สนามสอบทั้งหมด

ราชการสายไหนเงินเดือนสูงสุด 2569 เทียบเพดานทุกสายด้วยตัวเลขจริง

ตอบสั้นก่อน สายที่เพดานรายได้ต่อเดือนสูงที่สุดในระบบราชการไทยคือสายตุลาการศาลยุติธรรม ตำแหน่งประธานศาลฎีกาได้เงินเดือน 83,090 บาท บวกเงินประจำตำแหน่งอีก 55,000 บาท รวมเป็น 138,090 บาทต่อเดือน รองลงมาคืออัยการสูงสุดที่ 131,920 บาท ถัดมาคือครูที่ไปถึง คศ.5 ซึ่งรวมได้ 108,000 บาท และปลัดกระทรวงสายพลเรือนสามัญที่ 97,800 บาท แต่ตัวเลขพวกนี้เป็นปลายทางของคนหลักสิบคนในประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ตัดสินใจเลือกสนามสอบ บทความนี้จึงกางสองอย่างคู่กัน ฝั่งหนึ่งคือเพดานจริงของแต่ละสายตามบัญชีท้ายกฎหมาย อีกฝั่งคือจุดที่คนธรรมดาซึ่งรับราชการต่อเนื่องสิบถึงสิบห้าปีไปถึงได้จริง เพราะสองเลขนี้ห่างกันมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

138,090 ฿

เพดานรายได้รวมต่อเดือนสูงสุดของระบบราชการไทย — ประธานศาลฎีกา

เงินเดือน 83,090 + เงินประจำตำแหน่ง 55,000 · ส่วนสายที่เปิดสอบประจำทุกปี ปลายทางที่ไปถึงได้จริงอยู่ราว 55,000–70,000

อันดับเพดานรายได้ราชการ 2569 เรียงจากสูงสุด

ก่อนอื่นต้องแยกสองคำให้ขาดจากกัน คำแรกคือเงินเดือนตามบัญชี ซึ่งเป็นตัวเลขที่กฎหมายเขียนไว้ว่าแต่ละระดับได้ต่ำสุดเท่าไหร่ สูงสุดเท่าไหร่ คำที่สองคือรายได้รวมต่อเดือน ซึ่งคือเงินเดือนบวกก้อนอื่นที่ผูกกับตำแหน่งนั้นโดยอัตโนมัติ เช่น เงินประจำตำแหน่ง เงินวิทยฐานะ หรือค่าตอบแทนรายเดือน คำถามที่คนค้นหาว่าราชการสายไหนเงินเดือนสูงสุดจริง ๆ แล้วหมายถึงคำที่สอง เพราะบางสายเงินเดือนตันเท่ากันเป๊ะแต่รายได้รวมห่างกันหลายหมื่น

เมื่อเทียบด้วยรายได้รวม อันดับหนึ่งคือตุลาการศาลยุติธรรม ตามบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2561 ชั้นเงินเดือน 5 ซึ่งเป็นตำแหน่งประธานศาลฎีกา ได้เงินเดือน 83,090 บาท และเงินประจำตำแหน่ง 55,000 บาท รวม 138,090 บาทต่อเดือน อันดับสองคืออัยการสูงสุด ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 ชั้นเงินเดือน 8 ได้เงินเดือน 81,920 บาท บวกเงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท รวม 131,920 บาท

อันดับสามคือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไปถึงอันดับ คศ.5 วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งเงินเดือนตันที่ 76,800 บาท บวกเงินวิทยฐานะขั้นสูง 15,600 บาท และค่าตอบแทนรายเดือนอีก 15,600 บาท รวม 108,000 บาทต่อเดือน อันดับสี่คือข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงกลุ่มปลัดกระทรวงและเทียบเท่า เงินเดือนตัน 76,800 บาท บวกเงินประจำตำแหน่ง 21,000 บาท รวม 97,800 บาท

ที่น่าสนใจคือกลุ่มถัดลงมามีเพดานเงินเดือนใกล้เคียงกันจนแทบเป็นเส้นเดียวกัน ท้องถิ่นสายบริหารท้องถิ่นระดับสูงเพดาน 80,450 บาท ตำรวจระดับ ส.9 ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้อัตราเดียวที่ 78,030 บาท และทหารระดับ น.9 เพดานก็อยู่ที่ 78,030 บาทเท่ากันพอดี ทั้งสามสายนี้ยังมีเงินประจำตำแหน่งแยกอีกก้อนตามบัญชีของระบบตัวเอง แต่บทความนี้เลือกไม่ฟันตัวเลขก้อนนั้น เพราะยังยืนยันบัญชีฉบับเต็มจากแหล่งต้นทางไม่ได้ ตัวเลขที่แสดงจึงเป็นเงินเดือนล้วน และรายได้จริงของสามสายนี้จะสูงกว่าที่เห็น

