สอบท้องถิ่นเลือกตำแหน่งไหนดี 2569 ตำแหน่งรับเยอะ แข่งน้อย และวิธีเลือกเขต
ตอบสั้นก่อน ตำแหน่งที่ดีที่สุดคือตำแหน่งที่วุฒิของคุณตรงตามบัญชีแนบท้าย มีอัตราว่างในเขตที่คุณพร้อมไปอยู่จริง และภาค ข เป็นเรื่องที่คุณอ่านไหว ไม่ใช่ตำแหน่งที่คนในกลุ่มพูดถึงเยอะที่สุด ตัวเลขรอบ พ.ศ. 2568 ชี้ชัดสองเรื่อง เรื่องแรก ประเภทวิชาการซึ่งใช้วุฒิปริญญาตรีมีผู้สมัคร 296,830 คน ขณะที่ประเภททั่วไปซึ่งใช้วุฒิ ปวช. ถึง ปวส. มีผู้สมัคร 97,141 คน ทั้งที่จำนวนอัตราของประเภททั่วไปมากกว่า ความหนาแน่นของการแข่งขันจึงต่างกันราวสี่เท่า เรื่องที่สอง ตำแหน่งที่รับเยอะจริงในบัญชีแนบท้ายคือสายช่างกับสายการเงินการคลังของ อปท. อย่างนายช่างโยธา นักวิชาการตรวจสอบภายใน และเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ ส่วนเจ้าพนักงานธุรการที่คนแห่สมัครกลับเปิดรวมทั้งประเทศเพียงราวร้อยอัตรา หน้านี้ไม่ได้เดาจากความรู้สึก เราเปิดไฟล์บัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครแนบท้ายประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 ของทั้ง 10 กลุ่มภาค/เขต ทั้งประเภททั่วไปและประเภทวิชาการ แล้วนับคอลัมน์อัตราว่างที่บรรจุทีละตำแหน่ง อ่านคุณวุฒิที่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะทีละบรรทัด แล้วนำมาจัดเป็นตารางให้เลือกง่าย พร้อมกติกาเรื่องเขตและบัญชีที่ต้องรู้ก่อนกดสมัคร เพราะเลือกได้เพียง 1 ตำแหน่งกับ 1 เขต และแก้ไม่ได้
31 กับ 128
ผู้สมัครต่อ 1 อัตรา ของประเภททั่วไป เทียบกับประเภทวิชาการ รอบ พ.ศ. 2568
คำนวณจากผู้สมัคร 97,141 คน ต่อ 3,128 อัตรา และ 296,830 คน ต่อ 2,312 อัตรา ตามตัวเลขที่ฐานเศรษฐกิจรายงาน · ถ้าใช้ยอดที่นับจากบัญชีแนบท้ายแทน สัดส่วนยังต่างกันราวสี่เท่าเหมือนเดิม
ในคู่มือนี้
- 1. หลักคิดเลือกตำแหน่ง 4 ตัวกรอง เรียงตามลำดับที่ต้องเช็ค
- 2. ตำแหน่งไหนรับเยอะ นับจากบัญชีแนบท้ายครบ 10 เขต
- 3. ตำแหน่งรับทุกสาขา กับตำแหน่งล็อกสาขา ใครมีประตูกว้างกว่าที่คิด
- 4. เลือกเขตไหนดี อ่านกติกาบัญชีก่อน แล้วค่อยดูตัวเลข
- 5. ภาค ข ของตำแหน่งยอดนิยมออกอะไร ดูจากเนื้องานของตำแหน่ง
- 6. กับดักที่คนเลือกตำแหน่งพลาดบ่อย
- 7. เลือกตำแหน่งได้แล้ว ภาค ก ท้องถิ่นคือด่านที่ทุกตำแหน่งต้องผ่านเหมือนกัน
หลักคิดเลือกตำแหน่ง 4 ตัวกรอง เรียงตามลำดับที่ต้องเช็ค
ตัวกรองแรกคือวุฒิ และเป็นตัวกรองเดียวที่ต่อรองไม่ได้ ประกาศข้อ 3.2 กำหนดว่าคุณวุฒิต้องตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามบัญชีแนบท้ายของเขตนั้น และข้อ 5.5 เขียนดักไว้ว่าถ้าตรวจพบภายหลังว่าไม่ตรง ให้ถือว่าขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้นและไม่คืนค่าสมัคร การเลือกตำแหน่งจึงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าอยากเป็นอะไร แต่เริ่มจากคำถามว่าชื่อสาขาในใบระเบียนของคุณไปโผล่อยู่ในช่องคุณวุฒิของตำแหน่งไหนบ้าง คนส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเองมีสิทธิ์มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง และนั่นคือจุดที่ตัวกรองถัดไปเริ่มมีความหมาย
