ก.พ. เทียบกับกฎหมายที่ต้องอ่าน
หัวข้อในประกาศ ก.พ.กฎหมายที่ตรงกับหัวข้อ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขถึงฉบับที่ 8 พ.ศ. 2553
หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 แก้ไขถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562
วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แก้ไขถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562
หน้าที่และความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่ราชการพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147–166
เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการพ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

ประกาศ ก.พ. ระบุเป็นหัวข้อ ไม่ได้ระบุชื่อกฎหมาย · การจับคู่ในตารางนี้เป็นการเทียบกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่จริง

ตารางสรุป: กฎหมายแต่ละฉบับ ประเด็นที่ออกบ่อย และมาตราต้องจำ

ตารางนี้คือหัวใจของบทความ ทุกเลขมาตราตรวจจากตัวบทฉบับแก้ไขล่าสุด ไม่ได้คัดจากชีทติวต่อ ๆ กันมา ใช้เป็นแผ่นทบทวนก่อนเข้าห้องสอบได้เลย ส่วนรายละเอียดและกับดักของแต่ละฉบับอยู่ในหัวข้อถัดไป

ก.พ. ไม่เคยประกาศว่าแต่ละฉบับออกกี่ข้อ ชุดจำลอง 25 ข้อของ snamsob จึงกระจายน้ำหนักตามความกว้างของเนื้อหา คือระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 6 ข้อ บ้านเมืองที่ดี 6 ข้อ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 6 ข้อ จริยธรรม 3 ข้อ ละเมิด 2 ข้อ และประมวลกฎหมายอาญา 2 ข้อ สามฉบับแรกกินเนื้อที่เกือบสามในสี่ ถ้าเวลาน้อยให้เริ่มจากสามฉบับนี้

กฎหมาย 6 ฉบับ → ประเด็นที่ออกบ่อย → มาตราต้องจำ
กฎหมายประเด็นที่ออกบ่อยมาตราต้องจำ
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534หลักการบริหารเพื่อประโยชน์สุข · 3 ส่วนของการจัดระเบียบ · ใครเป็นนิติบุคคล · มอบอำนาจ · รักษาราชการแทน · ผู้ว่าฯ นายอำเภอ · ท้องถิ่น 4 รูปแบบม.3/1 · ม.4 · ม.7 · ม.38–40 · ม.41–49 (ม.48) · ม.51–52 · ม.54 · ม.62 · ม.70
พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี 2546เป้าหมาย 7 ประการ · ประโยชน์สุขประชาชน · แผนปฏิบัติราชการ · ลดขั้นตอน · ศูนย์บริการร่วม · ตอบหนังสือใน 15 วัน · เปิดเผยเป็นหลัก · ประเมินผลม.6 · ม.7–8 · ม.9 · ม.16 · ม.27 · ม.29 · ม.30–31 · ม.37–38 · ม.43–44 · ม.45
พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539นิยามคำสั่งทางปกครอง/กฎ · เจ้าหน้าที่ต้องห้าม · สิทธิโต้แย้ง · เหตุผลในคำสั่ง · ออกคำสั่งใน 30 วัน · อุทธรณ์ 15 วัน · เพิกถอน 90 วัน · ขอพิจารณาใหม่ม.5 · ม.13 · ม.16 · ม.30 · ม.37 · ม.39/1 · ม.40 · ม.42 · ม.44–45 · ม.49 · ม.54
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ 2539ฟ้องหน่วยงาน ไม่ใช่ฟ้องเจ้าหน้าที่ · ละเมิดนอกหน้าที่ · ไล่เบี้ยเฉพาะจงใจ/ประมาทร้ายแรง · ไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม · อายุความม.4 · ม.5 · ม.6 · ม.8 · ม.9 · ม.10 · ม.11
ประมวลกฎหมายอาญา ม.147–166เบียดบังทรัพย์ · ข่มขืนใจ/จูงใจเอาทรัพย์ · เรียกรับสินบน · ปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบม.147 · ม.148 · ม.149 · ม.157
พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม 2562มาตรฐานทางจริยธรรม 7 ข้อ · ใครจัดทำประมวลจริยธรรม · องค์ประกอบ ก.ม.จ.ม.3 · ม.5 · ม.6 · ม.8