อีกจุดที่ต้องพูดให้ครบคือความห่างของ "ทางเข้า" ไม่ได้เท่ากับความห่างของ "ทางออก" ตุลาการและอัยการเริ่มต้นวันแรกที่ 35,000 บาทต่อเดือน สูงกว่าผู้บรรจุใหม่วุฒิปริญญาตรีของสายอื่นเกือบเท่าตัว แต่การจะเข้าไปยืนที่จุดเริ่มต้นนั้นต้องผ่านเนติบัณฑิตและคุณสมบัติเฉพาะที่ใช้เวลาหลายปีหลังเรียนจบ ขณะที่ครู ตำรวจ พลเรือน และท้องถิ่นเปิดสอบเป็นรอบทุกปีและใช้แค่วุฒิปริญญาตรีตรงสายเป็นส่วนใหญ่

เทียบเพดานรายได้แต่ละสายราชการ จากจุดเริ่มต้นถึงปลายทาง (บาท/เดือน)

เพดานพิเศษ · เว็บยังไม่มีสนามมีสนามสอบในเว็บ

ตุลาการศาลยุติธรรมผู้ช่วยผู้พิพากษา → ประธานศาลฎีกา (รวมเงินประจำตำแหน่งแล้ว)

35,000–138,090

อัยการอัยการผู้ช่วย → อัยการสูงสุด (รวมเงินประจำตำแหน่งแล้ว)

35,000–131,920

ครู (ก.ค.ศ.)ครูผู้ช่วย → คศ.5 (รวมเงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือน)

18,220–108,000

พลเรือนสามัญ (ก.พ.)ปฏิบัติการ → บริหารระดับสูง (รวมเงินประจำตำแหน่ง 21,000)

18,150–97,800

ท้องถิ่น (กสถ.)ปฏิบัติการ → ปลัด อปท. บริหารท้องถิ่นระดับสูง (เงินเดือนล้วน)

18,200–80,450

ตำรวจส.ต.ต. แรกบรรจุ → ผบ.ตร. ระดับ ส.9 (เงินเดือนล้วน)

11,000–78,030

สามแถบบนรวมเงินประจำตำแหน่ง เงินวิทยฐานะ และค่าตอบแทนรายเดือนไว้แล้ว ส่วนท้องถิ่นกับตำรวจแสดงเฉพาะเงินเดือนตามบัญชี เพราะบทความนี้ไม่ฟันตัวเลขเงินประจำตำแหน่งที่ยังยืนยันบัญชีฉบับเต็มไม่ได้ — รายได้จริงของสองแถบล่างจึงสูงกว่าที่เห็น · ปลายซ้ายของแถบตำรวจคือเงินเดือนแรกบรรจุ ยังไม่รวมค่าครองชีพและ พ.ต.ส. ซึ่งดันรายรับจริงขึ้นเป็น 16,000–17,500

เพดานรายได้ต่อเดือนของตำแหน่งสูงสุดในแต่ละสาย
สายตำแหน่งปลายทางเงินเดือนตันเงินประจำตำแหน่ง / เงินวิทยฐานะรวมต่อเดือน
ตุลาการศาลยุติธรรมประธานศาลฎีกา (ชั้น 5)83,09055,000138,090
อัยการอัยการสูงสุด (ชั้น 8)81,92050,000131,920
ครูคศ.5 ครูเชี่ยวชาญพิเศษ76,80015,600 + 15,600108,000
พลเรือนสามัญบริหารระดับสูง (ปลัดกระทรวง/เทียบเท่า)76,80021,00097,800
พลเรือนสามัญวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ76,80013,000 หรือ 15,60089,800–92,400
ท้องถิ่นปลัด อปท. บริหารท้องถิ่นระดับสูง80,450มี แต่ไม่ฟันตัวเลขในบทความนี้80,450 ขึ้นไป
ตำรวจผบ.ตร. ระดับ ส.978,030มี แต่ไม่ฟันตัวเลขในบทความนี้78,030 ขึ้นไป
ทหารระดับ น.978,030มี แต่ไม่ฟันตัวเลขในบทความนี้78,030 ขึ้นไป

เพดานท้องถิ่น 80,450 อ้างจากช่วงเงินเดือนบัญชี 6 ซึ่งสถานะการประกาศใช้ยังมีข่าวขัดกันในกลางปี 2569 · เงินประจำตำแหน่งของตำรวจ ทหาร และท้องถิ่นระดับสูงมีอยู่จริงตามบัญชีของแต่ละระบบ แต่ยังยืนยันตัวเลขจากแหล่งต้นทางไม่ได้จึงเว้นไว้

ตุลาการกับอัยการ ทำไมเพดานถึงแซงทุกสาย

เหตุผลเชิงโครงสร้างคือสองสายนี้ไม่ได้ใช้บัญชีเงินเดือนเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ แต่มีกฎหมายของตัวเองที่ออกบัญชีอัตราเงินเดือนแยกต่างหาก และในบัญชีนั้นเงินประจำตำแหน่งถูกออกแบบให้เป็นก้อนใหญ่ที่ผูกกับชั้นเงินเดือนตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ไม่ใช่ของที่ต้องไต่ไปหลายสิบปีถึงจะได้เหมือนสายอื่น