ตัวกรองที่สองคือจำนวนอัตราว่าง ลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จะถูกเรียกไล่จากบนลงล่างตามอัตราที่มี ตำแหน่งที่เปิดหลักร้อยในเขตเดียวจึงให้ที่ว่างกับคนคะแนนกลาง ๆ มากกว่าตำแหน่งที่เปิดหนึ่งหรือสองอัตรา ตัวกรองที่สามคือจำนวนคนสมัคร ซึ่ง กสถ. ไม่ได้เผยแพร่เป็นรายตำแหน่ง แต่มีตัวเลขรายประเภทที่บอกภาพได้ชัดพอ ดูได้จากตารางด้านล่าง ตัวกรองสุดท้ายคือภาค ข เพราะประกาศข้อ 10 ให้เรียงลำดับที่จากคะแนนภาค ข บวกภาค ค โดยไม่เอาคะแนนภาค ก มารวม ตำแหน่งที่ภาค ข ตรงกับสิ่งที่คุณเรียนหรือทำงานมาจึงได้เปรียบกว่าตำแหน่งที่ต้องอ่านใหม่จากศูนย์
ตัวเลขผู้สมัครรายประเภทของรอบ 2568 คือ ประเภททั่วไป 97,141 คน ประเภทวิชาการ 296,830 คน และครูผู้ช่วย 44,306 คน รวม 438,277 คน เมื่อหารด้วยจำนวนอัตราที่สื่อหลักรายงานไว้ในแต่ละประเภท ประเภททั่วไปตกราว 31 คนต่อ 1 อัตรา ครูผู้ช่วยราว 36 คน ส่วนประเภทวิชาการพุ่งไปราว 128 คน ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยทั้งประเภท ไม่ได้แปลว่าทุกตำแหน่งในประเภทวิชาการแข่งหนักเท่ากัน แต่บอกว่าคนจบปริญญาตรีจำนวนมากไปกองอยู่ฝั่งเดียวกัน ใครที่ถือวุฒิ ปวช. ปวท. หรือ ปวส. ตรงสาย คือกลุ่มที่สนามท้องถิ่นเปิดประตูกว้างที่สุด
| ประเภทตำแหน่ง | วุฒิที่ใช้สมัคร | ผู้สมัคร | อัตราที่รายงาน | ผู้สมัครต่อ 1 อัตรา (คำนวณ) |
|---|---|---|---|---|
| ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน | ปวช. ปวท. ปวส. หรือประกาศนียบัตรเฉพาะทาง | 97,141 คน | 3,128 อัตรา | ราว 31 คน |
| ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ | ปริญญาตรี | 296,830 คน | 2,312 อัตรา | ราว 128 คน |
| ครูผู้ช่วย | ปริญญาทางการศึกษาหรือเทียบเท่า พร้อมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู | 44,306 คน | 1,229 อัตรา | ราว 36 คน |
| รวม | 438,277 คน | 6,669 อัตรา | ราว 66 คน |
ผู้สมัครรายประเภทจากประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบที่ฐานเศรษฐกิจรายงาน (เม.ย. และ ธ.ค. 2568) · อัตรารายประเภทจากฐานเศรษฐกิจ (มี.ค. 2568) ซึ่งรวมเป็น 6,669 อัตรา ตรงกับยอดที่ใช้สรุปทางการ · อัตราส่วนเป็นการคำนวณของ snamsob ไม่ใช่ตัวเลขที่ทางการประกาศ · ถ้าใช้ยอดที่บวกได้จากบัญชีแนบท้ายซึ่งสูงกว่า ประเภททั่วไปจะเหลือราว 25 คน ประเภทวิชาการราว 97 คน และครูผู้ช่วยราว 26 คน ภาพรวมยังเหมือนเดิม
ตำแหน่งไหนรับเยอะ นับจากบัญชีแนบท้ายครบ 10 เขต
เราเปิดไฟล์บัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครของทั้ง 10 เขต ประเภททั่วไปและประเภทวิชาการรวม 20 ไฟล์ แล้วบวกคอลัมน์อัตราว่างที่บรรจุของแต่ละตำแหน่งเข้าด้วยกัน ต้องบอกก่อนว่ายอดที่บวกได้จากไฟล์ชุดนี้สูงกว่ายอดสรุป 6,669 อัตราที่ทางการและสื่อหลักใช้ และใกล้กับตัวเลขชุดแรกที่สื่อบางสำนักรายงานตอนเปิดรับสมัคร เราไม่พบคำอธิบายทางการว่าส่วนต่างนี้มาจากอะไร ตัวเลขรายตำแหน่งในหน้านี้จึงควรใช้เทียบว่าตำแหน่งไหนใหญ่กว่าตำแหน่งไหน ไม่ใช่ใช้นับว่ารอบนั้นบรรจุจริงกี่คน