ตรวจจากตัวบทฉบับรวมแก้ไขล่าสุด ณ ก.ย. 2569 · ถ้าเจอชีทเก่าที่เลขมาตราหรือตัวเลขไม่ตรงกับตารางนี้ ให้ยึดตัวบทเป็นหลัก

1. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 — จำโครงสร้างให้ได้ แล้วค่อยจำรายละเอียด

เริ่มจากมาตรา 3/1 ซึ่งเพิ่มเข้ามาโดยฉบับแก้ไขที่ 5 พ.ศ. 2545 วางหลักว่าการบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า ลดขั้นตอน กระจายอำนาจ และตอบสนองความต้องการของประชาชน มาตรานี้สำคัญเป็นพิเศษเพราะวรรคสี่เป็นฐานอำนาจให้ออก พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ข้อสอบจึงชอบถามโยงสองฉบับนี้เข้าหากัน

มาตรา 4 แบ่งการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินเป็น 3 ส่วน คือส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น มาตรา 7 กำหนดราชการส่วนกลาง 4 ประเภท คือสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวงที่มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง ทบวงที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง และกรมหรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม โดยให้สำนักนายกรัฐมนตรีมีฐานะเป็นกระทรวง และทั้ง 4 ประเภทมีฐานะเป็นนิติบุคคล

ฝั่งภูมิภาค มาตรา 51 แบ่งเป็นจังหวัดกับอำเภอ มาตรา 52 ให้จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล และการตั้ง ยุบ เปลี่ยนเขตจังหวัดต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ ขณะที่มาตรา 61 ให้การตั้ง ยุบ เปลี่ยนเขตอำเภอตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และไม่ได้ให้อำเภอมีฐานะเป็นนิติบุคคล นี่คือกับดักคลาสสิกที่ออกซ้ำได้เรื่อย ๆ มาตรา 54 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในจังหวัด ส่วนมาตรา 62 ให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการในอำเภอ ทั้งผู้ว่าฯ และนายอำเภอสังกัดกระทรวงมหาดไทย ส่วนท้องถิ่นตามมาตรา 70 มี 4 รูปแบบ คือ อบจ. เทศบาล สุขาภิบาล และราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด

หัวข้อที่คนสับสนมากที่สุดคือปฏิบัติราชการแทนกับรักษาราชการแทน ปฏิบัติราชการแทนเกิดจากการมอบอำนาจตามมาตรา 38 คือผู้มีอำนาจยังอยู่ แต่มอบให้คนอื่นใช้อำนาจแทนในเรื่องที่มอบ มาตรา 39 กำหนดว่าผู้รับมอบอำนาจมีหน้าที่ต้องรับมอบ ส่วนมาตรา 40 ให้ผู้มอบอำนาจยังต้องกำกับดูแลและแนะนำหรือแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบได้ ขณะที่รักษาราชการแทนตามมาตรา 41 ถึง 49 เกิดเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ เช่นมาตรา 44 ถ้าไม่มีปลัดกระทรวงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองปลัดกระทรวงรักษาราชการแทน และมาตรา 48 ให้ทั้งผู้รักษาราชการแทนและผู้ปฏิบัติราชการแทนมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ที่ตนแทน

  • จังหวัด = นิติบุคคล ตั้งด้วย พ.ร.บ. (ม.52) · อำเภอ = ไม่เป็นนิติบุคคล ตั้งด้วย พ.ร.ฎ. (ม.61)
  • ปฏิบัติราชการแทน = มีการมอบอำนาจ ผู้มอบยังอยู่ (ม.38–40) · รักษาราชการแทน = ตัวจริงไม่มีหรือปฏิบัติราชการไม่ได้ (ม.41–49)
  • ผู้รับมอบอำนาจปฏิเสธไม่ได้ ต้องรับมอบ (ม.39) · ผู้มอบยังต้องกำกับติดตามผล (ม.40)

2. พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี 2546 — ท่องเป้าหมาย 7 ข้อ กับตัวเลข 15 วัน

ถ้าเวลาเหลือน้อยที่สุด ให้ท่องมาตรา 6 ให้ได้ก่อน เพราะเป็นคำตอบของข้อสอบแนวเป้าหมายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 7 ประการ ได้แก่ (1) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (2) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ (3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ (4) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น (5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์ (6) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ และ (7) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ โจทย์มักเอาหลักธรรมาภิบาลข้ออื่นหรือหลักบริหารทั่วไปมาเป็นตัวลวง