ดูตัวเลขจะเห็นชัด ผู้ช่วยผู้พิพากษาซึ่งเป็นตำแหน่งแรกสุดของสายตุลาการ ได้เงินเดือนตามบัญชี 25,000 หรือ 26,390 บาท และได้เงินประจำตำแหน่งอีก 10,000 บาท รวมแล้วเริ่มต้นที่ 35,000 บาทต่อเดือน ฝั่งอัยการก็ใช้ตัวเลขชุดเดียวกันเป๊ะ อัยการผู้ช่วยเริ่มที่เงินเดือน 25,000 บาทบวกเงินประจำตำแหน่ง 10,000 บาท เท่ากับ 35,000 บาท เทียบกับผู้บรรจุใหม่วุฒิปริญญาตรีของ ก.พ. ที่เริ่ม 18,150 บาท ห่างกันเกือบสองเท่าตั้งแต่เดือนแรก

ขยับขึ้นไปช่องว่างยิ่งถ่าง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นชั้นเงินเดือน 2 มีเงินเดือนไล่ตั้งแต่ 37,110 ถึง 58,370 บาท และได้เงินประจำตำแหน่ง 23,300 บาททุกอัตราในชั้นนั้น แปลว่าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่เงินเดือนตันมีรายได้ 81,670 บาทต่อเดือน ซึ่งเกินเพดานเงินเดือนของปลัดกระทรวงสายพลเรือนไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ใช่ระดับบริหารของศาล ฝั่งอัยการโครงสร้างคล้ายกัน ชั้น 3 เงินเดือนไล่ถึง 73,240 บาทและเงินประจำตำแหน่ง 23,300 ถึง 29,000 บาท

แต่ต้องพูดให้แฟร์ว่าประตูเข้าสองสายนี้แคบกว่าสนามอื่นมาก การบรรจุเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาและอัยการผู้ช่วยกำหนดให้ต้องสอบคัดเลือก ทดสอบความรู้ หรือคัดเลือกพิเศษตามหลักเกณฑ์ในหมวดที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในทางปฏิบัติต้องผ่านเนติบัณฑิตไทยและมีคุณสมบัติด้านประสบการณ์หรือวุฒิเพิ่มเติมก่อน คนที่ตั้งเป้าสายนี้จึงมักใช้เวลาหลังจบปริญญาตรีอีกหลายปีก่อนจะได้ลงสนามจริง และแต่ละรอบรับคนหลักสิบถึงหลักร้อยเท่านั้น

สรุปสำหรับคนที่กำลังชั่งใจ ถ้าคุณเรียนจบนิติศาสตร์และพร้อมลงทุนเวลากับเนติบัณฑิตต่ออีกหลายปี สายนี้ให้ผลตอบแทนต่อเดือนสูงที่สุดในระบบราชการอย่างไม่มีข้อกังขา แต่ถ้าคุณจบสายอื่น หรืออยากเริ่มรับเงินเดือนราชการภายในปีนี้ปีหน้า การเทียบตัวเองกับตัวเลข 138,090 บาทไม่ได้ช่วยตัดสินใจอะไร สิ่งที่ควรเทียบคือเพดานของสายที่คุณสมัครได้จริง

บัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (แก้ไขโดย พ.ร.บ. ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2561)
ชั้นเงินเดือนตำแหน่งหลักในชั้นนั้นเงินเดือน (บาท/เดือน)เงินประจำตำแหน่ง (บาท/เดือน)
ผู้ช่วยผู้พิพากษาตำแหน่งแรกเข้าก่อนแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษา25,000 / 26,39010,000
ชั้น 1ผู้พิพากษาประจำศาล30,000 / 32,080 / 34,21020,000
ชั้น 2ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น37,110–58,37023,300
ชั้น 3ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ · อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น74,360 / 76,80030,000 / 41,500
ชั้น 4ผู้พิพากษาศาลฎีกา · ประธานศาลอุทธรณ์ · รองประธานศาลฎีกา80,540 / 81,92042,500 / 50,000
ชั้น 5ประธานศาลฎีกา83,09055,000

ฝั่งอัยการใช้โครงสร้างเดียวกันแต่แบ่งเป็น 8 ชั้น เริ่มที่อัยการผู้ช่วย 25,000 + 10,000 = 35,000 บาท และสูงสุดที่อัยการสูงสุด 81,920 + 50,000 = 131,920 บาท

สายที่เปิดสอบประจำทุกปี เพดานอยู่ตรงไหน

มาถึงกลุ่มที่คนอ่านบทความนี้ส่วนใหญ่สมัครได้จริง คือครู ตำรวจ พลเรือนสามัญ และท้องถิ่น จุดเริ่มต้นของสี่สายนี้ใกล้กันมากจนแทบไม่ต่างกัน วุฒิปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี ครูผู้ช่วยได้ 18,220 บาท ท้องถิ่นระดับปฏิบัติการได้ 18,200 บาท และพลเรือนสามัญได้ 18,150 ถึง 19,970 บาท ส่วนตำรวจที่จบ นสต. บรรจุ ส.ต.ต. เป็นชั้นประทวนจึงเริ่มต่ำกว่า แต่เมื่อบวกเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวและ พ.ต.ส. สายป้องกันปราบปรามแล้วรายรับรวมอยู่ราว 16,000 ถึง 17,500 บาท