ภาพที่ออกมาชัดมาก ตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดของทั้งสนามคือนายช่างโยธา ซึ่งเปิดทุกเขตรวมกันราว 1,170 อัตรา คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของประเภททั่วไปทั้งหมด เพราะงานถนน ท่อ อาคาร และโครงการก่อสร้างคือเนื้องานหลักของ อบต. และเทศบาลเกือบทุกแห่ง ตามมาด้วยกลุ่มงานการเงินการคลังระดับ ปวช. ถึง ปวส. คือเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี และเจ้าพนักงานพัสดุ ซึ่งแต่ละตำแหน่งเปิดราว 460 ถึง 500 อัตรา ส่วนเจ้าพนักงานสาธารณสุขเปิดราว 270 อัตรา
ฝั่งประเภทวิชาการ ตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดคือนักวิชาการตรวจสอบภายใน ราว 780 อัตรา หรือราวหนึ่งในสี่ของประเภทวิชาการทั้งหมด ตามด้วยวิศวกรโยธาราว 530 อัตรา นักวิชาการสาธารณสุขราว 250 อัตรา นักวิชาการพัสดุราว 220 อัตรา นิติกรราว 200 อัตรา และนักวิชาการเงินและบัญชีราว 200 อัตรา ส่วนตำแหน่งที่คนจบสายสังคมหมายตากันเยอะอย่างนักวิเคราะห์นโยบายและแผนเปิดรวมราว 50 อัตรา นักทรัพยากรบุคคลราว 20 อัตรา และนักจัดการงานทั่วไปซึ่งรับปริญญาตรีทุกสาขาเปิดรวมเพียง 16 อัตรา ใน 4 เขตเท่านั้น
ตัวเลขที่ควรหยุดอ่านสองรอบคือเจ้าพนักงานธุรการ ตำแหน่งที่ถูกถามถึงมากที่สุดเพราะรับ ปวช. ถึง ปวส. ทุกสาขาวิชา รอบ 2568 เปิดรวมทั้ง 10 เขตเพียงราว 107 อัตรา มากที่สุดคือภาคกลาง เขต 1 ที่ 26 อัตรา และน้อยที่สุดคือภาคใต้ เขต 2 ที่มีอัตราเดียว ประตูที่เปิดให้ทุกสาขาเดินเข้าได้จึงเป็นประตูที่แคบที่สุดประตูหนึ่งของสนาม
| ตำแหน่ง | วุฒิที่บัญชีระบุ | อัตราที่เปิดรอบ 2568 (รวม 10 เขต) | ลักษณะการแข่ง |
|---|---|---|---|
| นายช่างโยธา (ทั่วไป) | ปวช. ปวท. ปวส. สาขาเทคนิควิศวกรรมสำรวจ เทคนิควิศวกรรมโยธา ก่อสร้าง เทคนิคสถาปัตยกรรม โยธา สำรวจ สถาปัตยกรรม (ระดับ ปวท. ปวส. เพิ่มสาขาช่างก่อสร้าง ช่างสำรวจ ช่างโยธา ฯลฯ) | ราว 1,170 เปิดครบทุกเขต | ใหญ่ที่สุดของสนาม ล็อกสาขาช่าง คนนอกสายสมัครไม่ได้ เป็นประเภททั่วไปซึ่งแข่งเบากว่าวิชาการเฉลี่ยราวสี่เท่า |
| นักวิชาการตรวจสอบภายใน | ปริญญาตรี สาขาบัญชี พาณิชยศาสตร์ การจัดการการคลัง บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ | ราว 780 เปิดครบทุกเขต | ใหญ่ที่สุดฝั่งวิชาการ และรับบริหารธุรกิจกับเศรษฐศาสตร์ด้วย จึงเป็นประตูกว้างของคนจบสายธุรกิจ แต่อยู่ในประเภทที่แข่งหนักที่สุด |
| วิศวกรโยธา | ปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา ชลประทาน สุขาภิบาล สำรวจ และต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม | ราว 530 เปิดครบทุกเขต | ใบอนุญาตตัดคนออกตั้งแต่หน้าประตู ผู้มีสิทธิ์สมัครจึงเป็นกลุ่มเฉพาะ |
| เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ | ปวช. ปวท. ปวส. สาขาบัญชี พาณิชยการ เลขานุการ การตลาด การขาย การธนาคารและธุรกิจการเงิน การจัดการ บริหารธุรกิจ คอมพิวเตอร์ เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ | ราว 490 | รับสายพาณิชย์กว้าง อัตราหนาแน่นในภาคกลางเขต 1–2 และภาคใต้เขต 1 |
| เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี | ปวช. ปวท. ปวส. สาขาบัญชี พาณิชยการ เลขานุการ การบริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป (สายบริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป ต้องมีหน่วยกิตวิชาบัญชี 6 / 9 / 15 หน่วยกิตตามระดับ) | ราว 490 | สาขาไม่ใช่บัญชีต้องเช็คหน่วยกิตบัญชีในใบระเบียนก่อน |
| เจ้าพนักงานพัสดุ | ปวช. ปวท. ปวส. สาขาบัญชี เลขานุการ การตลาด เศรษฐศาสตร์ การธนาคาร พาณิชยการ บริหารธุรกิจ การจัดการทั่วไป และสายช่าง เช่น ช่างโยธา ก่อสร้าง ช่างเครื่องกล ช่างไฟฟ้า | ราว 460 | ประตูที่รับทั้งสายพาณิชย์และสายช่าง คนสายช่างที่ไม่อยากสอบภาค ข งานช่างใช้เป็นทางเลือกได้ |
| เจ้าพนักงานสาธารณสุข | ประกาศนียบัตรทางการสาธารณสุข การพยาบาล โภชนาการ การแพทย์แผนไทย (หลักสูตร 2 ปีขึ้นไปหลัง ม.ปลาย) หรือ ปวส. สาธารณสุข โภชนาการ การแพทย์แผนไทย เวชกิจฉุกเฉิน | ราว 270 | ล็อกสายสุขภาพ ผู้มีสิทธิ์สมัครเป็นกลุ่มเฉพาะ |
| นักวิชาการสาธารณสุข | ปริญญาตรี สาธารณสุขศาสตร์ การพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพ อนามัยสิ่งแวดล้อม และสาขาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพอื่นตามรายการยาวในบัญชี | ราว 250 | รายการสาขากว้างในสายวิทย์สุขภาพ ควรไล่ชื่อสาขาให้ตรงตัวอักษร |
| นักวิชาการพัสดุ | ปริญญาตรี สาขากฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การจัดการการคลัง พาณิชยศาสตร์ บริหารธุรกิจ บัญชี | ราว 220 | อีกประตูของคนจบบริหารธุรกิจและนิติศาสตร์ |
| นิติกร | ปริญญาตรี นิติศาสตร์ หรือกฎหมาย | ราว 200 | ล็อกสาขากฎหมาย ภาค ข หนักตัวบทแต่ตรงกับที่เรียนมา |
| นักวิชาการเงินและบัญชี | ปริญญาตรี สาขาบัญชี พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การจัดการการคลัง การเงิน การเงินและการธนาคาร | ราว 200 | ขนาดกลาง สายเดียวกับตรวจสอบภายในแต่เปิดน้อยกว่าเกือบสี่เท่า |
| เจ้าพนักงานธุรการ | ปวช. ปวท. ปวส. ทุกสาขา ต้องมีวิชาคอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต หรืออบรมคอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง | ราว 107 (ภาคใต้ เขต 2 มีอัตราเดียว) | รับทุกสาขาจึงเป็นเป้าของคนจำนวนมาก แต่อัตราน้อยมากเมื่อเทียบกับตำแหน่งสายการเงินระดับเดียวกัน |
| นักจัดการงานทั่วไป | ปริญญาตรีทุกสาขา | 16 เปิดเพียง 4 เขต | ประตูแคบที่สุดของคนจบปริญญาตรีไม่ตรงสาย และ 6 ใน 10 เขตไม่เปิดเลย |
นับจากคอลัมน์อัตราว่างที่บรรจุในบัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครแนบท้ายประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 ประเภททั่วไปและประเภทวิชาการ ครบ 10 กลุ่มภาค/เขต · ไฟล์เป็นภาพสแกน ตัวเลขนับด้วยตาจึงปัดเป็นค่าประมาณ · ยอดรวมของไฟล์ชุดนี้สูงกว่ายอดสรุป 6,669 อัตรา ใช้เทียบขนาดระหว่างตำแหน่งเท่านั้น · คุณวุฒิยกจากบัญชีภาคกลาง เขต 1 ถ้อยคำในเขตอื่นอาจต่างเล็กน้อย ให้เทียบกับบัญชีเขตที่จะสมัครจริง · ไม่มีสถิติผู้สมัครรายตำแหน่งที่ทางการเผยแพร่ คอลัมน์ลักษณะการแข่งจึงเป็นการประเมินเชิงคุณภาพ