มาตรา 7 นิยามการบริหารเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนว่าหมายถึงความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม และประโยชน์สูงสุดของประเทศ มาตรา 8 ให้ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง มาตรา 9 ให้ต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้ล่วงหน้าก่อนดำเนินภารกิจ และมาตรา 16 ฉบับแก้ไขปี 2562 ให้ทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการเป็นแผนห้าปีที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมแผนประจำปี ถ้าเจอหนังสือที่พิมพ์ก่อนปี 2562 ข้อความส่วนนี้อาจไม่ตรง ให้ยึดฉบับปัจจุบัน

หมวดลดขั้นตอนเป็นแหล่งข้อสอบสถานการณ์ มาตรา 27 ให้กระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง มาตรา 29 ให้เปิดเผยแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลา และฉบับแก้ไขปี 2562 เพิ่มวรรคสองว่าการบริการประชาชนและการติดต่อระหว่างส่วนราชการต้องใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด มาตรา 30 ให้ปลัดกระทรวงจัดตั้งศูนย์บริการร่วม และมาตรา 31 วรรคสามให้ถือว่าการยื่นคำขอที่ศูนย์บริการร่วมเป็นการยื่นต่อทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว

ตัวเลขที่ออกบ่อยที่สุดของฉบับนี้คือมาตรา 38 เมื่อประชาชนหรือส่วนราชการด้วยกันสอบถามเป็นหนังสือ ส่วนราชการต้องตอบหรือแจ้งการดำเนินการภายใน 15 วัน หรือภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา 37 ซึ่งให้ส่วนราชการประกาศระยะเวลาแล้วเสร็จของงานบริการแต่ละงาน ส่วนมาตรา 43 วางหลักว่าการปฏิบัติราชการโดยปกติเป็นเรื่องเปิดเผย กำหนดเป็นความลับได้เท่าที่จำเป็น และมาตรา 45 ให้มีคณะผู้ประเมินอิสระประเมินผลส่วนราชการ

  • เป้าหมาย 7 ข้อ อยู่ ม.6 · นิยามประโยชน์สุข อยู่ ม.7
  • ตอบหนังสือสอบถามภายใน 15 วัน (ม.38) · อย่าสับสนกับอุทธรณ์ 15 วันของวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
  • ศูนย์บริการร่วม = ปลัดกระทรวงจัดตั้ง (ม.30) · ยื่นที่ศูนย์ถือว่ายื่นทุกหน่วยแล้ว (ม.31)

3. พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 — ฉบับที่มีตัวเลขเยอะที่สุด

ฉบับนี้ต้องจับนิยามในมาตรา 5 ให้แม่นก่อน คำสั่งทางปกครองคือการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่สร้างนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มีผลต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน แต่ไม่รวมการออกกฎ ส่วนกฎคือพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ ที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งใช้กับกรณีหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ข้อสอบชอบยกตัวอย่างการกระทำมาให้แยกว่าเป็นคำสั่งทางปกครองหรือกฎ

ความเป็นกลางอยู่ในมาตรา 13 เจ้าหน้าที่ที่เป็นคู่กรณีเอง เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี เป็นญาติตามที่กำหนด เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนหรือตัวแทนของคู่กรณี หรือเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือนายจ้างของคู่กรณี จะพิจารณาทางปกครองไม่ได้ ส่วนมาตรา 16 ครอบกรณีอื่นที่มีสภาพร้ายแรงจนอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลาง มาตรา 30 ให้คู่กรณีมีโอกาสทราบข้อเท็จจริงและโต้แย้งก่อนออกคำสั่งที่กระทบสิทธิ และมาตรา 37 ให้คำสั่งที่ทำเป็นหนังสือต้องมีเหตุผล อย่างน้อยประกอบด้วยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาในการใช้ดุลพินิจ

จากนั้นคือกลุ่มตัวเลขที่ต้องท่องเป็นชุด มาตรา 39/1 ซึ่งเพิ่มโดยฉบับแก้ไขปี 2557 ให้ออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่ได้รับคำขอและเอกสารครบ ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มาตรา 42 คำสั่งมีผลตั้งแต่ผู้นั้นได้รับแจ้ง มาตรา 44 ถ้าไม่มีกฎหมายเฉพาะและคำสั่งไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรี ให้อุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้ง ทำเป็นหนังสือ และการอุทธรณ์ไม่ทุเลาการบังคับ มาตรา 45 ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ถ้าไม่เห็นด้วยให้ส่งผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งต้องพิจารณาให้เสร็จใน 30 วัน และขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน

สองมาตราสุดท้ายที่เจอบ่อยคือมาตรา 40 ถ้าคำสั่งไม่ได้บอกช่องทางและระยะเวลาอุทธรณ์ ระยะเวลาอุทธรณ์จะเริ่มนับใหม่เมื่อแจ้ง และถ้าไม่แจ้งใหม่ระยะเวลาที่สั้นกว่าหนึ่งปีจะขยายเป็นหนึ่งปี กับมาตรา 49 การเพิกถอนคำสั่งที่ให้ประโยชน์ต้องทำภายใน 90 วันนับแต่รู้เหตุ เว้นแต่คำสั่งนั้นได้มาเพราะผู้รับประโยชน์ให้ข้อมูลเท็จ ปกปิดข้อเท็จจริง ข่มขู่ หรือให้สินบน ส่วนการขอให้พิจารณาใหม่ตามมาตรา 54 ต้องยื่นภายใน 90 วันนับแต่รู้เหตุเช่นกัน

  • 30 วัน = ออกคำสั่ง (ม.39/1) และพิจารณาอุทธรณ์ (ม.45)
  • 15 วัน = ยื่นอุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง (ม.44)
  • 90 วัน = เพิกถอนคำสั่งที่ให้ประโยชน์ (ม.49) และขอพิจารณาใหม่ (ม.54)
  • 1 ปี = ระยะอุทธรณ์ที่ถูกขยายเมื่อคำสั่งไม่แจ้งสิทธิอุทธรณ์ (ม.40)

4. ละเมิดของเจ้าหน้าที่ + ป.อาญา — หน้าที่และความรับผิด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ 2539 มีแค่ 15 มาตรา แต่ตรรกะชัดมาก มาตรา 5 ถ้าเจ้าหน้าที่ทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐต้องรับผิด ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานได้โดยตรง แต่ฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ และถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานใดให้ถือว่ากระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิด กลับกัน มาตรา 6 ถ้าละเมิดนั้นไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่รับผิดเป็นการเฉพาะตัว ผู้เสียหายฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงแต่ฟ้องหน่วยงานไม่ได้

เมื่อหน่วยงานจ่ายค่าเสียหายไปแล้ว มาตรา 8 ให้ไล่เบี้ยเอาจากเจ้าหน้าที่ได้เฉพาะเมื่อกระทำไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ถ้าเป็นแค่ประมาทเลินเล่อธรรมดาจะไล่เบี้ยไม่ได้ และแม้ไล่เบี้ยได้ก็ไม่ต้องเรียกเต็มจำนวน ให้คำนึงถึงระดับความร้ายแรงและหักส่วนที่เป็นความบกพร่องของหน่วยงานออก ถ้าเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน ไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตน ตัวเลขอายุความที่ควรจำคือมาตรา 9 สิทธิไล่เบี้ยระหว่างกันมีอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหาย และมาตรา 10 กรณีเจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐเอง อายุความ 2 ปีนับแต่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิด ส่วนมาตรา 11 ให้ผู้เสียหายยื่นคำขอให้หน่วยงานพิจารณาชดใช้ได้โดยไม่ต้องฟ้อง และหน่วยงานต้องพิจารณาให้เสร็จใน 180 วัน

ฝั่งอาญา หมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการคือมาตรา 147 ถึง 166 ไม่ต้องท่องทั้งหมด ให้แยก 4 มาตราหลักออกจากกันให้ได้ มาตรา 147 เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ เบียดบังทรัพย์นั้นโดยทุจริต มาตรา 148 ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจให้คนอื่นมอบหรือหาทรัพย์สินมาให้ มาตรา 149 เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์เพื่อกระทำหรือไม่กระทำการในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และมาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือโดยทุจริต มาตรา 157 เป็นบททั่วไปที่ออกบ่อยที่สุด โทษตามฉบับแก้ไขปี 2560 คือจำคุก 1 ถึง 10 ปี หรือปรับ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จุดที่ข้อสอบชอบหลอกคือมาตรา 149 ความผิดสำเร็จทันทีที่เรียกหรือยอมจะรับ ไม่ต้องรอได้เงินจริง และไม่สำคัญว่าสิ่งที่รับปากจะทำให้นั้นชอบด้วยหน้าที่หรือไม่ ส่วนมาตรา 148 ต่างตรงที่ต้องมีการใช้อำนาจโดยมิชอบไปข่มขืนใจหรือจูงใจอีกฝ่าย