ความต่างจริงอยู่ที่ปลายทาง สายครูมีเพดานรายได้รวมสูงที่สุดในกลุ่มนี้ เพราะครูมีสองแกนที่โตพร้อมกัน แกนแรกคืออันดับซึ่งกำหนดช่วงเงินเดือน แกนที่สองคือวิทยฐานะซึ่งจ่ายเป็นเงินรายเดือนเพิ่ม และตั้งแต่ชำนาญการพิเศษขึ้นไปยังมีค่าตอบแทนรายเดือนอีกก้อนในอัตราเท่ากับเงินวิทยฐานะ พอถึง คศ.5 เงินเดือนตัน 76,800 บวกอีกสองก้อนก้อนละ 15,600 จึงกลายเป็น 108,000 บาท ซึ่งไม่มีสายอื่นในกลุ่มนี้ทำได้

สายพลเรือนสามัญเพดานเงินเดือนตันอยู่ที่ 76,800 บาท ทั้งประเภทบริหารระดับสูงและประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ตามบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงที่ปรับใหม่และมีผลตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2557 ส่วนที่ทำให้รายได้รวมขยับต่อคือเงินประจำตำแหน่ง ระดับบริหารสูงทั่วไปได้ 14,500 บาท และกลุ่มปลัดกระทรวงกับหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่าได้ 21,000 บาท ทำให้เพดานรวมของสายนี้อยู่ที่ 97,800 บาท

ฝั่งท้องถิ่นน่าสนใจตรงที่เพดานเงินเดือนล้วนสูงกว่าพลเรือนสามัญเสียอีก สายบริหารท้องถิ่นระดับสูงซึ่งเป็นตำแหน่งปลัด อปท. ขนาดใหญ่ มีช่วงเงินเดือน 25,770 ถึง 80,450 บาท และยังมีเงินประจำตำแหน่งกับค่าตอบแทนรายเดือนเพิ่มอีก ตัวอย่างที่ยืนยันได้จากแผนอัตรากำลังของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งคือปลัดเทศบาลสายบริหารท้องถิ่นระดับกลางได้เงินประจำตำแหน่ง 7,000 บาทและค่าตอบแทนรายเดือนอีก 7,000 บาท ข้อควรระวังคือช่วงเงินเดือนบัญชี 6 ของท้องถิ่นยังมีข่าวขัดกันเรื่องสถานะการประกาศใช้ในกลางปี 2569 จึงควรเช็กกับฝ่ายบุคคลของ อปท. ก่อนใช้คำนวณสิทธิ

สายตำรวจเพดานอยู่ที่ระดับ ส.9 ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งบัญชีท้ายพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 กำหนดเป็นอัตราเดียวไม่มีช่วงที่ 78,030 บาท ระดับรองลงมาคือ ส.6 ถึง ส.8 เพดานเท่ากันหมดที่ 76,800 บาท โครงสร้างนี้แทบจะเป็นแฝดกับบัญชีของข้าราชการทหาร ซึ่งระดับ น.6 ถึง น.8 เพดาน 76,800 บาท และ น.9 เพดาน 78,030 บาทเท่ากันพอดี

สี่สายที่เปิดสอบประจำ เริ่มเท่าไหร่ จบที่เท่าไหร่ (บาท/เดือน)
สายแรกบรรจุ วุฒิ ป.ตรีเพดานเงินเดือนตามบัญชีเพดานรายได้รวมที่ยืนยันได้
ครู (ก.ค.ศ.)18,220 (หลักสูตร 4 ปี)76,800 ที่ คศ.5108,000
พลเรือนสามัญ (ก.พ.)18,150–19,97076,800 (บริหารสูง / ทรงคุณวุฒิ)97,800
ท้องถิ่น (กสถ.)18,20080,450 (บริหารท้องถิ่นระดับสูง)สูงกว่า 80,450
ตำรวจส.ต.ต. รวมรับจริง 16,000–17,50078,030 ที่ ส.9สูงกว่า 78,030

ช่องขวาสุดของท้องถิ่นและตำรวจเขียนว่า "สูงกว่า" เพราะทั้งสองสายมีเงินประจำตำแหน่งเพิ่ม แต่บทความนี้ไม่ฟันตัวเลขที่ยังยืนยันบัญชีต้นทางไม่ได้

เพดานสูงแต่ไปถึงยาก กับเพดานกลางที่คนธรรมดาไปถึงจริง

นี่คือมุมที่มีประโยชน์กว่าการรู้ว่าใครสูงสุด เพราะตัวเลขเพดานของทุกสายเป็นตำแหน่งที่มีคนละไม่กี่ที่นั่งในประเทศ ประธานศาลฎีกามีคนเดียว อัยการสูงสุดมีคนเดียว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีคนเดียว ปลัดกระทรวงมีเท่าจำนวนกระทรวง และครู คศ.5 ทั้งประเทศก็นับหัวได้ ถ้าใช้ตัวเลขพวกนี้วางแผนชีวิต โอกาสผิดหวังสูงกว่าโอกาสสมหวังมาก