ตำแหน่งรับทุกสาขา กับตำแหน่งล็อกสาขา ใครมีประตูกว้างกว่าที่คิด
ในบัญชีรอบ 2568 ตำแหน่งที่รับทุกสาขาจริง ๆ มีเพียงสองตำแหน่ง คือเจ้าพนักงานธุรการฝั่ง ปวช. ถึง ปวส. ซึ่งมีเงื่อนไขหน่วยกิตคอมพิวเตอร์ห้อยท้าย และนักจัดการงานทั่วไปฝั่งปริญญาตรี ทั้งสองตำแหน่งรวมกันราว 120 อัตรา จากหลายพันอัตราทั้งสนาม นอกนั้นแทบทุกตำแหน่งเขียนรายชื่อสาขาไว้ชัด คนที่วางแผนว่าจะสมัครตำแหน่งทุกสาขาเพราะคิดว่าเป็นทางที่ปลอดภัย จึงกำลังไปยืนรอหน้าประตูที่แคบที่สุดพร้อมกับคนจำนวนมาก
ข่าวดีคือหลายสาขาที่คนคิดว่าไม่ตรงสายกลับมีประตูมากกว่าที่คิด คนจบบริหารธุรกิจเห็นชื่อสาขาตัวเองอยู่ในช่องคุณวุฒิของนักวิชาการตรวจสอบภายใน นักวิชาการพัสดุ นักวิชาการคลัง นักวิชาการจัดเก็บรายได้ นักทรัพยากรบุคคล และนักจัดการงานทะเบียนและบัตร คนจบเศรษฐศาสตร์เข้าได้ทั้งสายตรวจสอบภายใน การเงินและบัญชี พัสดุ และวิเคราะห์นโยบายและแผน ส่วนคนจบรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์มีช่องที่นักทรัพยากรบุคคล นักจัดการงานทะเบียนและบัตร และนักวิเคราะห์นโยบายและแผน แต่สามตำแหน่งนี้รวมกันเปิดไม่ถึงร้อยอัตรา จึงควรรู้ตัวว่ากำลังลงสนามที่แน่น
อีกเรื่องที่ต้องอ่านเป็นรายตำแหน่งคือการใช้วุฒิสูงกว่าสมัครตำแหน่งระดับต่ำกว่า หลายบรรทัดในบัญชีเขียนว่าหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ซึ่งเปิดช่องให้วุฒิที่สูงกว่าในสาขาเดียวกันใช้สมัครได้ แต่อย่าเหมาว่าปริญญาตรีสาขาอะไรก็ลงตำแหน่ง ปวส. ได้ และต้องรู้ด้วยว่าเงินเดือนตั้งต้นในบัญชีไล่ตามวุฒิที่ตำแหน่งกำหนด คือ 10,340 บาทสำหรับ ปวช. 11,960 บาทสำหรับ ปวท. 12,730 บาทสำหรับ ปวส. และ 16,600 บาทสำหรับปริญญาตรี หรือเป็นไปตามอัตราที่ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. กำหนด ไม่ได้ไล่ตามวุฒิสูงสุดที่คุณถืออยู่ วิธีเทียบชื่อสาขาแบบละเอียดและกรณีจบไม่ตรงสายอ่านต่อได้ที่หน้าจบไม่ตรงสาย สอบอะไรได้
เลือกเขตไหนดี อ่านกติกาบัญชีก่อน แล้วค่อยดูตัวเลข
กติกาที่ต้องจำขึ้นใจมีสามข้อ ข้อแรก ประกาศข้อ 5.2 ให้เลือกได้เพียง 1 ตำแหน่งกับ 1 กลุ่มภาค/เขต และสมัครแล้วแก้ไม่ได้ ข้อสอง บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ขึ้นแยกตามเขตที่สมัคร และใช้บรรจุได้เฉพาะในเขตนั้น จะข้ามไปใช้เขตอื่นได้ก็ต่อเมื่อเขตนั้นไม่มีบัญชีในตำแหน่งดังกล่าวหรือเรียกครบทั้งบัญชีแล้ว โดยไล่ในภาคเดียวกันก่อนแล้วจึงข้ามภาค ข้อสาม ข้อ 11.4 กำหนดว่าเมื่อบรรจุแล้วต้องอยู่ใน อปท. ที่บรรจุอย่างน้อย 2 ปีจึงจะโอนไปที่อื่นได้ และการโอนต้องมีที่รับปลายทาง ไม่ใช่สิทธิที่ใช้ได้ฝ่ายเดียว
สามข้อนี้แปลเป็นกลยุทธ์ได้ตรง ๆ ว่า เขตที่คุณเลือกคือพื้นที่ที่คุณต้องไปอยู่อย่างน้อยสองปี อย่าเลือกเขตไกลบ้านเพียงเพราะตัวเลขสวย ถ้าคุณไม่พร้อมย้ายไปจริง เพราะการสละสิทธิ์เมื่อถูกเรียกรายงานตัวทำให้ชื่อหลุดจากบัญชีทันที ส่วนเขตที่มีทั้งบ้านและอัตราว่างของตำแหน่งที่คุณเล็ง คือคำตอบที่ดีที่สุด