  • ละเมิดในหน้าที่ → ฟ้องหน่วยงาน (ม.5) · ละเมิดนอกหน้าที่ → ฟ้องตัวเจ้าหน้าที่ (ม.6)
  • ไล่เบี้ยได้เฉพาะจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม (ม.8)
  • เบียดบังทรัพย์ = ม.147 · ข่มขืนใจ/จูงใจ = ม.148 · เรียกรับสินบน = ม.149 · ปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ = ม.157

5. พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม 2562 — ข้อสอบวนอยู่ที่มาตรา 5

ฉบับนี้เนื้อหาน้อยแต่ถามตรงมาก มาตรา 5 กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ 7 ข้อ ได้แก่ (1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี และรับผิดชอบต่อหน้าที่ (3) กล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และมีจิตสาธารณะ (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน (6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ และ (7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ ข้อสอบมักให้เลือกข้อที่ไม่ใช่มาตรฐานทางจริยธรรม ตัวลวงจะเป็นคำที่ฟังดูดี เช่น ประหยัด หรือเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา ซึ่งไม่อยู่ใน 7 ข้อ

มาตรา 6 ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลเป็นผู้จัดทำประมวลจริยธรรม ถ้าไม่มี ให้คณะรัฐมนตรีทำสำหรับข้าราชการการเมือง สภากลาโหมทำสำหรับข้าราชการทหาร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจทำสำหรับรัฐวิสาหกิจ และคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชนทำสำหรับองค์การมหาชน มาตรา 8 ตั้งคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรมหรือ ก.ม.จ. มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และเลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ

ข้อควรระวังคือนิยามในมาตรา 3 หน่วยงานของรัฐตามกฎหมายนี้ไม่รวมหน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ แต่มาตรา 7 ยังให้องค์กรกลุ่มนี้นำมาตรฐานตามมาตรา 5 ไปใช้ประกอบการจัดทำประมวลจริยธรรมของตนด้วย

เทคนิคจำ: ท่องเป็นกลุ่มตัวเลข อย่าท่องทีละมาตรา

คนที่พลาดวิชานี้ส่วนใหญ่ไม่ได้พลาดเพราะไม่ได้อ่าน แต่พลาดเพราะตัวเลขจากคนละฉบับตีกันในหัว เช่น 15 วันของการตอบหนังสือกับ 15 วันของการอุทธรณ์ หรือ 90 วันของการเพิกถอนคำสั่งกับ 90 วันของการขอพิจารณาใหม่ วิธีที่ได้ผลคือจัดกลุ่มตามตัวเลข แล้วผูกแต่ละตัวเลขกับคำถามว่าใครต้องทำอะไรภายในเท่าไร

อีกเทคนิคคือจำเป็นคู่ตรงข้าม เช่น จังหวัดกับอำเภอ ปฏิบัติราชการแทนกับรักษาราชการแทน ละเมิดในหน้าที่กับนอกหน้าที่ มาตรา 148 กับ 149 ข้อสอบส่วนใหญ่ของวิชานี้คือการให้แยกคู่แบบนี้ในสถานการณ์ ถ้าแยกคู่ได้ก็ตอบถูกโดยไม่ต้องจำตัวบทคำต่อคำ

ตารางตัวเลขที่ต้องจำ แยกไม่ให้ตีกัน
ตัวเลขเรื่องกฎหมาย/มาตรา
15 วันส่วนราชการต้องตอบหนังสือสอบถามหรือแจ้งการดำเนินการพ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.38
15 วันยื่นอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ม.44
30 วันออกคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือนับแต่ได้คำขอและเอกสารครบวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ม.39/1
30 + 30 + 30 วันเจ้าหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ / ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ / ขยายได้อีกวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ม.45
90 วันเพิกถอนคำสั่งที่ให้ประโยชน์ นับแต่รู้เหตุวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ม.49
90 วันยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ นับแต่รู้เหตุวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ม.54
1 ปีระยะอุทธรณ์ขยายเป็น 1 ปี เมื่อคำสั่งไม่แจ้งสิทธิอุทธรณ์วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ม.40
1 ปีอายุความไล่เบี้ยระหว่างหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่ หลังใช้ค่าเสียหายละเมิดของเจ้าหน้าที่ ม.9
2 ปีอายุความเรียกค่าเสียหายเมื่อเจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐละเมิดของเจ้าหน้าที่ ม.10
180 วันหน่วยงานพิจารณาคำขอให้ชดใช้ค่าเสียหายของผู้เสียหายละเมิดของเจ้าหน้าที่ ม.11
5 ปีแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการพ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.16
7 ข้อเป้าหมายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ม.6
7 ข้อมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐมาตรฐานทางจริยธรรม ม.5
3 ส่วน / 4 รูปแบบส่วนกลาง-ภูมิภาค-ท้องถิ่น / อบจ. เทศบาล สุขาภิบาล ท้องถิ่นอื่นระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ม.4 / ม.70