ตัวเลขที่ควรใช้วางแผนคือจุดที่คนซึ่งรับราชการต่อเนื่อง ทำงานได้ตามเกณฑ์ และยื่นประเมินตามรอบ ไปถึงได้จริงภายในสิบถึงสิบห้าปี สำหรับสายครูจุดนั้นคือ คศ.3 วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ เส้นทางเร็วสุดตามเงื่อนไขปกติคือครูผู้ช่วย 2 ปีขึ้น คศ.1 จากนั้นอย่างน้อย 4 ปีจึงยื่นชำนาญการ แล้วอีกอย่างน้อย 4 ปีจึงยื่นชำนาญการพิเศษ รวมราวสิบปี เมื่อเงินเดือนตันที่ 58,390 บาทแล้วบวกเงินวิทยฐานะ 5,600 กับค่าตอบแทนอีก 5,600 จะได้ 69,590 บาทต่อเดือน

สายพลเรือนสามัญจุดเทียบเคียงคือประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ เพดานเงินเดือน 58,390 บาทเท่ากับ คศ.3 ของครูพอดี บวกเงินประจำตำแหน่ง 5,600 บาทได้ 63,990 บาท ต่ำกว่าครูอยู่ราวห้าพันหกร้อย เพราะฝั่งครูมีค่าตอบแทนรายเดือนอีกก้อนที่ฝั่งพลเรือนไม่มี ส่วนสายตำรวจจุดที่ประทวนอายุราชการยาวไปถึงได้คือระดับ ป.3 ยศดาบตำรวจ ซึ่งเพดาน 54,820 บาท เท่ากับเพดานของ ส.1 ที่เป็นชั้นสัญญาบัตรระดับต้นพอดี

ข้อควรอ่านให้ตรงคือ ตัวเลขในตารางข้างล่างเป็นกรณี "เงินเดือนตันในขั้นนั้น" ซึ่งไม่ได้เกิดทันทีที่เลื่อนระดับ แต่ต้องเลื่อนเงินเดือนต่อเนื่องอีกหลายปีหลังได้รับแต่งตั้ง คนที่เพิ่งขึ้นชำนาญการพิเศษปีแรกจะยังอยู่แถวขั้นต่ำของช่วง ไม่ใช่เพดาน ระยะห่างระหว่างสองจุดนี้กินเวลาสิบปีขึ้นไปในหลายกรณี

ถ้าจะสรุปเป็นประโยคเดียวสำหรับคนกำลังเลือกสนาม สายที่ให้เพดานสูงสุดคือตุลาการและอัยการ สายที่ให้เพดานสูงที่สุดในบรรดาสนามที่เปิดสอบประจำคือครู และสายที่ให้ "จุดกลางที่ไปถึงได้จริง" สูงที่สุดก็ยังเป็นครูเช่นกัน เพราะโครงสร้างค่าตอบแทนคู่ของวิทยฐานะทำให้ทุกขั้นได้เพิ่มเป็นสองเท่าของสายอื่นที่ระดับเทียบเท่ากัน

จุดที่ไปถึงได้จริง เทียบกับเพดานสูงสุดของสาย (บาท/เดือน)
สายขั้นที่คนรับราชการต่อเนื่องไปถึงได้รายได้รวมเมื่อเงินเดือนตันขั้นนั้นเพดานสูงสุดของสาย
ครูคศ.3 ชำนาญการพิเศษ69,590108,000
ท้องถิ่นวิชาการ ชำนาญการพิเศษ66,490 (เงินเดือนล้วน)80,450
พลเรือนสามัญวิชาการ ชำนาญการพิเศษ63,99097,800
ตำรวจด.ต. ระดับ ป.3 หรือ ส.154,820 (เงินเดือนล้วน)78,030

ตัวเลขกลางคือกรณีเงินเดือนตันในขั้นนั้นแล้ว ซึ่งใช้เวลาอีกหลายปีหลังได้รับแต่งตั้ง ไม่ใช่ยอดที่ได้ทันทีตอนเลื่อนระดับ · ครูได้มากกว่าสายอื่นที่ระดับเทียบเท่ากันเพราะมีค่าตอบแทนรายเดือนคู่กับเงินวิทยฐานะ

ทำไมรายได้จริงไม่เท่าตัวเลขในบัญชีเงินเดือน

คนที่เทียบเงินเดือนราชการด้วยบัญชีอย่างเดียวมักได้ข้อสรุปผิด เพราะในระบบราชการไทยมีเงินอีกอย่างน้อยสามตระกูลที่จ่ายแยกจากเงินเดือน ตระกูลแรกคือเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งจ่ายตามตำแหน่งและระดับ ตระกูลที่สองคือเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษหรือเงินวิชาชีพ ซึ่งจ่ายตามลักษณะงานที่เสี่ยงหรือขาดแคลน และตระกูลที่สามคือค่าตอบแทนตามพื้นที่และภาระงาน ซึ่งแกว่งตามที่ตั้งและปริมาณงาน