เมื่อเทียบขนาดของแต่ละเขตจากบัญชีแนบท้าย ประเภททั่วไปกับวิชาการรวมกัน เขตที่ใหญ่ที่สุดคือภาคกลาง เขต 2 ภาคใต้ เขต 1 ภาคกลาง เขต 1 และภาคเหนือ เขต 2 ซึ่งแต่ละเขตเปิดราว 900 ถึง 1,150 อัตรา ส่วนสามเขตของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปิดเขตละราว 340 ถึง 470 อัตราเท่านั้น ทั้งที่เป็นภาคที่มีประชากรมาก เราไม่มีสถิติผู้สมัครรายเขตที่ทางการเผยแพร่ จึงบอกไม่ได้ว่าเขตไหนแข่งหนักกว่ากันเป็นตัวเลข แต่คนอีสานที่จะสมัครในบ้านตัวเองควรเผื่อใจไว้ว่าจำนวนที่นั่งน้อยกว่าภาคอื่นชัดเจน
สิ่งที่สำคัญกว่าขนาดเขตคืออัตราของตำแหน่งที่คุณเล็งในเขตนั้น เพราะบางตำแหน่งไม่ได้เปิดทุกเขต เช่น นักวิเคราะห์นโยบายและแผนไม่มีอัตราในภาคใต้ เขต 2 และนักจัดการงานทั่วไปเปิดเพียงภาคเหนือ เขต 1 และ 2 ภาคกลาง เขต 1 กับภาคใต้ เขต 1 ขณะที่นายช่างโยธามีตั้งแต่ราว 56 อัตราในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 ไปจนถึงราว 180 อัตราในภาคกลาง เขต 2 และภาคใต้ เขต 1 ก่อนกดสมัครจึงต้องเปิดบัญชีแนบท้ายของเขตที่คิดไว้ทุกเขตมาดูตำแหน่งของตัวเองก่อน อย่าดูแค่ยอดรวมของเขต
| กลุ่มภาค/เขต | อัตรารวมโดยประมาณ | นายช่างโยธา | นักวิชาการตรวจสอบภายใน | เจ้าพนักงานธุรการ |
|---|---|---|---|---|
| ภาคกลาง เขต 2 | ราว 1,150 | ราว 180 | ราว 100 | 15 |
| ภาคใต้ เขต 1 | ราว 1,120 | ราว 180 | ราว 120 | 15 |
| ภาคกลาง เขต 1 | ราว 990 | ราว 140 | ราว 110 | 26 |
| ภาคเหนือ เขต 2 | ราว 930 | ราว 160 | ราว 165 | 16 |
| ภาคเหนือ เขต 1 | ราว 570 | ราว 125 | ราว 85 | 3 |
| ภาคกลาง เขต 3 | ราว 530 | ราว 70 | ราว 40 | 11 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3 | ราว 470 | ราว 60 | ราว 25 | 11 |
| ภาคใต้ เขต 2 | ราว 400 | ราว 115 | ราว 50 | 1 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 | ราว 360 | ราว 55 | ราว 55 | 5 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 | ราว 340 | ราว 80 | ราว 20 | 4 |
นับจากคอลัมน์อัตราว่างที่บรรจุในบัญชีแนบท้ายประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นภาพสแกน ตัวเลขจึงปัดเป็นค่าประมาณ และยอดรวมของไฟล์สูงกว่ายอดสรุป 6,669 อัตรา · ใช้เทียบขนาดระหว่างเขตเท่านั้น · จังหวัดในแต่ละเขตดูได้ที่หน้าคุณสมบัติสอบท้องถิ่น · รอบหน้าตัวเลขรายเขตจะเปลี่ยนตามอัตราว่างจริงของ อปท. ในเวลานั้น
ภาค ข ของตำแหน่งยอดนิยมออกอะไร ดูจากเนื้องานของตำแหน่ง
ภาค ข คือภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง เต็ม 100 คะแนน และเป็นครึ่งหนึ่งของคะแนนที่ใช้เรียงลำดับที่ในบัญชีร่วมกับภาค ค หลักสูตรภาค ข ของแต่ละตำแหน่งกำหนดไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการสอบที่ประกาศพร้อมการรับสมัคร ซึ่งผูกกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง รายละเอียดปลีกย่อยปรับได้ทุกรอบ สิ่งที่เราสรุปด้านล่างจึงเป็นกรอบเนื้อหาตามเนื้องาน ไม่ใช่รายการหัวข้อทางการ ก่อนลงมืออ่านให้เปิดหลักสูตรภาค ข ในประกาศรอบที่จะสมัครมาเทียบทุกครั้ง