ตัวอย่างโจทย์ 3 ข้อ แต่งจากตัวบท พร้อมเฉลย

ข้อ 1) นายเอได้รับหนังสือแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตจากอธิบดีกรมแห่งหนึ่ง เรื่องนี้ไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้ นายเอต้องการโต้แย้ง ข้อใดถูกต้อง (ก) อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัดภายใน 30 วัน (ข) อุทธรณ์ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้ง (ค) ฟ้องศาลปกครองได้ทันทีภายใน 90 วัน (ง) อุทธรณ์ด้วยวาจาต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วัน

เฉลยข้อ 1 ตอบ (ข) ตามมาตรา 44 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คำสั่งที่ไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมายเฉพาะ ให้อุทธรณ์โดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่ได้รับแจ้ง และต้องทำเป็นหนังสือ ตัวเลือก (ง) ผิดสองจุดคือยื่นผิดคนและทำด้วยวาจา

ข้อ 2) นางสาวบีเป็นเจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ของหน่วยงานไปราชการ ขณะเลี้ยวเกิดประมาทเลินเล่อเล็กน้อยชนรถของนายซีเสียหาย ข้อใดถูกต้อง (ก) นายซีต้องฟ้องนางสาวบีเป็นการส่วนตัว (ข) นายซีฟ้องได้ทั้งนางสาวบีและหน่วยงานในฐานะลูกหนี้ร่วม (ค) นายซีฟ้องหน่วยงานได้โดยตรง และหน่วยงานไล่เบี้ยนางสาวบีไม่ได้ (ง) นายซีฟ้องหน่วยงานได้ และหน่วยงานต้องไล่เบี้ยนางสาวบีเต็มจำนวนทุกกรณี

เฉลยข้อ 2 ตอบ (ค) เป็นละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 5 ให้ผู้เสียหายฟ้องหน่วยงานได้โดยตรงแต่ฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ และมาตรา 8 ให้ไล่เบี้ยได้เฉพาะเมื่อจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง กรณีนี้เป็นประมาทเลินเล่อธรรมดาจึงไล่เบี้ยไม่ได้ ตัวเลือก (ข) ผิดเพราะกฎหมายนี้ไม่ใช้หลักลูกหนี้ร่วม

ข้อ 3) ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ข้อใดไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล (ก) สำนักนายกรัฐมนตรี (ข) กรม (ค) จังหวัด (ง) อำเภอ

เฉลยข้อ 3 ตอบ (ง) มาตรา 7 ให้สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง และกรมมีฐานะเป็นนิติบุคคล มาตรา 52 ให้จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่มาตรา 61 ที่ตั้งอำเภอไม่ได้ให้สถานะนิติบุคคลแก่อำเภอ

สังเกตว่าทั้ง 3 ข้อไม่ได้ถามให้ท่องตัวบทคำต่อคำ แต่ให้เอาหลักไปใช้กับสถานการณ์ นี่คือลักษณะของข้อสอบวิชานี้ในภาพรวม และเป็นเหตุผลที่ต้องอ่านแบบผูกมาตรากับหลักการ ไม่ใช่ท่องลอย ๆ

แผนอ่าน 3 สัปดาห์ สำหรับคนเริ่มจากศูนย์

ถ้าดูจากปฏิทินปี 2569 ที่เปิดรับสมัครช่วงเดือนมกราคม คนที่เริ่มตอนนี้ปลายเดือนกันยายนมีเวลาเหลือพอสมควรสำหรับรอบปี 2570 วิชากฎหมายไม่ต้องใช้เวลามาก แผนนี้ใช้วันละประมาณ 1 ชั่วโมง 3 สัปดาห์ แล้วที่เหลือเอาไปลงวิชาคิดวิเคราะห์กับภาษาอังกฤษซึ่งต้องใช้เวลาสะสมนานกว่า