ตัวอย่างที่ช่องว่างกว้างที่สุดคือแพทย์ในระบบราชการ นอกจากเงินเดือนตามคุณวุฒิแล้ว แพทย์ยังได้เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุขหรือ พ.ต.ส. ในอัตรา 5,000 ถึง 15,000 บาทต่อเดือนตามกลุ่ม บวกค่าตอบแทนกรณีไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัวอีก 10,000 บาทต่อเดือน และถ้าปฏิบัติงานในพื้นที่เฉพาะหรือพื้นที่ขาดแคลนยังมีเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายรายเดือนตามหลักเกณฑ์ฉบับที่ 11 ซึ่งอัตราของแพทย์อยู่ในช่วง 10,000 ถึง 60,000 บาทต่อเดือน สามก้อนนี้รวมกันสามารถมากกว่าเงินเดือนของตัวเองได้

ทันตแพทย์ใช้โครงสร้างเดียวกันแต่ตัวเลขต่างกันบ้าง พ.ต.ส. อยู่ในช่วง 5,000 ถึง 10,000 บาท และค่าตอบแทนไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 10,000 บาท ส่วนเภสัชกร พ.ต.ส. อยู่ที่ 1,500 ถึง 3,000 บาท และค่าตอบแทนไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัว 5,000 บาท ขณะที่พยาบาลวิชาชีพได้ พ.ต.ส. 1,000 ถึง 2,000 บาท ตัวเลขชุดนี้อธิบายว่าทำไมสองคนที่บรรจุพร้อมกัน ระดับเดียวกัน จึงมีสลิปห่างกันได้หลายหมื่นบาทตั้งแต่ปีแรก

ฝั่งตำรวจก้อนที่ชัดที่สุดคือ พ.ต.ส. ของสายป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร ซึ่งไล่จากผู้บังคับหมู่ 3,000 บาท รองสารวัตร 3,500 บาท สารวัตร 4,000 บาท และรองผู้กำกับการ 4,700 บาทต่อเดือน จ่ายตราบที่ยังดำรงตำแหน่งนั้น ส่วนฝั่งครูก้อนที่ทำให้ต่างจากสายอื่นชัดที่สุดคือค่าตอบแทนรายเดือนของผู้มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษขึ้นไป ซึ่งจ่ายในอัตราเท่ากับเงินวิทยฐานะ เท่ากับได้เพิ่มเป็นสองเท่าโดยอัตโนมัติ

ในทางกลับกัน มีก้อนหนึ่งที่ช่วยคนเงินเดือนน้อยแต่หายไปเมื่อเงินเดือนสูงขึ้น คือเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ผู้ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 14,600 บาทได้เพิ่มอีกเดือนละ 2,000 บาท แต่รวมกับเงินเดือนแล้วต้องไม่เกิน 14,600 บาท กติกานี้ทำให้ช่องว่างรายได้จริงระหว่างวุฒิ ปวส. กับปริญญาตรีตอนแรกบรรจุแคบกว่าที่ตารางแสดง และก็หมายความว่าใครที่ยังใช้ตัวเลขนี้คำนวณรายได้ระยะยาวจะคำนวณเกินจริง เพราะมันหายไปทันทีที่เงินเดือนขยับพ้นเพดาน

ก้อนที่บวกเพิ่มจากเงินเดือน และอัตราที่ยืนยันได้ (บาท/เดือน)
ก้อนใครได้อัตรา
เงินประจำตำแหน่ง ตุลาการ/อัยการทุกคนตั้งแต่ตำแหน่งแรกเข้า10,000 ไล่ขึ้นถึง 55,000
เงินประจำตำแหน่ง พลเรือนสามัญวิชาการชำนาญการขึ้นไป · อำนวยการ · บริหาร3,500 / 5,600 / 9,900 / 13,000 หรือ 15,600 · บริหารสูง 14,500 · ปลัดกระทรวง 21,000
เงินวิทยฐานะ + ค่าตอบแทนรายเดือน (ครู)ชำนาญการขึ้นไป (ค่าตอบแทนคู่เริ่มที่ชำนาญการพิเศษ)3,500 → รวมสูงสุด 31,200 ที่เชี่ยวชาญพิเศษ
พ.ต.ส. สายสาธารณสุขแพทย์ / ทันตแพทย์ / เภสัชกร / พยาบาลวิชาชีพ5,000–15,000 / 5,000–10,000 / 1,500–3,000 / 1,000–2,000
ค่าตอบแทนไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัวแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร10,000 / 10,000 / 5,000
เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายพื้นที่เฉพาะและขาดแคลนแพทย์ในหน่วยบริการตามหลักเกณฑ์ฉบับที่ 1110,000–60,000
พ.ต.ส. ตำรวจสายปราบปราม สืบสวน จราจรผู้บังคับหมู่ → รองผู้กำกับการ3,000 / 3,500 / 4,000 / 4,700
เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวผู้มีเงินเดือนไม่ถึง 14,600+2,000 แต่รวมแล้วไม่เกิน 14,600