สายการเงินการคลังของ อปท. ทั้งเจ้าพนักงานและนักวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นการเงินและบัญชี จัดเก็บรายได้ พัสดุ หรือตรวจสอบภายใน มีแกนร่วมคือระบบงานคลังของท้องถิ่น ได้แก่ ระเบียบว่าด้วยการรับเงิน เบิกจ่ายเงิน ฝากเงิน เก็บรักษาเงิน และตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดทำงบประมาณ และการบัญชีภาครัฐ แล้วแยกลึกตามงาน สายพัสดุเน้นกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ สายจัดเก็บรายได้เน้นกฎหมายภาษีท้องถิ่น เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและภาษีป้าย ส่วนตรวจสอบภายในเน้นมาตรฐานและกระบวนการตรวจสอบภายในของหน่วยงานรัฐ และการควบคุมภายใน
สายช่างอย่างนายช่างโยธาและวิศวกรโยธาออกเนื้อหาเชิงเทคนิคของงาน เช่น การอ่านแบบ การสำรวจ วัสดุก่อสร้าง การประมาณราคา และการควบคุมงานก่อสร้าง ควบคู่กับกฎหมายที่ช่างของ อปท. ต้องใช้จริงอย่างกฎหมายควบคุมอาคาร นิติกรเน้นตัวบทกฎหมายปกครองและกฎหมายที่ อปท. ใช้บังคับ ส่วนเจ้าพนักงานธุรการเน้นงานสารบรรณ การใช้คอมพิวเตอร์สำนักงาน และความรู้เรื่องการบริหารงานทั่วไปของท้องถิ่น ข้อสังเกตคือตำแหน่งที่คุณเรียนตรงมาจะได้เปรียบในภาค ข อย่างชัดเจน เพราะเนื้อหาเกือบทั้งหมดคือสิ่งที่เคยเรียนหรือทำงานมาแล้ว
กับดักที่คนเลือกตำแหน่งพลาดบ่อย
กับดักแรกคือเลือกตามกระแส ตำแหน่งที่คนพูดถึงเยอะในกลุ่มเตรียมสอบมักเป็นตำแหน่งที่เปิดกว้างเรื่องวุฒิ ซึ่งแปลว่าคนสมัครเยอะตามไปด้วย ขณะที่อัตราอาจน้อยจนน่าตกใจ อย่างเจ้าพนักงานธุรการที่เปิดรวมราวร้อยอัตรา หรือนักจัดการงานทั่วไปที่เปิดเพียง 16 อัตรา ถ้าคุณมีวุฒิตรงกับตำแหน่งสายการเงินหรือสายช่างที่เปิดหลายร้อยอัตรา การไปแย่งประตูแคบคือการทิ้งข้อได้เปรียบของตัวเอง
กับดักที่สองคือเลือกตำแหน่งวิชาการเพราะเงินเดือนตั้งต้นสูงกว่า ป.ตรีเริ่มที่ 16,600 บาท ปวส. เริ่มที่ 12,730 บาท ตามตัวเลขในบัญชีแนบท้าย ส่วนต่างนี้มีจริง แต่ต้องชั่งกับโอกาสสอบติดที่ต่างกันราวสี่เท่าโดยเฉลี่ยระหว่างสองประเภท คนที่ถือทั้งปริญญาตรีและ ปวส. สายเดียวกันควรอ่านบัญชีให้ละเอียดว่าตำแหน่งระดับ ปวส. รับวุฒิที่สูงกว่าหรือไม่ แล้วคิดให้ครบทั้งโอกาสติดและเส้นทางเติบโตหลังบรรจุ รายละเอียดเงินเดือนและการเลื่อนระดับอยู่ในหน้าเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น
กับดักที่สามคือเช็ควุฒิแค่ชื่อปริญญา ไม่ได้เช็คเงื่อนไขท้ายบรรทัด ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือเจ้าพนักงานธุรการที่ต้องมีวิชาคอมพิวเตอร์ 6 หน่วยกิตหรือใบอบรม 12 ชั่วโมง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีที่สายบริหารธุรกิจและการจัดการทั่วไปต้องมีหน่วยกิตวิชาบัญชีตามที่กำหนด และตำแหน่งวิศวกร สถาปนิก หรือพยาบาลที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังไม่หมดอายุในวันปิดรับสมัคร พลาดเงื่อนไขเดียวคือขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น แม้จะสอบได้ที่หนึ่งก็ตาม