หลักการของแผนคืออ่านจากฉบับที่เนื้อหาเยอะและเชื่อมกันก่อน เพราะระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมาตรา 3/1 เป็นที่มาของ พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี อ่านต่อกันจะจำง่ายกว่า จากนั้นค่อยไปฉบับที่มีตัวเลขเยอะ และจบด้วยฉบับเล็กที่ท่องสั้น ๆ ได้ทุกวันก่อนสอบ ทุกช่วงให้ทำโจทย์ของฉบับนั้นทันทีหลังอ่าน ไม่ต้องรออ่านครบทุกฉบับ

แผนอ่านกฎหมาย ก.พ. 3 สัปดาห์ (วันละ ~1 ชั่วโมง)
ช่วงอ่านฝึก
สัปดาห์ 1 (วัน 1–3)ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน: ม.3/1, ม.4, ม.7, ม.51–54, ม.62, ม.70 แล้วต่อด้วยมอบอำนาจ ม.38–40 และรักษาราชการแทน ม.41–49ทำโจทย์เรื่องนิติบุคคลและปฏิบัติราชการแทน/รักษาราชการแทนให้ได้เกิน 80%
สัปดาห์ 1 (วัน 4–7)พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี: ท่อง ม.6 ให้ได้ทั้ง 7 ข้อ แล้วอ่าน ม.7–9, ม.16, ม.27–31, ม.37–38, ม.43–45ฝึกโจทย์สถานการณ์ศูนย์บริการร่วมและ 15 วัน
สัปดาห์ 2 (วัน 8–11)วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง: ม.5 นิยาม, ม.13/16 ความเป็นกลาง, ม.30, ม.37 แล้วท่องชุดตัวเลข ม.39/1, ม.40, ม.42, ม.44–45, ม.49, ม.54ทำตารางตัวเลขเองจากความจำ แล้วเทียบกับตารางในบทความนี้
สัปดาห์ 2 (วัน 12–14)ละเมิดของเจ้าหน้าที่ ม.4–11 และ ป.อาญา ม.147, 148, 149, 157ฝึกแยกคู่ ในหน้าที่/นอกหน้าที่ และ ม.148/149/157
สัปดาห์ 3 (วัน 15–17)มาตรฐานทางจริยธรรม ม.3, 5, 6, 8 · ทบทวนตารางสรุปทั้ง 6 ฉบับทำชุดจำลองกฎหมาย 25 ข้อจับเวลา 30 นาที
สัปดาห์ 3 (วัน 18–21)กลับไปอ่านเฉพาะมาตราที่ตอบผิดซ้ำทำชุดจำลองอีก 1–2 ชุด เป้าหมายถูก 18 ข้อขึ้นไปเพื่อเผื่อพลาดวันจริง

เป้าหมายตั้งไว้ที่ 18 ข้อ (72%) ไม่ใช่ 15 ข้อ เพราะวันสอบจริงความกดดันกับเวลาที่ถูกแบ่งให้วิชาอื่นทำให้คะแนนตกลงจากตอนซ้อมเสมอ

ฝึกกฎหมาย ก.พ. กับคลังข้อสอบที่ผูกเลขมาตราทุกข้อ

อ่านตัวบทอย่างเดียวยังไม่พอ วิชานี้ต้องเจอโจทย์สถานการณ์บ่อย ๆ จนแยกคู่ได้อัตโนมัติ ที่ snamsob.com คลังวิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดีของสนาม ก.พ. ภาค ก แต่งขึ้นใหม่จากตัวบททั้งหมด ไม่ได้คัดลอกจากที่ไหน และทุกข้อผูกเลขมาตราไว้ในเฉลย ตอบผิดข้อไหนจะเห็นทันทีว่าต้องกลับไปเปิดมาตราอะไร

ชุดจำลอง 25 ข้อของเราคละหัวข้อตามน้ำหนักของทั้ง 6 ฉบับ และหมุนหัวข้อย่อยไม่ให้ออกซ้ำแนวเดิมทุกชุด ทำเสร็จระบบจะสรุปว่าฉบับไหนยังดึงคะแนนลง แล้วพาไปฝึกซ่อมเฉพาะจุดนั้น เริ่มจากชุดทดลองฟรีก่อนได้ เพื่อดูว่าตอนนี้คุณห่างจาก 15 ข้ออยู่เท่าไร