อัตราสายสาธารณสุขอ้างจากตารางค่าตอบแทนที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่ ข้อมูล ณ ก.ค. 2566 · หลายก้อนจ่ายเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งหรืออยู่ในพื้นที่ตามเงื่อนไข ไม่ใช่เงินที่ทุกคนในวิชาชีพได้เท่ากัน

เลือกสายได้แล้ว ที่เหลือคือทำให้ผ่านสนามสอบ

ทุกตัวเลขในบทความนี้มีเงื่อนไขเดียวกันหมด คือคุณต้องสอบติดก่อน และความจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดคือระยะห่างระหว่างคนที่สอบติดกับคนที่สอบไม่ติดมักไม่ใช่ความฉลาด แต่เป็นเรื่องของการรู้ว่าตัวเองอ่อนหัวข้อไหนแล้วซ่อมตรงจุด คนที่อ่านครบทุกบทเท่ากันหมดมักได้คะแนนกลาง ๆ ส่วนคนที่รู้ว่าตัวเองพลาดซ้ำที่อนุกรมกับการอ่านจับใจความแล้วทุ่มไปที่สองเรื่องนั้น มักขยับคะแนนรวมได้เร็วกว่าในเวลาเท่ากัน

อีกเรื่องที่ควรตัดสินใจตั้งแต่ต้นคือจะลงกี่สนาม สี่สายที่พูดถึงในบทความนี้ใช้ข้อสอบคนละชุด ครูผู้ช่วยมีวิชาเอกกินสัดส่วนคะแนนสูง ตำรวจตัดโดยเรียงลำดับคะแนนรวมไม่มีเกณฑ์ผ่านขั้นต่ำ พลเรือนสามัญต้องผ่านภาค ก ของ ก.พ. ก่อนถึงจะสมัครภาค ข ของกรมได้ ส่วนท้องถิ่นสอบภาค ก และ ข พร้อมกันในรอบเดียว การกระจายลงหลายสนามโดยไม่ดูโครงสร้างข้อสอบมักทำให้เตรียมไม่ทันสักสนาม

ที่ snamsob.com เราแยกคลังข้อสอบตามสนามจริง ทั้ง ก.พ. ภาค ก ครูผู้ช่วยพร้อมวิชาเอก ตำรวจ และท้องถิ่น ทุกข้อมีเฉลยพร้อมคำอธิบาย และระบบจะจับว่าคุณพลาดหัวข้อไหนซ้ำแล้วดันชุดฝึกซ่อมของหัวข้อนั้นขึ้นมาให้เอง มีชุด mock จับเวลาที่จำลองจำนวนข้อและเวลาเหมือนสนามจริง เพื่อให้รู้ตั้งแต่ก่อนวันสอบว่าคะแนนตัวเองอยู่ตรงไหน

วิธีเริ่มที่ได้ผลที่สุดคือทำ mock เต็มชุดหนึ่งรอบเพื่อหาจุดอ่อนก่อน แล้วค่อยกลับไปฝึกซ่อมเฉพาะหัวข้อที่พลาดซ้ำ จากนั้นกลับมาทำอีกชุดเพื่อวัดว่าขยับจริงไหม ลองฟรีได้ก่อนโดยไม่ต้องผูกบัตร ถ้าสไตล์ข้อสอบตรงกับที่คุณต้องเจอค่อยเก็บไว้ซ้อมยาวถึงวันสอบ

อัปเดต ส.ค. 2569 · อ้างอิงบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (บัญชี 2) ท้าย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 8 พ.ศ. 2561 (ฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา), บัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการอัยการท้าย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 112 ก 28 ธ.ค. 2561 บัญชีมีผลตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2557), บัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญท้าย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132 ตอนที่ 43 ก 21 พ.ค. 2558 มีผล 1 ธ.ค. 2557), กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2567, บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจท้าย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565, ตารางเทียบขั้นเงินเดือนข้าราชการทหารที่กรมกำลังพลกองทัพอากาศเผยแพร่ตามบัญชีท้ายกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร, บัญชีอัตราเงินเดือนและเงินวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา, ประกาศ ก.จ./ก.ท./ก.อบต. เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นได้รับเงินเดือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ประกอบช่วงเงินเดือนบัญชี 6 และประมวลระเบียบค่าตอบแทนสำหรับผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (ข้อมูล ณ ก.ค. 2566) · บัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งปรับได้ตามรอบมติ ครม. และกฎหมายที่ออกใหม่ · เงินประจำตำแหน่งของตำรวจ ทหาร และท้องถิ่นระดับสูงมีอยู่จริงตามบัญชีของแต่ละระบบ แต่บทความนี้ไม่ฟันตัวเลขเพราะยังยืนยันเอกสารต้นทางฉบับเต็มไม่ได้ · โปรดยึดประกาศฉบับล่าสุดของหน่วยงานต้นสังกัดเป็นหลักก่อนใช้คำนวณสิทธิ