กับดักที่สี่คือเลือกเขตจากยอดรวมโดยไม่ดูตำแหน่งของตัวเอง และกับดักสุดท้ายคือเลือกเขตที่ไม่พร้อมไปอยู่ เมื่อถูกเรียกรายงานตัวแล้วสละสิทธิ์ ชื่อจะถูกยกเลิกจากบัญชีทันทีตามข้อ 12 และถ้ารับบรรจุไปแล้วก็ต้องอยู่อย่างน้อย 2 ปีก่อนขอโอน ทั้งหมดนี้แก้ด้วยวิธีเดียว คือเปิดบัญชีแนบท้ายของเขตที่คิดไว้ อ่านช่องคุณวุฒิและช่องอัตราว่างของตำแหน่งตัวเองด้วยตา ก่อนกดยืนยันใบสมัครที่แก้ไม่ได้
เลือกตำแหน่งได้แล้ว ภาค ก ท้องถิ่นคือด่านที่ทุกตำแหน่งต้องผ่านเหมือนกัน
ไม่ว่าคุณจะเลือกนายช่างโยธา นักวิชาการตรวจสอบภายใน หรือเจ้าพนักงานธุรการ ทุกคนต้องผ่านภาค ก ชุดเดียวกันก่อน ภาค ก ของท้องถิ่นไม่ได้ถูกนำมาบวกในลำดับที่ แต่ถ้าไม่ผ่าน คะแนนภาค ข ที่อ่านมาอย่างหนักจะไม่ถูกนับเลย และจุดที่ทำให้ภาค ก ของท้องถิ่นต่างจากสนาม ก.พ. คือวิชากฎหมายท้องถิ่น ตั้งแต่พระราชบัญญัติเทศบาล พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด ไปจนถึงกฎหมายกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ซึ่งคนสาย ก.พ. ไม่เคยอ่านมาก่อน
สนามนี้ไม่ได้เปิดทุกปี รอบล่าสุดที่เปิดรับบุคคลทั่วไปคือ พ.ศ. 2568 และ ณ ปลายเดือนกันยายน 2569 รอบถัดไปยังไม่มีประกาศกำหนดวัน ข่าวดีคือหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ที่ออกโดยสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ใช้ในการสอบแข่งขันของ กสถ. ได้ตลอดไป เว้นแต่คณะกรรมการกลางจะกำหนดเป็นอย่างอื่น เวลาที่ลงกับภาค ก ตอนนี้จึงไม่สูญเปล่า และเมื่อประกาศรอบใหม่ออก คุณจะมีเวลาเหลือไปทุ่มกับภาค ข ของตำแหน่งที่เลือกไว้แล้ว
ที่ snamsob.com เรามีคลังข้อสอบสนามท้องถิ่นแยกตามวิชาและหัวข้อย่อย รวมถึงวิชากฎหมายท้องถิ่นที่ผูกเลขมาตราทุกข้อพร้อมเฉลยอธิบาย และมีชุด mock จับเวลาที่จำลองโครงสร้างภาค ก ทั้งสี่วิชา ทำเสร็จระบบจะชี้ว่าหัวข้อไหนดึงคะแนนคุณลงมากที่สุด เพื่อกลับไปฝึกซ่อมเฉพาะจุดก่อนทำชุดใหม่ ลองฝึกฟรีได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่าย ระหว่างนั้นเปิดหน้าคุณสมบัติสอบท้องถิ่นไว้ข้าง ๆ เพื่อเช็ควุฒิกับเขตให้ครบ แล้วคุณจะเหลือแค่ตัดสินใจว่าจะลงตำแหน่งไหน
อัปเดต ก.ย. 2569 · อัตรารายตำแหน่งและรายเขตนับจากบัญชีตำแหน่งที่เปิดรับสมัครแนบท้ายประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ประเภททั่วไปและประเภทวิชาการ ครบ 10 กลุ่มภาค/เขต (ไฟล์ที่เผยแพร่ผ่านลิงก์ในบทความของฐานเศรษฐกิจ มี.ค. 2568) ไฟล์เป็นภาพสแกนจึงปัดตัวเลขเป็นค่าประมาณ และยอดรวมของไฟล์สูงกว่ายอดสรุป 6,669 อัตราที่ทางการและสื่อหลักใช้ โดยยังไม่พบคำอธิบายทางการของส่วนต่าง · จำนวนผู้สมัครรายประเภท (ทั่วไป 97,141 วิชาการ 296,830 ครูผู้ช่วย 44,306 รวม 438,277 คน) จากฐานเศรษฐกิจ (เม.ย. และ ธ.ค. 2568) · อัตรารายประเภท 3,128 / 2,312 / 1,229 รวม 6,669 อัตรา จากฐานเศรษฐกิจ (มี.ค. 2568) · อัตราส่วนผู้สมัครต่ออัตราเป็นการคำนวณของ snamsob · กติกาเลือกเขต การขึ้นบัญชี และการโอนอ้างอิงประกาศ กสถ. พ.ศ. 2568 ข้อ 5.2 ข้อ 10 ข้อ 11.4 และข้อ 12 · ขอบเขตภาค ข เป็นการสรุปตามเนื้องานของตำแหน่ง ไม่ใช่หลักสูตรทางการ · ตัวเลขทุกชุดเป็นของรอบ 2568 รอบหน้าจะเปลี่ยนตามอัตราว่างจริง โปรดเปิดประกาศและบัญชีแนบท้ายของรอบที่จะสมัครอ่านด้วยตัวเองก่อนทุกครั้ง