อัปเดต ก.ย. 2569 · ตัวบทที่ตรวจทุกมาตรา: พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2553 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 108 ตอนที่ 156 ฉบับพิเศษ 4 ก.ย. 2534 และฉบับแก้ไข), พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 56 ก 30 เม.ย. 2562), พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562, พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147–166 (ฉบับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) และอัตราโทษตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 32 ก 20 มี.ค. 2560), พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก 16 เม.ย. 2562) · จำนวนข้อ คะแนน เกณฑ์ผ่าน และหัวข้อขอบเขตวิชา อ้างอิงประกาศสำนักงาน ก.พ. เรื่องการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปี 2569 · สัดส่วนข้อรายฉบับเป็นการออกแบบชุดจำลองของ snamsob ไม่ใช่ตัวเลขทางการ · ตัวอย่างโจทย์แต่งขึ้นใหม่จากตัวบท · ตรวจสอบประกาศของรอบที่จะสอบอีกครั้งก่อนสมัครทุกครั้ง

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องสมัคร

อ่านแล้ว — ลองข้อสอบสนามนี้ 8 ข้อ ฟรี

วิชาการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล · เฉลยทันทีทุกข้อ · รู้จุดอ่อนใน 5 นาที จากคลัง 146 ข้อ

เริ่มทำ 8 ข้อเลย

คำถามที่พบบ่อย

กฎหมาย ก.พ. ภาค ก ต้องอ่านกี่ฉบับ

6 ฉบับหลัก คือ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147–166 และ พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งตรงกับหัวข้อ 5 หัวข้อที่ประกาศ ก.พ. เขียนไว้

วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน

ตามประกาศปี 2569 ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 เท่ากันทุกระดับวุฒิ วิชานี้มี 25 ข้อ 50 คะแนน จึงต้องได้อย่างน้อย 30 คะแนน หรือตอบถูก 15 ข้อ และต้องผ่านวิชาอื่นครบทุกวิชาในการสอบครั้งเดียวกันด้วย

ต้องอ่าน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 ด้วยไหม

ไม่อยู่ในหัวข้อที่ประกาศ ก.พ. เขียนไว้ตรง ๆ จึงไม่ใช่ฉบับหลักของวิชานี้ ถ้าเหลือเวลาอ่านเสริมได้ แต่ควรเก็บ 6 ฉบับหลักให้แน่นก่อน เพราะข้อสอบส่วนใหญ่มาจาก 6 ฉบับนี้

พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดี ข้อสอบชอบถามอะไร

ที่เจอบ่อยคือเป้าหมาย 7 ประการตามมาตรา 6 นิยามประโยชน์สุขของประชาชนตามมาตรา 7 ศูนย์บริการร่วมตามมาตรา 30–31 และการตอบหนังสือสอบถามภายใน 15 วันตามมาตรา 38 ควรรู้ด้วยว่าฉบับแก้ไขปี 2562 ให้แผนปฏิบัติราชการเป็นแผนห้าปี และให้ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง

ปฏิบัติราชการแทนกับรักษาราชการแทนต่างกันยังไง

ปฏิบัติราชการแทนเกิดจากการมอบอำนาจตามมาตรา 38 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ผู้มีอำนาจยังอยู่แต่มอบให้คนอื่นทำแทนในเรื่องที่มอบ ส่วนรักษาราชการแทนตามมาตรา 41–49 เกิดเมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ทั้งสองแบบมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ที่ตนแทนตามมาตรา 48

หนังสือกฎหมายเก่าใช้อ่านสอบได้ไหม

ใช้ได้บางส่วน แต่ต้องระวังจุดที่แก้ไขแล้ว เช่น พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมีฉบับแก้ไขปี 2557 ที่เพิ่มมาตรา 39/1 และฉบับปี 2562 ที่ย้ายเรื่องการบังคับทางปกครองไปหมวด 2/1 พ.ร.ฎ.บ้านเมืองที่ดีมีฉบับแก้ไขปี 2562 และโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147–157 ถูกปรับในปี 2560 ถ้าตัวเลขในหนังสือไม่ตรงกับตัวบทฉบับปัจจุบัน ให้ยึดตัวบท