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

อ่านแล้ว — ลองทำข้อสอบจริงเลย

ฝึกฟรีพร้อมเฉลย · รู้ทันทีว่าคุณอ่อนหัวข้อไหน

คำถามที่พบบ่อย

ข้าราชการเงินเดือนสูงสุดเท่าไหร่

ถ้านับรายได้ต่อเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง สูงสุดคือประธานศาลฎีกา ได้เงินเดือน 83,090 บาท บวกเงินประจำตำแหน่ง 55,000 บาท รวม 138,090 บาทต่อเดือน ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมที่แก้ไขโดยฉบับที่ 8 พ.ศ. 2561 รองลงมาคืออัยการสูงสุดที่ 131,920 บาท ส่วนถ้านับเฉพาะเงินเดือนตามบัญชี ตัวเลขสูงสุดของหลายสายมาหยุดที่ 76,800 ถึง 80,450 บาท

ราชการสายไหนเงินเดือนดีที่สุดสำหรับคนวุฒิปริญญาตรีทั่วไป

ในบรรดาสายที่เปิดสอบประจำและใช้วุฒิปริญญาตรีสมัครได้ สายครูให้เพดานรายได้รวมสูงที่สุดที่ 108,000 บาทเมื่อไปถึง คศ.5 และให้จุดกลางที่ไปถึงได้จริงสูงที่สุดด้วย คือ คศ.3 ที่เงินเดือนตันรวมได้ 69,590 บาท เหตุผลคือครูได้ทั้งเงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือนอีกก้อนในอัตราเท่ากัน ซึ่งสายอื่นไม่มี

ผู้พิพากษากับอัยการเริ่มต้นเงินเดือนเท่าไหร่

ทั้งสองสายเริ่มเท่ากันที่ 35,000 บาทต่อเดือน ผู้ช่วยผู้พิพากษาได้เงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 บาทบวกเงินประจำตำแหน่ง 10,000 บาท และอัยการผู้ช่วยได้เงินเดือน 25,000 บาทบวกเงินประจำตำแหน่ง 10,000 บาทเช่นกัน สูงกว่าผู้บรรจุใหม่วุฒิปริญญาตรีสายพลเรือนสามัญที่เริ่ม 18,150 บาทเกือบเท่าตัว แต่ประตูเข้าต้องผ่านการสอบคัดเลือกที่มีคุณสมบัติเฉพาะและในทางปฏิบัติต้องผ่านเนติบัณฑิตก่อน

หมอในระบบราชการรายได้เยอะกว่าสายอื่นเพราะอะไร

เพราะแพทย์มีรายได้อีกหลายก้อนที่จ่ายแยกจากเงินเดือน ได้แก่ เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุขหรือ พ.ต.ส. 5,000 ถึง 15,000 บาทต่อเดือน ค่าตอบแทนกรณีไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัวอีก 10,000 บาทต่อเดือน และถ้าอยู่ในพื้นที่เฉพาะหรือพื้นที่ขาดแคลนยังมีเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายรายเดือนซึ่งอัตราของแพทย์อยู่ในช่วง 10,000 ถึง 60,000 บาท ก้อนเหล่านี้จ่ายตามเงื่อนไขของตำแหน่งและพื้นที่ ไม่ใช่ทุกคนได้เท่ากัน

ตำรวจกับทหาร เพดานเงินเดือนใครสูงกว่ากัน

เท่ากันพอดี ฝั่งตำรวจระดับ ส.9 ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนดเป็นอัตราเดียวที่ 78,030 บาทต่อเดือน ส่วนฝั่งทหารระดับ น.9 ก็มีเพดานที่ 78,030 บาทเช่นกัน และระดับรองลงมาของทั้งสองระบบคือ ส.6 ถึง ส.8 กับ น.6 ถึง น.8 เพดานเท่ากันหมดที่ 76,800 บาท ทั้งสองสายยังมีเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มพิเศษอีก ซึ่งบทความนี้ไม่ฟันตัวเลขเพราะยังยืนยันบัญชีต้นทางไม่ได้

เลือกสายที่เพดานสูงไว้ก่อนดีไหม

ไม่ควรใช้เพดานเป็นเกณฑ์เดียว เพราะเพดานของทุกสายคือตำแหน่งที่มีที่นั่งไม่กี่ที่ในประเทศ สิ่งที่ควรเทียบคือสามอย่างพร้อมกัน หนึ่งคือจุดที่คนรับราชการต่อเนื่องสิบถึงสิบห้าปีไปถึงได้จริง สองคือจำนวนอัตราที่สายนั้นเปิดสอบต่อปีเทียบกับจำนวนผู้สมัคร และสามคือคุณสมบัติที่คุณมีอยู่แล้วตรงกับสายไหน สายที่เพดานสูงกว่าแต่คุณสมัครไม่ได้เลยย่อมมีค่าน้อยกว่าสายที่เพดานกลางแต่คุณลงสนามได้ปีนี้