สนามสอบทั้งหมด

นักวิเคราะห์นโยบายและแผน เงินเดือนเท่าไหร่ 2569 จบสาขาอะไรสมัครได้ สอบอะไรบ้าง

ตอบสั้นก่อน นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการที่บรรจุด้วยวุฒิปริญญาตรีจะได้เงินเดือนในช่วง 18,150–19,970 บาท ถ้าตำแหน่งนั้นกำหนดวุฒิปริญญาโทจะเริ่มที่ช่วง 21,180–23,300 บาท ตำแหน่งนี้มีอยู่ในกองยุทธศาสตร์และแผนงานของแทบทุกกรม จึงเป็นตำแหน่งที่คนจบสายสังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และรัฐศาสตร์เล็งกันมาก แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือแต่ละกรมเลือกสาขาที่รับเองได้ และบางรอบรับเฉพาะปริญญาโท บทความนี้ไล่ให้ครบตั้งแต่เงินเดือนจริง เส้นทางเติบโต งานที่ต้องทำ ไปจนถึงหัวข้อภาค ข จากประกาศรับสมัครจริงปี 2569

18,150–19,970 ฿

เงินเดือนแรกบรรจุ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ วุฒิ ป.ตรี

วุฒิ ป.โท 21,180–23,300 · อัตราที่มีผลตั้งแต่ 1 พ.ค. 2568 · ไม่ได้เงินเพิ่มค่าครองชีพ

เงินเดือนนักวิเคราะห์นโยบายและแผนบรรจุใหม่ รับจริงเท่าไหร่

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ บรรจุครั้งแรกที่ระดับปฏิบัติการ อัตราแรกบรรจุใช้ชุดเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญทั่วไปที่มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568 คือวุฒิปริญญาตรี 18,150–19,970 บาท และวุฒิปริญญาโท 21,180–23,300 บาท ตัวเลขนี้ตรงกับประกาศรับสมัครจริง เช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่เปิดรับนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการวุฒิปริญญาโท 3 อัตราในเดือนกันยายน 2569 ด้วยอัตรา 21,180–23,300 บาท

ตัวเลขเป็นช่วงเพราะแต่ละกระทรวงออกประกาศกำหนดปัจจัยของตัวเองว่าใครจะได้เงินเดือนตรงไหนในช่วง เช่น ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องหรือคะแนนภาษาอังกฤษ สนข. อ้างประกาศกระทรวงคมนาคม ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ในเรื่องนี้ คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีปัจจัยพิเศษจะเริ่มที่ขอบล่างของช่วง

เงินเดือนระดับนี้เกินเพดาน 14,600 บาทของเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวแล้ว จึงไม่มีก้อนนี้มาบวก และระดับปฏิบัติการยังไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ยอดในสลิปเดือนแรกจึงเป็นเงินเดือนล้วนก่อนหักภาษีและเงินสะสม กบข.

สลิปประมาณการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนบรรจุใหม่ (ป.ตรี)

ประมาณการ

เงินเดือนแรกบรรจุ ระดับปฏิบัติการ

ถ้าตำแหน่งกำหนดวุฒิ ป.โท ใช้ช่วง 21,180–23,300

18,150–19,970

รายรับต่อเดือนก่อนหักภาษีและ กบข.

18,150–19,970บาท/เดือน

ไม่ได้เงินเพิ่มค่าครองชีพ (เงินเดือนเกิน 14,600) และระดับปฏิบัติการยังไม่มีเงินประจำตำแหน่ง · ยึดอัตราในประกาศของหน่วยงานที่สมัคร

เส้นทางเติบโต ปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ

สายงานวิเคราะห์นโยบายและแผนมีครบ 5 ระดับตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. คือปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และทรงคุณวุฒิ ถือว่าเพดานของสายสูงกว่าหลายสายงานสนับสนุนที่สุดทางแค่ชำนาญการพิเศษ

การขึ้นชำนาญการต้องอยู่ระดับปฏิบัติการมาไม่น้อยกว่า 6 ปีสำหรับวุฒิปริญญาตรี ลดเป็น 4 ปีถ้าบรรจุด้วยวุฒิปริญญาโท และ 2 ปีถ้าวุฒิปริญญาเอก ส่วนชำนาญการพิเศษต้องอยู่ระดับชำนาญการมาไม่น้อยกว่า 4 ปี และทุกระดับต้องผ่านการประเมินบุคคลและผลงานตามหลักเกณฑ์ของ ก.พ. ด้วย

เรื่องที่มักเข้าใจผิดคือเงินประจำตำแหน่ง กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2567 ให้เงินประจำตำแหน่งระดับชำนาญการและชำนาญการพิเศษเฉพาะสายงานที่ระบุในบัญชีท้ายกฎ ซึ่งเป็นสายการแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และวิชาการคอมพิวเตอร์ เป็นต้น สายงานวิเคราะห์นโยบายและแผนไม่อยู่ในรายชื่อนั้น เงินประจำตำแหน่งของสายนี้จึงเริ่มเมื่อถึงระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งได้ทุกสายงานในอัตรา 9,900 บาท

บันไดเงินเดือนนักวิเคราะห์นโยบายและแผน (บาท/เดือน)

ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง+ เงินประจำตำแหน่ง 9,900

ปฏิบัติการบรรจุใหม่ ป.ตรี → เพดานของระดับ

18,150–26,900

ชำนาญการอยู่ปฏิบัติการ 6 ปี (ป.โท 4 ปี · ป.เอก 2 ปี)

15,050–43,600

ชำนาญการพิเศษอยู่ชำนาญการ ≥ 4 ปี + ประเมินผลงาน

22,140–58,390

เชี่ยวชาญตำแหน่งระดับกระทรวง/กรม มีจำนวนจำกัด

31,400–69,040

ช่วงตามบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงประเภทวิชาการท้าย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 · ขั้นต่ำของระดับสูงกว่าใช้กรณีเลื่อนระดับ ไม่ใช่การลดเงินเดือน

หน้าที่จริงของนักวิเคราะห์นโยบายและแผน

มาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. เขียนงานระดับปฏิบัติการไว้ชัดว่าเป็นงานศึกษา วิเคราะห์ และประมวลข้อมูลเพื่อประกอบการทำแผน พูดง่าย ๆ คือคุณเป็นคนเตรียมวัตถุดิบให้ผู้บริหารตัดสินใจ ตั้งแต่สรุปนโยบายรัฐบาล ไปจนถึงติดตามว่าโครงการของกรมทำได้ตามเป้าหรือไม่

เนื้องานจริงจะผูกกับภารกิจของกรมนั้น ที่ สนข. ประกาศปี 2569 ระบุงานเพิ่มเติมคือจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งแต่ละรูปแบบทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง และวิเคราะห์แผนโครงสร้างพื้นฐานขนส่งสาธารณะในเมืองหลัก คนที่ไปอยู่กรมด้านเกษตรหรือสาธารณสุขก็จะได้เนื้องานคนละแบบ แม้ชื่อตำแหน่งเดียวกัน

  • รวบรวมและวิเคราะห์นโยบายรัฐบาลและสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสรุปเสนอประกอบการกำหนดนโยบายของส่วนราชการ
  • ศึกษาภารกิจหลักและแผนกลยุทธ์ของหน่วยงาน เพื่อวางแผนปฏิบัติงานหรือโครงการให้บรรลุเป้า
  • วิเคราะห์แผนงานและโครงการ แล้วเสนอความเห็นเพื่อช่วยจัดทำแผนปฏิบัติงาน
  • สำรวจและประมวลผลข้อมูลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อใช้ทำแผนหรือกำหนดยุทธศาสตร์
  • ดูความสอดคล้องระหว่างยุทธศาสตร์กับนโยบายรัฐบาล และติดตามประเมินผล
  • ประสานงานกับหน่วยงานในและนอกกรม ให้คำปรึกษาเรื่องการทำแผนและโครงการ

คุณสมบัติ จบสาขาอะไรสมัครได้ และต้องผ่านภาค ก ระดับไหน

มาตรฐานกำหนดตำแหน่งไม่ได้ล็อกสาขาไว้ เขียนเพียงว่าต้องได้ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก ในสาขาที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดเห็นว่าเหมาะสมกับงาน ผลคือแต่ละกรมกำหนดสาขาเองในประกาศ คนจบสาขาเดียวกันอาจสมัครกรมหนึ่งได้แต่อีกกรมไม่ได้ ต้องอ่านช่องคุณสมบัติเฉพาะของประกาศทุกครั้ง

ตัวอย่างประกาศ สนข. ปี 2569 รับปริญญาโททางผังเมืองหรือการวางผังเมือง เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ บริหารรัฐกิจ และวิศวกรรมศาสตร์บางทาง เช่น โยธา ขนส่ง โลจิสติกส์ และอุตสาหการ สะท้อนว่ากรมที่ภารกิจเฉพาะทางมักเปิดรับสาขาวิศวะหรือสาขาเทคนิคด้วย ไม่ใช่แค่สายสังคม

ภาค ก ต้องผ่านในระดับที่ประกาศกำหนด รอบของ สนข. ซึ่งรับวุฒิปริญญาโทระบุชัดว่าต้องผ่านภาค ก ระดับปริญญาโท ดังนั้นคนที่ถือใบภาค ก ระดับปริญญาตรีจะใช้สมัครตำแหน่งที่บรรจุด้วยวุฒิปริญญาโทไม่ได้ ถ้าคุณจบโทแล้วและเล็งสายนี้ การสอบภาค ก ระดับปริญญาโทไว้จะเปิดทางได้กว้างกว่า

สอบอะไรบ้าง ภาค ก ภาค ข และภาค ค

ขั้นแรกคือภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. ซึ่งวัดการคิดวิเคราะห์ ภาษาอังกฤษ และความรู้การเป็นข้าราชการที่ดี ต่อด้วยภาค ข ที่กรมจัดสอบเอง คะแนนเต็ม 200 คะแนน และภาค ค สัมภาษณ์ 100 คะแนน เกณฑ์ผ่านทั้งสองภาคคือไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในประกาศของ สนข.

ภาค ข ของสายนี้จะผูกกับภารกิจของกรมเสมอ แต่แกนกลางที่ซ้ำกันคือการทำแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บท และการติดตามประเมินผล ตัวอย่างหลักสูตรของ สนข. ปี 2569 มี 6 หัวข้อด้านล่าง ถ้าเปลี่ยนคำว่าคมนาคมเป็นภารกิจของกรมที่คุณเล็ง ก็จะได้โครงหัวข้อที่ใกล้เคียงกัน

ทักษะที่ได้เปรียบจริงในห้องสอบคือการอ่านตัวเลขและสรุปประเด็นจากข้อมูล ซึ่งเป็นทักษะเดียวกับที่ใช้ในภาค ก วิชาคิดวิเคราะห์ คนที่ฝึกโจทย์ภาค ก มาดีจึงมักได้เปรียบตอนทำข้อสอบวิเคราะห์โครงการในภาค ข ไปด้วย

  • ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันด้านคมนาคม
  • การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บท และการติดตามประเมินผล
  • การบริหารจัดการโลจิสติกส์
  • แนวทางพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งสาธารณะของประเทศ
  • ความรู้พื้นฐานด้านการวางแผนการขนส่งและจราจร
  • ความรู้พื้นฐานด้านการวิเคราะห์โครงการ

หน่วยงานที่เปิดสอบ และสนามอื่นที่ควรรู้

แทบทุกกรมมีกองหรือสำนักยุทธศาสตร์และแผนงาน ตำแหน่งนี้จึงโผล่ในประกาศของหลายกระทรวงตลอดปี แต่แต่ละรอบมักเปิดเพียง 1–3 อัตรา ต่างจากสายงานที่กรมใหญ่เปิดทีละหลายสิบอัตรา วิธีที่ดีคือถือใบภาค ก ไว้ก่อน แล้วตามประกาศของหลายกรมไปพร้อมกัน

มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ให้ทยอยยุบ 11 สายงานสนับสนุนเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณ สายงานวิเคราะห์นโยบายและแผนไม่อยู่ในรายชื่อนั้น แต่มติเดียวกันให้ชะลอการขออัตราข้าราชการตั้งใหม่ อัตราที่เปิดสอบจึงมาจากตำแหน่งว่างเดิมเป็นหลัก และผู้บรรจุใหม่ต้องอยู่หน่วยงานเดิมอย่างน้อย 2 ปีโดยห้ามโอน ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569

อีกสองสนามที่ควรรู้คือพนักงานราชการ ซึ่งบางกรมเปิดตำแหน่งด้านวิเคราะห์นโยบายและแผนเป็นสัญญาจ้าง และท้องถิ่น ซึ่งในการสอบของ กสถ. ปี 2568 นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเปิดรวมราว 50 อัตรา ถือว่าแข่งแน่นเมื่อเทียบกับจำนวนคนจบสายนี้

อัปเดต ต.ค. 2569 · อ้างอิงมาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน (3-1-012) ของสำนักงาน ก.พ. ทุกระดับ, ประกาศสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ลงวันที่ 2 ก.ย. 2569 เรื่องรับสมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (job.ocsc.go.th), มติคณะรัฐมนตรี 28 พ.ย. 2566 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1012.3/ว 9 ลงวันที่ 9 เม.ย. 2567 เรื่องอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ, บัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงท้าย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558, กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2567 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (บัญชีกำหนดสายงานท้ายกฎ), หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 10 ลงวันที่ 23 ก.ค. 2569 เรื่องการโอน และมติคณะรัฐมนตรี 11 ส.ค. 2569 · อัตราท้องถิ่นตามประกาศ ก.จ. ก.ท. ก.อบต. (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 · คุณสมบัติและหลักสูตรต่างกันตามกรม ตรวจประกาศฉบับจริงก่อนสมัคร

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

ไม่ต้องสมัคร

อ่านแล้ว — ลองข้อสอบสนามนี้ 8 ข้อ ฟรี

วิชาการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล · เฉลยทันทีทุกข้อ · รู้จุดอ่อนใน 5 นาที จากคลัง 146 ข้อ

เริ่มทำ 8 ข้อเลย

คำถามที่พบบ่อย

นักวิเคราะห์นโยบายและแผน จบสาขาอะไรสมัครได้

แล้วแต่กรมที่เปิดสอบ เพราะมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. ให้ส่วนราชการเลือกสาขาที่เหมาะกับงานเอง สาขาที่พบบ่อยคือเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และบริหารธุรกิจ แต่กรมเฉพาะทางอาจรับสาขาวิศวกรรมหรือผังเมืองด้วย เช่นประกาศ สนข. ปี 2569 ต้องเปิดช่องคุณสมบัติเฉพาะในประกาศจริงทุกครั้ง

นักวิเคราะห์นโยบายและแผน เงินเดือนเริ่มต้นเท่าไหร่

วุฒิปริญญาตรีเริ่ม 18,150–19,970 บาท วุฒิปริญญาโทเริ่ม 21,180–23,300 บาท ตามอัตราที่มีผลตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2568 ส่วนใหญ่ได้ขอบล่างของช่วง เว้นแต่มีปัจจัยตามประกาศของกระทรวง เช่น ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ตำแหน่งนี้ไม่ได้เงินเพิ่มค่าครองชีพ

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนได้เงินประจำตำแหน่งตอนชำนาญการไหม

ไม่ได้ สายงานวิเคราะห์นโยบายและแผนไม่อยู่ในบัญชีสายงานท้ายกฎ ก.พ. ที่ได้เงินประจำตำแหน่งตั้งแต่ระดับชำนาญการ เงินประจำตำแหน่งจะเริ่มเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นระดับเชี่ยวชาญ ซึ่งอัตราปัจจุบันคือ 9,900 บาทตามกฎ ก.พ. พ.ศ. 2567 ควรตรวจสิทธิกับงานการเจ้าหน้าที่ของกรมอีกครั้ง

มีภาค ก ระดับปริญญาตรี สมัครตำแหน่งที่รับปริญญาโทได้ไหม

ไม่ได้ ถ้าประกาศรับวุฒิปริญญาโท ส่วนใหญ่จะกำหนดให้ผ่านภาค ก ระดับปริญญาโทด้วย เช่นประกาศ สนข. ปี 2569 ทางกลับกัน ใบภาค ก ระดับสูงกว่าใช้สมัครตำแหน่งที่รับวุฒิต่ำกว่าได้ แต่ต้องแนบหลักฐานวุฒิที่สูงกว่าตามที่ประกาศกำหนด

นักวิเคราะห์นโยบายและแผนในท้องถิ่นกับส่วนกลาง เงินเดือนต่างกันไหม

ต่างกันเล็กน้อย ท้องถิ่นใช้บัญชีของ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ซึ่งวุฒิปริญญาตรี 4 ปีเริ่ม 18,200 บาท ส่วนกลางเริ่มที่ช่วง 18,150–19,970 บาท ความต่างที่ใหญ่กว่าคือจำนวนอัตรา ท้องถิ่นรอบปี 2568 เปิดตำแหน่งนี้รวมราว 50 อัตรา และคนละระบบการสอบ

ภาค ข นักวิเคราะห์นโยบายและแผนควรอ่านอะไรก่อน

เริ่มจากหลักการทำแผนยุทธศาสตร์ แผนแม่บท และการติดตามประเมินผล เพราะเป็นแกนที่ซ้ำในหลายกรม ต่อด้วยวิสัยทัศน์ ภารกิจ และแผนของกรมที่สมัคร และฝึกวิเคราะห์โครงการ ส่วนหัวข้อเฉพาะให้ยึดหลักสูตรในประกาศของรอบนั้น เพราะแต่ละกรมเขียนไม่เหมือนกัน